Go to www.iclicknews.com
Special Scoop

ประกัน 'แข่ง'อีเวนท์สิ่งแวดล้อม

By iclick Team

ทิพยประกันภัย ร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 39 ได้พาคณะครูอาจารย์ และผู้ที่สนใจลงพื้นที่ทำกิจกรรม ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย จังหวัดชลบุรี สถานที่จัดตั้งขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา หรือ NATURAL HISTORY MUSEUM อันเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงวัตถุธรรมชาติ ทั้งในด้านธรณีวิทยา พฤกษศาสตร์ สัตวศาสตร์ ทางทะเลเป็นแห่งแรกของประเทศไทย KTAXA มุ่งมั่นสานต่อกิจกรรม Save Our Sea อย่างต่อเนื่อง ผ่านการปล่อยเต่าตนุ กลับสู่ท้องทะเล เก็บขยะรอบชายหาด สร้างการเรียนรู้และตระหนักรู้ในการคัดแยกและทิ้งขยะให้ถูกประเภท รวมถึงการจัดทำบ้านปลา เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด
ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยของเราถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์งดงามที่สุดในโลก การพัฒนาประเทศของเราจึงมีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับทรัพยากรเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งเมื่อพิจารณาควบคู่ไปกับสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อ มที่เกิดขึ้นทั่วโลกแล้ว การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในวันนี้ จึงไม่ได้มีประโยชน์เพียงด้านนันทนาการเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนการบำรุงรักษาเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจและสังคมของชาติด้วย เพราะหากเราขาดความเข้มแข็งทางสิ่งแวดล้อมแล้ว เราจะไม่สามารถพัฒนาประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนได้เลย การจัดกิจกรรมในวันนี้จะเป็นการจุดประกายให้ผู้ที่เข้าร่วมได้พัฒนาจิตวิญญาณแห่งการอนุรักษ์ทะเล และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทยและโลกใบนี้ จะเป็นการสร้างความตระหนักรู้ ให้ประชาชนหันมาให้ความสนใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”
โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 39 ได้พาคณะครูอาจารย์ และผู้ที่สนใจลงพื้นที่ทำกิจกรรม ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย จังหวัดชลบุรี สถานที่จัดตั้งขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา หรือ NATURAL HISTORY MUSEUM อันเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงวัตถุธรรมชาติ ทั้งในด้านธรณีวิทยา พฤกษศาสตร์ สัตวศาสตร์ ทางทะเลเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ให้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับระบบนิเวศชายฝั่งและทรัพยากรทางทะเล โดยมีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ร่วมให้ความรู้
หลังจากนั้น คณะฯ ได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมปลูกป่าโกงกางด้วยวิธีการใหม่ที่เรียกว่า “ท่อใยหิน” แบบยกพื้น ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมในการปลูกโกงกางในพื้นที่ที่มีคลื่นลมแรง ระดับน้ำทะเลสูง มีก้อนหินและโขดหินเป็นส่วนใหญ่ และมีธาตุอาหารน้อย เพราะจะทำให้โกงกางหยั่งรากได้ มีโอกาสในการรอด และเติบโตมากขึ้น การปลูกป่าโกงกางนี้มีความสำคัญเพราะจะช่วยเพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืช และสัตว์ทะเล สร้างความสมดุลในระบบนิเวศ ช่วยบรรเทาปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และยังเป็นแหล่งอาศัย แหล่งหากิน และแหล่งสืบพันธุ์ของสัตว์ทะเลนานาชนิดอีกด้วย คณะยังได้ร่วมกันปล่อยเต่าตนุกลับสู่ธรรมชาติ โดยเต่าทะเลเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศทางทะเล แต่ในปัจจุบันประชากรเต่าทะเลกำลังลดน้อยลงอย่างน่าวิตกจากการถูกคุกคามจากมนุษย์และปัญหาสิ่งแวดล้อม การปล่อยเต่าตนุกลับสู่ธรรมชาติจึงเป็นการช่วยเพิ่มประชากรของเต่าทะเลและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศไว้ อีกทั้งคณะฯ ยังได้ทำกิจกรรมเก็บขยะบริเวณชายหาดน้ำใส เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ลดปัญหามลพิษทางทะเลจากขยะ และสร้างภูมิทัศน์ให้สะอาดสวยงามอีกด้วย และอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง คือกิจกรรมล่องเรือเยี่ยมชมธรรมชาติเกาะแสมสาร ซึ่งเป็น 1 ใน 9 เกาะในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และครูอาจารย์ยังได้ทำกิจกรรมดำน้ำดูปะการัง เพื่อศึกษาระบบนิเวศทางทะเลอย่างใกล้ชิด ซึ่งปะการังเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศทางทะเลและมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด
วิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เล่าเสริมว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องการทรงงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลในการผสานการอนุรักษ์เข้ากับการพัฒนาที่ยั่งยืน นั่นคือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจะต้องกระทำควบคู่ไปกับการสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยแนวพระราชดำริอันทรงคุณค่านี้ ทิพยประกันภัย จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืน โดยการสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด เพื่อให้คนรุ่นหลังได้สืบสานมรดกล้ำค่าของแผ่นดินไทยต่อไป”
โครงการยังมีกิจกรรม Workshop และการบรรยาย โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อาทิ “9 ตามรอยนวัตกรรมของพ่อ ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนระดับสากล” ที่เป็นการถอดบทเรียนนวัตกรรมศาสตร์พระราชาในประเด็น “ศาสตร์พระราชากับนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด” พร้อมสอดแทรกคุณธรรม 5 ประการ คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู และ “The King’s Journey Learn English an Example of an Invention” โดยอาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม นายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย พร้อมทั้งการบรรยายเรื่อง “คุณธรรมในยุคดิจิทัล” โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม และ “ถอดรหัสพระอัจฉริยะภาพในหลวงรัชกาลที่ 9” โดย ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อก้าวสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามนโยบาย UNSDG ภายในปี 2030
ทางโครงการฯ ยังได้จัดกิจกรรมการกุศล ได้แก่ การมอบหนังสือจากโครงการ “อ่านพลิกชีวิต” ของอมรินทร์กรุ๊ป พร้อมด้วยกิจกรรมมอบทุน และอุปกรณ์ทางการศึกษาจากมูลนิธิธรรมดี ให้กับน้องๆ นักเรียนในจังหวัดชลบุรีอีกด้วยสำหรับโครงการ ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ในครั้งต่อไป จัดโดย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย และมูลนิธิธรรมดี พร้อมด้วยการสนับสนุนหนังสือจากโครงการอมรินทร์อาสาอ่านพลิกชีวิต อมรินทร์กรุ๊ป ขอเชิญชวนครูอาจารย์ และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ณ โครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรจากทางโครงการฯ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นหนึ่งในกิจกรรมการพัฒนาตนเองในการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภาได้ FB : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey LINE : The King’s Journey
แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอกซ่า ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และประเทศเกาหลีใต้ กล่าวว่า “กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นองค์กรที่มุ่งมั่น และให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้าน Climate Change & Biodiversity ผ่านการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และสิ่งแวดล้อมทะเลของประเทศไทย รวมถึงเป็นแรงขับเคลื่อน ส่งเสริม และกระตุ้นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล นอกจากนี้ กลุ่มแอกซ่ายังยกประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็น 1 ใน 5 กลยุทธ์หลักขององค์กร ในขณะที่ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มุ่งเน้นเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบาย และเป็นกลยุทธ์หลักของการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินงานผ่านโครงการต่างๆ ซึ่งบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการทุกโครงการของเรา จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้แก่องค์กรต่างๆ และประชาชนให้เห็นความสำคัญกับการอนุรักษ์ และรักษาธรรมชาติ ผ่านการลงมือทำร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ให้สมกับคำว่า เคียงข้าง คุ้มครอง พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อคงไว้ให้แก่ลูกหลานของเราในอนาคต”
บุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร กล่าวเสริม “โครงการ Save Our Sea ปีที่ 2 ถือเป็นโครงการระยะยาวซึ่งเป็นการร่วมมือกันของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะ Green Insurer มูลนิธิ ลากูน่า ภูเก็ต และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน โดยในปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินโครงการในการช่วยสนับสนุนการปรับปรุง และซ่อมบำรุงบ่ออนุบาลเต่าทะเล ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน เพื่ออนุบาลเต่าทะเลในประเทศไทย รวมถึงเต่ามะเฟืองที่เป็นเต่าใกล้สูญพันธุ์ โดยศูนย์วิจัยดังกล่าวถือเป็น 1 ใน 5 ประเทศทั่วโลก ที่สามารถอนุบาลเต่ามะเฟืองได้ และร่วมปล่อยลูกเต่าตนุกลับสู่ท้องทะเล เก็บขยะรอบชายหาด ซึ่งขยะที่คัดแยกได้ทำการส่งมอบ เพื่อทำเป็นอุปกรณ์การเรียนการสอนเรื่องประเภทของขยะให้แก่โรงเรียนอนุบาล ลากูน่า ภูเก็ต และการจัดทำบ้านปลา
"และปีนี้ ทางบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นสานต่อกิจกรรม Save Our Sea อย่างต่อเนื่อง ผ่านการปล่อยเต่าตนุ กลับสู่ท้องทะเล เก็บขยะรอบชายหาด สร้างการเรียนรู้และตระหนักรู้ในการคัดแยกและทิ้งขยะให้ถูกประเภท รวมถึงการจัดทำบ้านปลา เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำนานาชนิด อาทิ ปลาทะเล และปลาหมึก เพื่อสร้างความสมดุลให้ท้องทะเลอันดามัน”
นอกจากนั้น กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต และพันธมิตรยังมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน ที่มุ่งมั่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ และสิ่งแวดล้อมทางทะเลของประเทศไทย อีกทั้งร่วมส่งเสริม และกระตุ้นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใส่ใจสิ่งแวดล้อมทางทะเล หรือ Climate Change & Biodiversity ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่น อยู่เคียงข้าง คุ้มครอง พร้อมใส่ใจ สิ่งแวดล้อม ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามกิจกรรมเพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ โทร 1159 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
จะเห็นได้ว่าธุรกิจประกัน ให้ความสำคัญกับอีเวนท์ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นการคืนกำไรสู่สังคมอย่างยั่งยืน...
  --  
iClickNews.com