Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

กรุงศรีเข้าซื้อหุ้น 75% ของ Home Credit ในอินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์ มหกรรมอาหารฮาลาลบิ๊ก ในงาน “ ฮาลาลมหานคร ”
ธ.ก.ส. 'หนุน' ปลูกผักยกแคร่ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ทีเอ็มบีธนชาต“ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” มอบโชคมูลค่ารวมสูง 12 ล้าน
กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต ปลูกต้นไม้กว่า 100,000 ต้น ทั่วไทย ผู้นำใส่ใจสิ่งแวดล้อม OCEAN LIFE ไทยสมุทร เสริมศักยภาพด้านกลยุทธ์ให้กับผู้บริหาร
LINE SHOPPING ปรับ “ระบบชำระเงินแบบใหม่” ติดสปีดร้านค้าออนไลน์ ได้เงินไวขึ้น! แอ็กซอลตา โค้ทติ้ง ซิสเต็มส์ 'หนุน' แข่งขันทักษะฝีมือ MG Skill Contest 2022
ซีพีเอฟ ร่วมงาน ‘The ICVS 2022’ โชว์แนวคิดขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

กรุงศรีเข้าซื้อหุ้น 75% ของ Home Credit ในอินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์
นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการของ PT. Home Credit Indonesia และ HC Consumer Finance Philippines, Inc. โดยธุรกรรมจะเสร็จสิ้นหลังจากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานในการกำกับดูแล เรามั่นใจว่าด้วยความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ Home Credit ทั้งในตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ผสานเข้ากับประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนานของกรุงศรีในธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภคจะยกระดับศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้น โดยการผสานความร่วมมือระหว่างกันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งรวมทั้งลูกค้าในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และความสำเร็จในครั้งนี้ได้ตอกย้ำอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของเราในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจสู่อาเซียน เพื่อปูทางสู่การเป็น “สถาบันการเงินไทยที่เป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน””
PT. Home Credit Indonesia และ HC Consumer Finance Philippines, Inc. เป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดสินเชื่อผู้บริโภคทั้งในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ โดยให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแก่ผู้บริโภคในกลุ่ม mass market และ upper mass market ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่งและช่องทางการขายที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันในแบบ omni-channel ทำให้ปัจจุบัน Home Credit เป็นผู้นำในสินเชื่อ ณ จุดขาย (POS loan) PT. Home Credit Indonesia มีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันราว 11 ล้านรายและให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าราว 5 ล้านรายในอินโดนีเซีย ขณะที่ HC Consumer Finance Philippines, Inc. มีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันราว 9 ล้านรายและให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าราวกว่า 8 ล้านรายในฟิลิปปินส์

Go To Lead


มหกรรมอาหารฮาลาลบิ๊ก ในงาน “ ฮาลาลมหานคร ”
นางสาวทรงสิริวรรณ เลิศณรงค์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมการตลาด ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า งาน “ฮาลาลมหานคร ” คัดสรรอาหารฮาลาลรสเลิศทั่วไทย เอาใจลูกค้าได้เลือกซื้ออาหารถูกต้องตามหลักบัญญัติอิสลาม อิ่มอร่อยไปกับสารพัดเมนูอาหารฮาลาล รสชาติถึงเครื่องเข้มข้นพร้อมเสิร์ฟ อาทิ ร้าน FIN Burger (ฟิน เบอร์เกอร์) กับเมนู เบอร์เกอร์ฮาลาล สไตล์โฮมเมด, ร้าน THE BUNG STEAK HALAL (เดอะบังสเต็กฮาลาล) โดดเด่น เรื่องเมนูสปาเก็ตตี้, ร้าน GET HUG (เก็ตฮัก) อาหารเวียดนามฮาลาลเพื่อสุขภาพ เมนู แหนมเนือง กับเครื่องเคียงครบสูตร, ร้าน GOSHO SUSHI (โกโช ซูชิ) อาหารญี่ปุ่น เมนูซูชิโรลฟิวชั่น อร่อยแบบคำใหญ่เต็มคำ, ร้าน Rifai Kitchen (รีฟาย คิทเช่น) ร้านอาหารอาหรับจานด่วน ข้าวหมกบริยานี ชาวัรมา ต้นตำหรับ, ร้านไก่ย่างจีระพันธ์ ที่นำเสนอเมนู ไก่เนื้อทอง เนื้อย่างโคขุนทอง,ร้าน Kissmee Daroch (คีสมี่ ดารอช) ครัวซองต์ โดนัทแป้งนุ่ม เบเกอรี่โฮมเมด, ร้าน D’nuts (ดีนัทส์) Natural Healthy เมนูไอศครีมท็อปปิ้งธัญพืช, ร้าน Orient Paradise (โอเรียนท์ พาราไดซ์) เมนูขนมอาราเบียน ขนมกุนาฟะฮ์, ร้าน AndaFarm La Boucherie (เเอนดาฟาร์ม) นำเสนอเมนู สเต็กเนื้อ ไส้กรอกเยอรมัน เนื้อแช่แข็ง, บารอกัตลั้นลาแลนด์ คาเฟ่ กับเมนูพิซซ่าโบโลน่า และเมนู Signature Passion Barakat, ร้านยายทำให้หลานขาย กับเมนูขนมไทยโบราณหาทานยาก สูตรคุณยายกว่า 50 ปี, Regent Thailand Hotel (รีเจนท์ ไทยแลนด์ โฮเทล) พบกับฟู้ดทรัคตุ๊กๆ กับเมนู อาหารไทย Signature ผัดไท ข้าวคลุกกะปิ ข้าวตังหน้าตั้ง, ร้านBingsu Nom6 & Snow Six (บิงซูนมหก) บิงซูเครื่องแน่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเมนูคาวหวานอีกมากมายกว่า50 ร้านค้าให้เลือกชิมกันอย่างเพลิดเพลิน ห้ามพลาด...ที่สุดของความอร่อย ในงาน “ฮาลาลมหานคร” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 5 ธันวาคม 2565 บริเวณ ลานน้ำพุ ชั้น1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0-2721-8888 หรือ www.seaconsquare.com, www.facebook.com/SeaconSquareFanPage, Instagram: seaconsquare, Line: @seaconsquare

Go To Lead


ธ.ก.ส. 'หนุน' ปลูกผักยกแคร่ สร้างอาชีพ สร้างรายได้
นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการและโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ลงพื้นที่เยี่ยมชมงานสวนลุงทิด (เพาะความสุข) ของนายอาทิตย์ แสงโลกีย์ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Smart Farmer) ที่หันมาปลูกพืชผักหลายชนิด เช่น ไผ่บงหวานพันธุ์เพชรน้ำผึ้ง ดอกกระเจียวหวาน ผักหวานป่า มะเดื่อฝรั่ง กล้วย ผักสลัดต่างประเทศนานาชนิด และไข่ไก่พื้นเมืองจากไก่แดงดอกคูณ เป็นต้น ซึ่งผลผลิตจากสวนลุงทิดได้รับการรับรองแหล่งผลิตอินทรีย์ (Organic Thailand) จากกรมวิชาการเกษตรและมาตรฐาน GAP จากการทำเกษตรอินทรีย์ตามหลัก BCG Mode มีการปลูกผักยกแคร่เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและศัตรูพืช มีการนำผลผลิตกล้วยมาแปรรูปเป็นกล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปหลากหลายช่องทาง อาทิ ตลาดชุมชน หน่วยงานต่าง ๆ และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ โดยสวนลุงทิดยังได้รับคัดเลือกให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส. และเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ของสำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น ที่เปิดสวนให้เข้าเยี่ยมชมงาน พร้อมถ่ายทอดความรู้ ฝึกอบรมทักษะด้านเกษตรอินทรีย์ เพื่อสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรในชุมชนและผู้ที่สนใจการทำเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ ยังมีการขยายต้นพันธุ์พืชจำหน่ายให้กับผู้สนใจเพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมและขยายเครือข่ายการเกษตรควบคู่ไปด้วย
สวนลุงทิด เป็นหนึ่งในธุรกิจหัวขบวนของชุมชนห้วยเสือเต้น ซึ่งมีสมาชิกในชุมชนจำนวน 338 ครัวเรือน โดยคนในชุมชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตต่าง ๆ ทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 อุทกภัยและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและรายได้รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาตามแนวทางการจัดการ – การออกแบบเชิงพื้นที่ “แก้หนี้ แก้จน” หรือ Design & Manage by Area : D&MBA เริ่มตั้งแต่การประเมินศักยภาพในการชำระหนี้
การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับที่มาของรายได้ เพื่อคลายความกังวลและลดภาระในการชำระหนี้ การสนับสนุนให้เกิดการสร้างรายได้โดยเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชนและสถาบันการศึกษาในจังหวัดขอนแก่น ภายใต้โครงการหมู่บ้านสีขาวมั่นยืน เพื่อเข้ามาช่วยเติมองค์ความรู้และเสริมทักษะด้านการพัฒนาอาชีพเดิม อาชีพเสริม อาชีพใหม่ ให้คนในชุมชน
เช่น การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การปลูกผักบนแคร่และบนโต๊ะ การแปรรูปอาหาร หนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนด้วยการเปิดร้านค้าชุมชน โรงสีชุมชน โรงกรองน้ำดื่มชุมชนและชุมชน OTOP นวัตวิถี โดย ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนสินเชื่อสำหรับลงทุนและเสริมสภาพคล่องให้กับเกษตรกรในชุมชน ผ่านสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ สินเชื่อแปลงใหญ่ และสินเชื่อนวัตกรรมเครื่องจักรกลเป็นจำนวนกว่า 34 ล้านบาท

Go To Lead


ทีเอ็มบีธนชาต“ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” มอบโชคมูลค่ารวมสูง 12 ล้าน
นางสาวนันทพร ตั้งเจริญศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์และประสบการณ์ลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า ธนาคารได้ศึกษาพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของพนักงานเงินเดือนมาอย่างต่อเนื่อง จนพบและเข้าใจเป็นอย่างดีว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีฐานเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่มีภาระทางการเงินที่หลากหลายแตกต่างกัน รวมถึงภาระหนี้สินผูกพันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ทีเอ็มบีธนชาตในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำที่อยู่เคียงข้างและยึดมั่นแนวทางที่จะช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น จึงได้สร้างสรรค์แคมเปญ “ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” กับบัญชีเงินเดือนทีทีบี สำหรับพนักงานที่มีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารโดยเฉพาะ เพื่อตอบแทนและมอบสิ่งดี ๆ ให้ลูกค้าคนสำคัญได้ยิ้มสนุกไปกับทีเอ็มบีธนชาตแม้ในวันที่ยังมีภาระหนี้ โดยมั่นใจว่าจะตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานเงินเดือนที่ต้องการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งวันนี้ และอนาคต
นับเป็นครั้งแรกของวงการสถาบันการเงินที่จัดรายการแจกรางวัลที่ให้อิสระกับผู้โชคดีในการเลือกรับรางวัลให้ได้รับประโยชน์ ความคุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรางวัลการเคลียร์หนี้สูงสุด 100,000 บาท หรือ รับกรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกันสูงสุด 1,000,000 บาท รวมทั้งสิ้น 1,515 รางวัล มูลค่ารางวัลรวมสูงสุดกว่า 12 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 เดือนของแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 - วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ได้แก่ รางวัลที่ 1 เคลียร์หนี้มูลค่า 100,000 บาท หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกัน1,000,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี) จำนวน 5 รางวัลต่อเดือน รางวัลที่ 2 เคลียร์หนี้มูลค่า 10,000 บาท หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกัน 200,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี) จำนวน 200 รางวัลต่อเดือน รางวัลที่ 3 เคลียร์หนี้มูลค่า 5,000 บาท หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิต ทุนประกัน 100,000 บาท (ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี) จำนวน 300 รางวัลต่อเดือน ลูกค้าบัญชีเงินเดือนทีทีบี สามารถรับสิทธิ์ได้ทันทีเพื่อร่วมลุ้นรับรางวัล เพียงทำธุรกรรมจ่ายบิลต่าง ๆ ผ่านแอป ทีทีบี ทัช หรือ ใช้จ่ายบัตรเดบิตทีทีบี ออลล์ฟรี ที่ผูกกับบัญชีเงินเดือนทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ไม่มียอดขั้นต่ำ โดยทุกธุรกรรมจะได้รับสิทธิ์ 1 สิทธิ์ทันทีไม่ต้องลงทะเบียน ยิ่งใช้มาก ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้น โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านทางเว็บไซต์ของธนาคาร รวมทั้งมีการแจ้งผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลผ่านทีทีบี ทัช และ SMS
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทีเอ็มบีธนชาตมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ช่วยสร้างชีวิตของลูกค้าดีขึ้นทั้งวันนี้ และอนาคต ขณะเดียวกัน เราไม่หยุดยั้งที่จะสร้างรอยยิ้มและประสบการณ์ที่ประทับใจจากการใช้บริการกับธนาคารผ่านกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและตอกย้ำความคุ้มค่าที่ได้มากกว่าบัญชีเงินเดือนทั่วไป และสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานบัญชีเงินเดือนทีทีบีมากขึ้น ในการร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่ที่เป็นสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งปกติจะทำธุรกรรมดังกล่าวในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว นอกจากแคมเปญนี้ที่จัดขึ้นสำหรับลูกค้าบัญชีเงินเดือนแล้ว ธนาคารยังมีแผนเดินหน้าส่งมอบแคมเปญดี ๆ อีกมากมายที่จะทยอยออกมาตอบโจทย์ลูกค้าทีเอ็มบีธนชาตทุกคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสุขในทุก ๆ วันที่อยู่กับทีเอ็มบีธนชาต" นางสาวนันทพร กล่าว รายละเอียดแคมเปญ “ลุ้นโชคใหญ่ เคลียร์หนี้ให้ คุ้มครองนาน” กับบัญชีเงินเดือนทีทีบี สามารถอ่านเพิ่มเติม ได้ที่ https://ttbbank.com/luckydraw-pr หรือ สอบถามข้อมูล ได้ที่ ทีเอ็มบีธนชาตทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ttb contact center 1428

Go To Lead


กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต ปลูกต้นไม้กว่า 100,000 ต้น ทั่วไทย ผู้นำใส่ใจสิ่งแวดล้อม
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะองค์กรระดับแนวหน้าที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน หรือ Climate change มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวในฐานะ ‘Green Insurer’ หรือผู้นำบริษัทประกันที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมและกระตุ้นการปลูกจิตสำนึก พร้อมสร้างการตระหนักรู้ สนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผ่านโครงการ ‘Go Green’ โดยปัจจุบันได้ปลูกป่าไปแล้วกว่า 100,000 ต้น ทั่วประเทศไทย สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 900,000 กิโลกรัม/ปี ซึ่งต้นไม้ที่ปลูกเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ได้แก่ พนักงาน ฝ่ายขาย และลูกค้า โดยร่วมการลดใช้กระดาษ ซึ่งพนักงานร่วมกันลดการใช้กระดาษทุก 100 แผ่น จะแปลงเป็นการปลูกต้นไม้ 1 ต้น สำหรับฝ่ายขาย ได้เปลี่ยนจากแบบฟอร์มการสมัครประกันแบบกระดาษ เป็นเล็กโทรนิกส์ (E-application) ซึ่งทุก 10 E-application จะเปลี่ยนเป็นการปลูกต้นไม้ 1 ต้น และสุดท้ายสำหรับลูกค้า ที่เลือกรับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (E-policy) แทนกรมธรรม์กระดาษ ทุก 1 กรมธรรม์จะแปลงเป็นการปลูกต้นไม้ 1 ต้น ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นอยู่เคียงข้าง คุ้มครอง พร้อมใส่ใจ สิ่งแวดล้อม #WeCommitToClimate แค่เราปรับ โลกก็เปลี่ยน มาสร้างโลกที่ดีขึ้นไปด้วยกัน
ผู้ที่สนใจกิจกรรมเพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ สามารถติดตามรายละเอียดไดhttps://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ โทร 1159 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

Go To Lead


OCEAN LIFE ไทยสมุทร เสริมศักยภาพด้านกลยุทธ์ให้กับผู้บริหาร
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต นำทีมผู้บริหาร ร่วมสัมมนาในหลักสูตร "A (Modified) Gear Up Approach" โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ธนัย ชรินทร์สาร ที่ปรึกษาและวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญด้าน Strategic Planning, Sustainable Strategy และProject Management ร่วมให้ความรู้ เสริมศักยภาพ และวิธีคิดในการจัดการธุรกิจด้วย 10 Concepts แนวคิดกลยุทธ์ใหม่ Business Strategy Essential ระดับสากล พร้อมจัด Workshop เพื่อให้ร่วมคิดและลงมือทำไปพร้อม ๆ กัน ทั้งนี้เพื่อยกระดับด้านการวางแผนกลยุทธ์ให้กับทีมผู้บริหาร เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานของธุรกิจประกันชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน นำการเติบโตอย่างยั่งยืนที่แท้จริงมาสู่องค์กรต่อไป ณ โรงแรม S31 สุขุมวิท
OCEAN LIFE ไทยสมุทร ใช้พลังความรัก ภายใต้แนวคิด LOVE MINDSET ขับเคลื่อนองค์กร ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมเร่งพัฒนาในทุกมิติ เพื่อดูแลลูกค้าให้มีความสุข สะดวกสบาย และปลอดภัยท่ามกลางวิกฤตต่าง ๆ ทั้งในวันนี้และอนาคต สนใจสามารถติดตามผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมดี ๆ ของบริษัทผ่านทาง OCEAN CLUB APPLICATION / LINE : @oceanlife / Facebook : Oceanlifepage และเว็บไซต์ www.ocean.co.th หรือติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.0 2207 8888

Go To Lead


LINE SHOPPING ปรับ “ระบบชำระเงินแบบใหม่” ติดสปีดร้านค้าออนไลน์ ได้เงินไวขึ้น!
นายเลอทัด ศุภดิลก ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจอีคอมเมิร์ซ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า LINE SHOPPING ในฐานะผู้นำโซเชียลคอมเมิร์ซของไทย เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์ร้านค้าโซเชียลของเราที่มีอยู่กว่า 450,000 ราย ภายใต้วิสัยทัศน์ “LIBERTY TO WIN” ที่ต้องการปลดล็อกทุกข้อจำกัดของการขายให้กับร้านค้า SMEs ไทย โดยพบว่า หนึ่งในปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องพบเจอคือ เรื่องรอบการชำระเงิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของร้านค้า เราจึงพัฒนาระบบชำระเงินใหม่ที่ยอดขายจะเข้าบัญชีร้านค้าออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน และเพิ่มโอกาสในการขายและการเติมสินค้าเข้าหน้าร้านได้อย่างทันท่วงที ระบบชำระเงินแบบใหม่นี้ ยังเป็นองค์ประกอบรองรับที่สำคัญที่จะทำให้ร้านค้ามีความพร้อมต่อระบบชำระเงินใหม่ๆ ที่หลากหลายตรงตามความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงฟีเจอร์ช่วยกระตุ้นยอดขายใหม่ๆ อีกมากมายที่ LINE SHOPPING กำลังพัฒนาและเตรียมปล่อยให้ใช้ในอนาคตอันใกล้ อาทิ SHARE & EARN และ SEND GIFT โดยทั้ง 2 ฟีเจอร์ใหม่นี้ จะทำให้การช้อปบน LINE SHOPPING ยิ่งสนุกและคึกคักมากขึ้นรับเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะช่วยเพิ่มการเติบโตยอดขายของทั้งแพลตฟอร์มในช่วงเดือนธันวาคม 2565 – มกราคม 2566 ประมาณ 43% ฟีเจอร์ใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Social Sales ที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ใช้และแพลตฟอร์มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ LINE เราเชื่อว่า ร้านค้าที่สมัครระบบชำระเงินแบบใหม่ และเปิดใช้ฟีเจอร์ใหม่ทั้ง SHARE & EARN และ SEND GIFT จะได้รับประโยชน์สูงสุดในช่วงปลายปีซึ่งเป็นโอกาสทองในการขายสินค้าอย่างแน่นอน”
ระบบการชำระเงินแบบใหม่ คือ ระบบการจ่ายเงินรูปแบบใหม่สำหรับการซื้อสินค้าบน LINE SHOPPING ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการยอดเงินให้ร้านค้า (Seller) เป็นระบบมากขึ้น พร้อมกับทำให้ร้านค้าได้รับเงินรวดเร็วขึ้น ส่งผลดีต่อสภาพคล่องของร้าน และเกิดการหมุนเวียนค่าใช้จ่ายได้ไวขึ้น รวมถึงทำให้ลูกค้า (Buyer) เลือกชำระเงินได้อย่างหลากหลายขึ้นตามความสะดวก การอัปเกรดระบบชำระเงินแบบใหม่ในครั้งนี้ ได้เพิ่มคุณสมบัติที่โดดเด่นดังต่อไปนี้ ระบบรองรับการชำระเงินได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, Rabbit LINE Pay (Wallet/Debit/Credit Card), ใช้ LINE POINTS เป็นส่วนลดแทนเงินสด และช่องทางอื่นๆ เช่น QR Payment เป็นต้น รวมถึงช่องทางชำระเงินใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ร้านค้าได้รับเงินยอดขายจากระบบเร็วขึ้น ค่าธรรมเนียมของร้านค้าที่มีการปรับลดลงเหลือ 2.2% (กรณีที่ลงทะเบียนและได้รับการอนุมัติภายในช่วง ตุลาคม 2565 - 28 กุมภาพันธ์ 2566) ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญจาก LINE SHOPPING ทุกเดือน ได้สิทธิ์ในการใช้ฟีเจอร์กระตุ้นยอดขายใหม่ๆ ได้รับเงินค่าคูปองส่วนลดที่ LINE SHOPPING สนับสนุนเร็วขึ้น
เดือนธันวาคมนี้ เตรียมพบกับ 2 ฟีเจอร์ใหม่ที่ LINE SHOPPING ส่งมาช่วยเพิ่มยอดขายโดยเฉพาะSHARE & EARN คือ ฟีเจอร์ช่วยกระตุ้นยอดขายสำหรับร้านค้า ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ LINE สามารถ “ป้ายยา” ผ่านการแชร์ลิงก์โปรโมทหรือแนะนำร้านค้าหรือสินค้าที่ชื่นชอบให้แก่เพื่อน, ครอบครัว, และคนรู้จักใน LINE ได้ และหากมีการซื้อสินค้าจากลิงก์ที่แชร์ ผู้ที่แชร์จะได้รับโบนัสเป็น LINE POINTS โดยผู้ใช้ LINE สามารถเลือกค้นหาร้านค้า/สินค้าที่เข้าร่วมโปรแกรม SHARE & EARN ได้ที่หน้าหลักของ LINE SHOPPING โดยสังเกตที่ปุ่มเครื่องหมาย Share แบบใหม่ จากนั้นเลือกร้านค้าหรือสินค้าที่ชอบแล้วส่งหาเพื่อนได้เลย ทั้งนี้ยิ่งแชร์มากจะมีสิทธิ์ได้รับ LINE POINTS เพิ่มขึ้น โดยฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ทดลองใช้ฟรีตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมถึงเดือนมีนาคม 2566 SEND GIFT คือ ฟีเจอร์ส่งของขวัญที่จะทำให้ทุกคนสามารถเลือกซื้อสินค้าบน LINE SHOPPING เพื่อส่งเป็นของขวัญให้เพื่อนใน LINE ได้อย่างง่ายดายในทุกช่วงเวลาและทุกโอกาสแม้ไม่ทราบที่อยู่ผู้รับ อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมและกระตุ้นการขายให้กับร้านค้าได้อีกด้วย โดยฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานได้ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ ร้านค้าเก่าและร้านค้าใหม่บน LINE SHOPPING เปิดใช้ 2 ฟีเจอร์ใหม่สุดมาแรงได้ก่อนใคร เพียงสมัครใช้ระบบการชำระเงินแบบใหม่ได้ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ https://lin.ee/V1jj9Wb

Go To Lead


แอ็กซอลตา โค้ทติ้ง ซิสเต็มส์ 'หนุน' แข่งขันทักษะฝีมือ MG Skill Contest 2022
บริษัท แอ็กซอลตา โค้ทติ้ง ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้การสนับสนุน การแข่งขันทักษะฝีมือ MG Skill Contest 2022 ได้รับเกียรติจาก คุณเจสัน เจียเวยเชา ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด รับมอบรางวัลจากแอ็กซอลตาเพื่อส่งมอบให้ผู้ชนะการแข่งขัน กิจกรรมจัดขึ้นที่ ศูนย์บริการ เอเบิล มอเตอร์ ปทุมธานี
สำหรับกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้มีการนำผลิตภัณฑ์สีพ่นรถยนต์ โครแมกซ์ ออกบูธแสดงสินค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ให้กับศูนย์บริการ MG ทั่วประเทศ นำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์เต็มระบบ รวมถึงเสริมความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์สินค้าภายใต้เครือบริษัทฯ ตามมาตรฐานสากล ขับเคลื่อนประสิทธิภาพสูงสุด ในทุกขั้นตอนงานซ่อมสี

Go To Lead


ซีพีเอฟ ร่วมงาน ‘The ICVS 2022’ โชว์แนวคิดขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน
นายสัตวแพทย์ปราโมทย์ ตาฬวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดบูธแสดงการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี มาช่วยลดการใช้ทรัพยากร และสนับสนุนให้เกิดความปลอดภัยทางอาหาร ยกระดับมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ของประเทศไทยสู่สากล ภายใต้กระบวนการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น การใช้ระบบเอไอ และออโตเมชัน (AI & AUTOMATION) ในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ในรูปแบบ “SMART FEED MILL” นวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์และระบบฟาร์มป้องกันโรค ในรูปแบบ “SMART FARM” การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้ “SMART FACTORY” ตามแนวทางระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้าน BIO-CIRCULAR GREEN ECONOMY ของประเทศ ระบบฟาร์มอัจฉริยะ นับเป็นหัวใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพภายในฟาร์ม มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งช่วยลดต้นทุนและร่วมสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ซีพีเอฟ ยังนำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ได้แก่ อาหารสุนัข แบรนด์ Jerhigh (เจอร์ไฮ) และ อาหารแมว แบรนด์จินนี่ (Jinny) ซึ่งวิจัยและพัฒนาสูตรร่วมกับสัตวแพทย์ โดยไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์ อาทิ เล็บ ขน และกระดูก ผ่านกระบวนการผลิตเทียบเท่ากับอาหารมนุษย์ พร้อมทั้งเป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มาร่วมจัดแสดง งานประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 45 (The International Conference on Veterinary Science 2022) หรือ “The ICVS 2022” เป็นเวทีสำคัญที่มีสัตวแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ในสาขาวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจด้านการดูแลสัตว์เลี้ยง และการผลิตสัตว์เชิงอุตสาหกรรม ในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์ทางวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นความร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน เพิ่มขีดความสามารถของวิชาชีพสัตวแพทย์ขับเคลื่อนประเทศไทย โดยเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาด้านการเลี้ยงสัตว์ รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเพิ่มขีดความสามารถของวิชาชีพสัตวแพทย์

Go To Lead

  --  
iClickNews.com