Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

ธ.ก.ส. 'เร่ง'ช่วยลูกค้าน้ำท่วม “EXIM Index”
Beacon VC-ไมโครซอฟท์ ติดปีกสตาร์ทอัพไทย B2B ทีเอ็มบีธนชาต ตั้งเป้า TOP 4 ตลาดบัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล
เอไอเอ กำไรพุ่ง 4 % เมืองไทยประกันชีวิต ชวนลูกค้าสมัครบริการการเงิน'สะดวก-ปลอดภัย'
เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต-SCB เปิดตัวบริการ “FWD Utmost” พรูเด็นเชียล ประเทศไทย -The 1 ตอกย้ำการดูแลสุขภาพที่ดี
Allianz Ayudhya Healthy Champion Challenge 2022 กรุงเทพประกันชีวิต มอบสิทธิ์ลุ้นรับบัตร ร่วมงานเทศกาลดนตรี
TIPH เดินหน้า'นวัตกรรม' ใหม่ คปภ. 'ระดม'ภาคธุรกิจประกันภัยแก้ pain points ประกันภัยสุขภาพผู้สูงอายุ
เปิดทริคการออม…สอนลูกแต่ละวัย TOA รวมพลังเยาวชนจิตอาสา แต่งแต้มสีสันศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ปทุมธานี
TCEB ดัน MICE รองรับ 'เปิด' ประเทศ

ธ.ก.ส. 'เร่ง'ช่วยลูกค้าน้ำท่วม
นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุมู่หลาน ทำให้เกิดวิกฤติน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกำลังขยายมาในพื้นที่ภาคกลางส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร ซึ่ง ธ.ก.ส.ได้เร่งดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรลูกค้า โดยมอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลูกค้าและนำถุงยังชีพไปมอบเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้น รวมถึงสำรวจข้อมูลความเสียหายและผลกระทบจากอุทกภัย โดยกรอบการดำเนินงานที่จะเข้าไปดูแลกรณีได้รับความเสียหาย ธ.ก.ส. จะผ่อนผันการชำระหนี้ออกไปไม่เกิน 12 เดือน โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ และสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ร่วมโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2565 เมื่อดำเนินการสำรวจพื้นที่การเกษตรแล้วพบว่า มีความเสียหายเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ธ.ก.ส. จะเร่งประสานงานส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ชดเชยความเสียหายโดยเร็วต่อไป
"ธ.ก.ส. ยังพร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค่าใช้จ่ายจำเป็นฉุกเฉิน เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือน เดือนที่ 7 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR คือ 6.50% วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 (ปัจจุบัน MRR = 6.50)" นายธนารัตน์ กล่าว

Go To Lead


“EXIM Index”
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ครึ่งหลังปี 2565 การส่งออกยังไปต่อได้ แต่อาจชะลอความเร็วลง จากที่ขยายตัว 12.9% ในช่วง 5 เดือนแรกปี 2565 อย่างไรก็ตาม ส่งออกทั้งปีคาดว่าจะขยายตัว 6-7% ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้สินค้าแพง ต้นทุนธุรกิจและค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ในการช่วยเหลือให้ผู้ส่งออกไทยรู้เท่าทันสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า EXIM BANK จึงริเริ่มจัดทำ “EXIM Index” นวัตกรรมด้านงานวิจัยธุรกิจที่แสดงผลเป็นดัชนีชี้วัดสภาวะส่งออกล่วงหน้า โดยใช้ข้อมูล 25 ตัวชี้วัดใน 5 มิติ ประกอบด้วยอุปสงค์ (Demand) ทิศทางเศรษฐกิจในตลาดหลักและตลาดใหม่ การส่งออกของประเทศคู่ค้า อุปทาน (Supply) ดัชนีแรงกดดันด้านห่วงโซ่อุปทานโลก การลงทุนภาคเอกชน ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ราคา (Prices) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ราคาอาหารและสินค้าเกษตรโลก บรรยากาศตลาด (Sentiment) ดัชนีตลาดหุ้น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในประเทศคู่ค้า และธุรกรรมของ EXIM BANK ผลลัพธ์เป็น “ดัชนีชี้นำการส่งออกของไทย” ซึ่ง ณ ไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 100.63 ลดลงจาก 100.90 ในไตรมาสแรกปี 2565 สะท้อนว่าในระยะข้างหน้า การส่งออกไทยมีแนวโน้มชะลอตัว เป็นผลจากเศรษฐกิจคู่ค้าที่ชะลอตัวลง อาทิ สหรัฐอเมริกาและยุโรป ผู้บริโภคและนักลงทุนมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยและภาวะเงินเฟ้อ ปัญหา Global Supply Chain ยังมีอยู่ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ส่งออก และธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศที่เริ่มชะลอลง แม้จะยังขยายตัวได้
ครึ่งหลังปี 2565 ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวใน 2 มิติ ประการแรก ปรับตัวสู้ต้นทุนแพง ยกระดับสินค้าและกระบวนการผลิต เพื่อเข้าสู่ตลาดที่แข่งขันด้วยสินค้าที่มีนวัตกรรม ตอบโจทย์เทรนด์โลกและผู้บริโภคยุคใหม่ ได้แก่ สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล และดูแลสุขภาพ (Green, Digital, Health : GDH) รวมถึงการปรับปรุงแนวทางการตลาดด้วยการโชว์เอกลักษณ์ของสินค้า ขายแบบซอฟต์พาวเวอร์ สร้างและสื่อสารแบรนด์อย่างน่าสนใจ ประการที่สอง บริหารความเสี่ยง กระจายตลาดหรือบุกตลาดใหม่ อาทิ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) ซึ่งเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีประชากรกว่า 2,300 ล้านคน มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ผู้ส่งออกไทย รวมทั้งเข้าสู่ตลาดการค้าออนไลน์มากขึ้น โดยคาดว่ามูลค่า E-Commerce โลกจะเติบโตต่อเนื่องจาก 4.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 เป็น 7.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ก้าวกระโดดจาก 3.4 และ 4.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 และ 2563 ตามลำดับ และปิดความเสี่ยงรอบด้านให้มากที่สุด

Go To Lead


Beacon VC-ไมโครซอฟท์ ติดปีกสตาร์ทอัพไทย B2B
นายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (Beacon VC) เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนวงการสตาร์ทอัพไทยอย่างครบวงจร สร้างธุรกิจที่มีนวัตกรรมและรากฐานที่เข้มแข็งเพื่อจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมและประเทศ โดยปีนี้ธนาคารให้ความสำคัญกับสตาร์ทอัพกลุ่มลูกค้าองค์กร จึงได้เดินหน้ากิจกรรมที่จะส่งเสริมองค์ความรู้ ให้การสนับสนุนเครื่องมือทางธุรกิจ พร้อมแนะนำเครือข่ายธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยอย่างต่อเนื่อง โดย Beacon VC และ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ได้บรรลุเจตนารมณ์ร่วมกันในการประสานพลังเสริมแกร่งสตาร์ทอัพไทยที่เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B Startup Synergy) เพื่อที่จะสนับสนุนเครือข่ายธุรกิจสตาร์ทอัพซึ่งกันและกัน พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้และเครื่องมือทางธุรกิจ โดยความร่วมมือในโครงการ 1 ปีต่อจากนี้ จะเน้นการเชื่อมต่อกลุ่มลูกค้าทั้งสองฝ่ายกับสตาร์ทอัพในพอร์ตโฟลิโอของ Beacon VC และไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ให้เกิดการพัฒนาและเสริมศักยภาพร่วมกัน เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้กับสตาร์ทอัพกลุ่ม B2B รวมทั้งสร้างความแข็งแรงและต่อยอดธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพอร์ตของธนาคาร ด้วยองค์ความรู้ คำปรึกษา และเครื่องมือทางเทคโนโลยี โดยกิจกรรมความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นนั้น ประกอบด้วย
การจัดเวทีจับคู่ธุรกิจ เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างกันในวงกว้าง กับ กลุ่มสตาร์ทอัพ B2B ในพอร์ตโฟลิโอ Beacon VC การจัดนัดพบแบบ Exclusive Session กับทีม Beacon VC และไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เพื่อแนะนำเคล็ดลับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน สร้างรายได้ การสนับสนุนเครื่องมือและเทคโนโลยีจากไมโครซอฟท์ รวมทั้งการเสริมงบการตลาดให้แก่สตาร์ทอัพในกลุ่ม B2B การให้องค์ความรู้แก่สตาร์ทอัพ ทั้งความรู้ผ่านโครงการ KATALYST STARTUP LAUNCHPAD 2022 ที่ไมโครซอฟท์ ประเทศไทยเข้าร่วมเป็น Mentor และสนับสนุนรางวัลให้แก่ทีมผู้ชนะ และการร่วมจัดกิจกรรม KATALYST TALK งานสัมมนาออนไลน์ที่เปิดให้ผู้สนใจทั่วไปเข้ารับชมฟรีผ่านทางเพจ KATALYST ประจำทุกเดือน มุ่งเน้นการเสริมทักษะทางเทคโนโลยีของสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอียุคใหม่”
นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ Beacon VC สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราในศักยภาพของวงการสตาร์ทอัพ กับการกำหนดทิศทางในอนาคตของประเทศไทย ให้เราก้าวข้ามจาก “Made in Thailand” ไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่ “Born in Thailand” โดยที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ให้การสนับสนุนกับสตาร์ทอัพมาโดยตลอดในหลายระดับ เพราะเราเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จที่แท้จริงจะสร้างขึ้นจากตัวคนเดียวหรือองค์กรเดียวไม่ได้ แต่ต้องมาจากอีโคซิสเต็มที่แข็งแรง นับตั้งแต่ในด้านทักษะ-ความเข้าใจในเทคโนโลยีและธุรกิจ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ปลดล็อกความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ทรัพยากรที่รองรับการพัฒนาแนวคิดให้เติบโตเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการได้จริง และโอกาสในการขยายความสำเร็จออกสู่ฐานลูกค้าและตลาดต่อไป โดยจุดมุ่งหมายของเราในความร่วมมือนี้คือการนำทรัพยากรและความรู้มายกระดับให้สตาร์ทอัพได้เติบโตสู่ความสำเร็จ ทั้งในตลาดไทยและในระดับภูมิภาค ความร่วมมือระหว่าง Beacon VC กับไมโครซอฟท์ ประเทศไทยครั้งนี้ ธนาคารได้วางเป้าหมายให้เป็นเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการผนึกกำลังเพื่อพัฒนาสตาร์ทอัพ B2B ในประเทศไทย ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากรากฐานและครอบคลุมความต้องการของภาคธุรกิจมากที่สุดในวงกว้างต่อไป ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารอัพเดทได้ทาง เฟสบุ๊กเพจ KATALYST ที่ https://m.facebook.com/KATALYSTbyKBank/

Go To Lead


ทีเอ็มบีธนชาต ตั้งเป้า TOP 4 ตลาดบัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล
นายจเร เจียรธนะกานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ทีเอ็มบีธนชาต และกรรมการผู้จัดการ ทีทีบี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล หรือ ทีทีบี คอนซูมเมอร์ของธนาคาร ได้ให้บริการผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้ารายย่อยแบบครบวงจร ทั้งบัตรเครดิต ทีทีบี ที่เปลี่ยนทุกการใช้จ่ายให้มีความหมายยิ่งกว่า ด้วยความหลากหลายของประเภทบัตรที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ได้แก่ บัตรเครดิต ทีทีบี โซ ฟาสต์ เน้นสะสมคะแนนจากการใช้จ่าย ทุก 10 บาทรับ 1 คะแนน / บัตรเครดิต ทีทีบี โซ สมาร์ท รับเครดิตเงินคืน 1% ทุกการจับจ่าย / บัตรเครดิต ทีทีบี โซ ชิลล์ ฟรีค่าธรรมเนียมกดเงิน 3% และรับเงินคืน 5% จากดอกเบี้ยที่เรียกเก็บเมื่อจ่ายตรงเวลา / บัตรเครดิต ทีทีบี แอปโซลูท เหมาะสำหรับคนชอบเดินทางท่องเที่ยวและนักช้อปออนไลน์ ด้วยค่าธรรมเนียมจากการแปลงสกุลเงินพิเศษและรับคะแนนคูณสองเมื่อใช้จ่ายออนไลน์ รวมถึงบริการห้องรับรองพิเศษในสนามบินมากกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีบัตรเครดิตที่ให้เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง คือ บัตรเครดิต ทีทีบี รีเซิร์ฟ อินฟินิท และ ทีทีบี รีเซิร์ฟ ซิกเนเจอร์ มีจุดเด่นเรื่องฟรีค่าธรรมเนียมจากการแปลงสกุลเงิน คะแนนสะสมที่ได้เร็วและการนำคะแนนสะสมที่ได้รับไปต่อยอดชีวิตทางการเงินให้ดีขึ้น ทั้งด้านการเงิน และการลงทุน รวมถึงบัตรกดเงินสด ทีทีบี แฟลช บัตรกดเงินสดวงเงินพร้อมใช้ ที่ช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินยามฉุกเฉิน ด้วยวงเงินสูงสุดถึง 500,000 บาท พร้อมให้สิทธิ์เลือกผ่อนสินค้าและบริการ 0% ผ่านบริการ ttb pay plan ณ ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และสินเชื่อบุคคล ทีทีบี แคชทูโก สินเชื่อเงินก้อนดอกเบี้ยต่ำ ที่อนุมัติไว ไม่ยุ่งยากในการสมัคร ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและตอบโจทย์ทุกเรื่องสำคัญในชีวิตให้กับลูกค้า ด้วยวงเงินอนุมัติสูงสุด 5 เท่าของรายได้ประจำต่อเดือน หรือ สูงสุด 1.5 ล้านบาท
สำหรับเป้าหมายภาพรวมธุรกิจ ทีทีบี คอนซูมเมอร์ ปี 2565 ธนาคารตั้งเป้าลูกค้าบัตรเครดิต 1.4 ล้านใบ เป็นลูกค้าสมัครใหม่ 250,000 ใบ โตขึ้นจากปีก่อน 200% โดยเป็นการสมัครผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่า 35% และมีเป้าสร้างยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากปีก่อน โดยเน้นยอดใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่า 30% และมีเป้ายอดคงค้างอยู่ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท ส่วนสินเชื่อบุคคล ตั้งเป้ามีลูกค้ารายใหม่ 1.7 แสนราย เติบโตเพิ่มขึ้น 270% จากปีก่อน เป็นลูกค้าสินเชื่อบุคคลทั้งหมด 5.5 แสนราย เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน เป็นมูลค่าสินเชื่อใหม่ 2.6 หมื่นล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 86% และมีเป้ายอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท ปี 2568 หรืออีก 3 ปีนับจากนี้ ทีเอ็มบีธนชาตตั้งเป้าก้าวกระโดดขึ้นเป็น 1 ใน 4 ผู้นำตลาดบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ผ่านกลยุทธ์สำคัญใน 3 ด้าน ประกอบด้วย Digital & Innovation มุ่งพัฒนานวัตกรรมการเงินและช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ผ่านแอปพลิเคชัน ttb touch ที่ให้ความสะดวกสบายในการสมัครบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อบุคคล หรือใช้บริการ และรับข่าวสาร เพื่อไม่พลาดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ สร้าง Partnership ทางธุรกิจ เดินหน้าขยายพันธมิตรธุรกิจใหม่ ๆ ผ่านการเน้น 3 กลุ่มลูกค้า เพื่อสร้าง Ecosystem ทั้งกลุ่มลูกค้าพนักงานเงินเดือน ลูกค้ามีรถยนต์ และลูกค้ามีบ้าน และมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนร้านค้ารับบัตรให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในทุกหมวด ทุกกลุ่ม รวมถึงเพิ่มร้านค้าที่ให้สิทธิ์ผ่อน 0% เพื่อให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดีขึ้น
การขับเคลื่อนด้วยการใช้ Data มากขึ้น เพื่อทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน วิเคราะห์เพื่อตกผลึกข้อมูลเชิงลึก เข้าใจในความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าแบบรายบุคคล เพื่อการนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ และโดนใจ ในเวลาที่เหมาะสม และเพื่อพัฒนาโซลูชันการเงินที่ดีที่สุด กิจกรรมทางการตลาดบัตรเครดิตทีทีบี ในช่วงครึ่งปีหลัง 2565 นั้น จะมุ่งเน้นกิจกรรมทางการตลาดที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้ถือบัตร โดยเฉพาะในหมวดร้านอาหาร และการช้อปปิ้งออนไลน์ ที่ทางธนาคารได้จัดเตรียมไว้ทั้งส่วนลด และเครดิตเงินคืน รวมถึงการใช้คะแนนสะสมเท่ายอดซื้อแลกเครดิตเงินคืนในอัตราที่สูงกว่าปกติ ณ ห้างสรรพสินค้าพันธมิตร รวมถึงในช่วงปลายปี ยังได้จัดเตรียมไฮไลต์แคมเปญที่สุดพิเศษ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทีทีบี นับเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงการรุกตลาดคอนซูมเมอร์ของธนาคารอย่างเต็มตัว

Go To Lead


เอไอเอ กำไรพุ่ง 4 %
นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ เปิดเผยว่า เอไอเอมีผลการดำเนินงานที่ยืดหยุ่นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ยอดขายปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 2 เป็นผลจากสถานการณ์การระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนเริ่มลดความรุนแรงลง ทำให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) กลับมาเป็นบวกในเดือนมิถุนายน การเติบโตของพอร์ตโฟลิโอคุณภาพสูงของเรา ทำให้กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) และส่วนที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) (1) เพิ่มขึ้น สถานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทยังคงแข็งแกร่งมาก โดยมีเงินกองทุนส่วนเกิน เพิ่มขึ้นเป็น 20.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และวิธีผลรวมเงินกองทุนของแต่ละประเทศ (Group LCSM) ของกลุ่มบริษัท ครอบคลุมอัตราส่วน(2) ที่ร้อยละ 277 ถึงแม้จะมีความตึงเครียดอย่างมากในตลาดทุนก็ตาม สำหรับส่วนทุนตามมูลค่าธุรกิจประกันภัย (EV Equity) อยู่ที่ 72.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ในช่วงครึ่งปีแรกก่อนคืนทุน 3.0 พันล้านเหรียญสหรัฐแก่ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในปี 2564 คณะกรรมการประกาศการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เป็น 40.28 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น โดยเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่รอบคอบ ยั่งยืน และก้าวหน้าของเอไอเอ ซึ่งช่วยให้มีโอกาสเติบโตในอนาคตและความยืดหยุ่นทางการเงินของกลุ่มบริษัท
เอไอเอได้นำเทคโนโลยี ดิจิทัล และการวิเคราะห์ (TDA) มาใช้อย่างกว้างขวางทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจและช่วยสร้างความยืดหยุ่นของธุรกิจเราได้ ตัวแทนของเราปรับเปลี่ยนวิธีการขายจากแบบพบหน้ากันมาเป็นการขายทางไกลในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอนทำให้กิจกรรมการขายแบบพบหน้ากันลดน้อยลง และหันกลับมาใช้ประโยชน์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเราเป็นหลักในการจัดการ ซึ่งเป็นช่องทางที่ทรงพลังในการสร้างลูกค้าใหม่ ธุรกิจใหม่ที่มาจากตัวแทนเพิ่มขึ้นเดือนต่อเดือนในไตรมาสที่ 2 และทำให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) กลับมาเติบโตในเดือนมิถุนายน สำหรับเดือนกรกฎาคม เอไอเอได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่มีตัวแทน MDRT (สโมสรล้านเหรียญโต๊ะกลม) มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก เป็นระยะเวลา 8 ปีติดต่อกัน บ่งบอกถึงคุณภาพที่ดีเยี่ยม ความเป็นมืออาชีพของตัวแทนในการให้คำแนะนำและความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเรา”ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับธนาคารชั้นนำทำให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้แรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมากในฮ่องกง มาเลเซีย และอินเดีย ภาพรวมของธุรกิจสำหรับช่องทางการขายผ่านพันธมิตรของเรามีรายงานการเติบโตเพิ่มขึ้นในเชิงบวกสำหรับครึ่งปีแรกและการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของมูลค่าธุรกิจเป็นตัวเลขสองหลักในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงการได้รับแรงสนับสนุนที่สำคัญจากการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ The Bank of East Asia (BEA) ผมเชื่อมั่นว่าแนวโน้มระยะยาวสำหรับธุรกิจในวงกว้างและหลากหลายของเอไอเอยังคงโดดเด่นอยู่ ความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ของเอไอเอในทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมถึงแพลตฟอร์มการขายผลิตภัณฑ์ของเราที่ไม่มีใครเทียบได้ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ เรายังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานตามลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของเราอย่างมีวินัย ซึ่งจะส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดของเราได้อย่างต่อเนื่อง

Go To Lead


เมืองไทยประกันชีวิต ชวนลูกค้าสมัครบริการการเงิน'สะดวก-ปลอดภัย'
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตอกย้ำกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “MTL NEXT TO YOU” มุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจพร้อมดูแลและเดินเคียงข้างในทุกช่วงของชีวิต ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์ บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบในการดูแลสิทธิประโยชน์ของลูกค้า ทั้งในด้านความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ตลอดจนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกค้าพึงได้รับ ด้วยการมอบบริการดีๆ ที่จะทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบครัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้ามากขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวก และปลอดภัยในส่วนของการบริการด้านการเงิน ด้วยบริการรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยและเงินอื่นๆ ผ่านบัญชีธนาคารอัตโนมัติ (Media Clearing) ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดปัญหาการถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการเรียกเก็บเช็คข้ามเขต ลดปัญหาการไม่ได้รับเช็ค หรือ เช็คสูญหาย และช่วยให้ลูกค้าได้รับเงินผลประโยชน์ตรงตามกำหนดเวลา เมื่อมีเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์และเงินอื่นๆ โอนเข้าบัญชี โดยจะมีข้อความแจ้งเตือนไปที่เบอร์โทรศัพท์มือถือที่ลูกค้าได้แจ้งไว้กับบริษัทฯ นอกจากนี้เพื่อความสะดวกมากยิ่งขึ้นในการชำระเบี้ยประกันภัย ลูกค้าสามารถสมัครบริการหักชำระเบี้ยประกันภัยต่ออายุผ่านบัญชี ออมทรัพย์/กระแสรายวัน หรือผ่านบัตรเครดิต โดยระบบจะหักชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติตามช่องทางที่ลูกค้าได้สมัครรับบริการไว้ ให้ลูกค้าไม่พลาดการชำระเบี้ย และมั่นใจได้ว่ากรมธรรม์ของลูกค้าจะคงความคุ้มครองต่อเนื่อง
โดยลูกค้าสามารถสมัครบริการต่างๆ ได้ง่ายๆ ที่แอปพลิเคชัน MTL Click หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ https://www.muangthai.co.th/-/media/Images/MTL-News-and-Update/Big-ThanksTHANK-YOU-for-YOUR-GIFT/b/PDF-MDC-direct-Debit-2.pdf นอกจากนี้ลูกค้าที่สมัครเพื่อใช้บริการได้สำเร็จ (และจะต้องมีสถานะตามที่สมัครตลอดระยะเวลาของโครงการตั้งแต่ 1 มีนาคม ถึง 31 ธันวาคม 2565) มีสิทธิ์ลุ้นรับทองคำแท่งหนัก 10 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท ในแคมเปญ MTL Big Thanks...THANK YOU for YOUR GIFT ของขวัญให้เรา ของขวัญให้โลกอีกด้วย (ใบอนุญาตเลขที่ 419/2565) จุดยืนในการมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพของเรา ไม่ใช่แค่เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่เราจะคิดเผื่อไปมากกว่านั้น และสิ่งที่เรานำมามอบให้แก่ลูกค้า ไม่ใช่แค่เรื่องของประกัน การเคลม หรือการติดต่อตัวแทนประกันชีวิต แต่เป็นการดูแล

Go To Lead


เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต-SCB เปิดตัวบริการ “FWD Utmost”
นายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (“เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต” หรือ “FWD ประกันชีวิต”) เปิดเผยว่า เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและดีที่สุดโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก (customer-led) เราทำการศึกษาและวิเคราะห์ลูกค้ากลุ่ม Wealth เพื่อเข้าใจสิ่งที่ลูกค้ามองหาที่มากกว่าการประกันชีวิต ซึ่งครอบคลุมถึงการดูแลสุขภาพและกิจกรรมที่ชื่นชอบตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยบริการเหนือระดับ ล่าสุดเราได้เปิดตัว “FWD Utmost” บริการใหม่พร้อมเอกสิทธิ์ต่างๆ สำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงค์) ผ่านช่องทางธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพของลูกค้าควบคู่กับการบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อตอบทุกมิติของการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสม
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธนาคารมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากในการสร้างขีดความสามารถในการให้คำปรึกษาทางการเงินที่ครบวงจร และเน้นพัฒนา สรรหา ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุน ให้มีความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มตามเป้าหมายทางการเงินของลูกค้า โดยผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงค์) ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่เราให้คำปรึกษาในการวางแผนการลงทุน แบบ asset allocation และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ากลุ่ม Wealth ในปีที่ผ่านมา SCB WEALTH ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำด้านวางแผนการลงทุนให้แก่ลูกค้าผ่านธุรกิจประกันแบบยูนิตลิงค์ เพื่อสร้างความคุ้มครองประกันชีวิตควบการลงทุนเพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกค้า Wealth บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกัน และบริการจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เป็นผู้บุกเบิกในการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ทำให้ธนาคารสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประเภทยูนิตลิงค์ ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้ากลุ่ม Wealth เพื่อวางแผนการลงทุนให้มีความหลากหลายในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ โดยประกันชีวิตสามารถสร้างหลักประกันทางการเงิน หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับทั้งความมั่งคั่งและความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน โดยเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิตมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ผนวกกับธนาคารมีจุดแข็งในการให้บริการและช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีศักยภาพสูง รวมถึงทีมที่ปรึกษาทางการเงิน (RM) ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า จึงมั่นใจได้ว่า FWD Utmost จะช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า Wealth ได้อย่างแท้จริง

Go To Lead


พรูเด็นเชียล ประเทศไทย -The 1 ตอกย้ำการดูแลสุขภาพที่ดี
นางสาวเปสลารี ธีระสาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานลูกค้า บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (พรูเด็นเชียล ประเทศไทย) กล่าวว่า “พรูเด็นเชียล มีความภาคภูมิใจที่ได้ดูแลและสนับสนุนให้คนไทย รวมถึงผู้หญิงทุกคนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี พร้อมกับการวางแผนทางการเงินเพื่ออนาคตที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกช่วงอายุ ซึ่งมุมมองของผู้หญิงในปัจจุบัน ที่ต้องการมีความความมั่นใจในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อทำตามความฝันของตนเอง และมองหาโซลูชั่นในการวางแผนชีวิตที่มั่นคง ซึ่งสิ่งสำคัญอันดับแรกก็คือ การที่ต้องมีสุขภาพที่ดีเพื่อที่จะสามารถดูแลครอบครัวและคนที่เรารักได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจของเราที่มีผลิตภัณฑ์และการบริการที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงทุกคนในทุกช่วงอายุอย่างครอบคลุม โดย The 1 และ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จะร่วมมอบประสบการณ์และสร้างสรรค์กิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ภายใต้แคมเปญ “THIS GIRL DESERVES เพราะผู้หญิงอย่างคุณ...ควรค่าพอ” ในงานอีเว้นท์สุดพิเศษเพื่อผู้หญิงทุกคน ระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ณ Central World ชั้น 1 Central court (บริเวณโถงลิฟท์แก้ว) ภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ การให้คำปรึกษาและตรวจสุขภาพผ่านทางผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ คำแนะนำจากเหล่ากูรูเรื่องสุขภาพจากทีม Health & Wellbeing โดยพรูเด็นเชียล และเกมส์สนุก ๆ ให้สาว ๆ ได้เช็คสุขภาพตัวเองเบื้องต้น พร้อมของรางวัลในงานกว่า 100 รางวัล นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงาน ต่อที่ 1 เมื่อซื้อประกันออนไลน์ รับคะแนน The 1 x 8 เท่า และ ต่อที่ 2 ลุ้นจับรางวัลแพคเกจตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักโรงแรม ศรีพันวา โปรแกรมออกกำลังกายออนไลน์ และ บัตรสมนาคุณจากเซ็นทรัล รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท แคมเปญ “THIS GIRL DESERVES เพราะผู้หญิงอย่างคุณ...ควรค่าพอ” ยังได้ร่วมกับ แบรนด์ Guss Damn Good ภายใต้คอนเซ็ปต์ This girl deserves to be bright ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มโมเม้นท์เล็ก ๆ ให้ผู้หญิงมีพลังและมีชีวิตชีวา ผ่านรสชาติไอศครีม “Light up your day” ซึ่งเป็นรสชาติพิเศษของแคมเปญนี้โดยเฉพาะ โดยลิ้มลองไอศครีมรสชาติพิเศษกันได้ ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม – 30 กันยายน 2565 ที่ Guss Damn Good ทุกสาขา

Go To Lead


Allianz Ayudhya Healthy Champion Challenge 2022
นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เป็นผู้นำเรื่องบริการด้านสุขภาพของไทย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราไม่เพียงให้บริการด้านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพเท่านั้น แต่เรายังมุ่งให้ความรู้ด้านสุขภาพทั้งกายและใจ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Healthy Living ที่ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 1.8 แสนราย โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพก่อนเจ็บป่วย อย่างไรก็ตาม วันนี้เมื่อสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ผ่านไป เราทุกคนยังคงต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อสู้กับโรคร้ายที่ยังอยู่รอบตัว และโรคที่อาจจะอุบัติขึ้นใหม่ อลิอันซ์ อยุธยา จึงเดินหน้าต่อ ชวนลูกค้าและตัวแทนของเราร่วมฟิตสร้างสุขภาพให้แข็งแรงอีกครั้ง โดยจัดกิจกรรม Allianz Ayudhya Healthy Champion Challenge 2022 การแข่งขันลดไขมัน เพิ่มสุขภาวะที่ดีให้กับร่างกายอย่างถูกวิธี โดยมีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านเป็นผู้ดูแล กิจกรรม Allianz Ayudhya Healthy Champion Challenge 2022 เป็นกิจกรรมการแข่งขันลดน้ำหนัก เพื่อสุขภาพที่ดี โดยเชิญชวนชวนลูกค้าประกันชีวิตและลูกค้าประกันภัยทั่วประเทศ อายุระหว่าง 25-60 ปี มีน้ำหนักตั้งแต่ 60 กิโลกรัมขึ้นไป ร่วมภารกิจลดไขมัน ฟิตร่างกาย คืนสู่ความสุขภาพดีใน 60 วัน เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าใส่ใจดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี และเสริมสร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน โดยมี โค้ชจัน อานันท์ อภินันทน์ เทรนเนอร์ระดับซูเปอร์สตาร์ เป็นผู้ดูแลการลดน้ำหนักอย่างใกล้ชิดตลอด 60 วัน ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมการันตีสุขภาพดีขึ้นเป็นรางวัลใหญ่ โดยรางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัล ประกาศนียบัตร เงินสดมูลค่า 30,000 บาท พร้อมคอร์สเทรนส่วนตัวกับโค้ชจัน 10 ครั้ง มูลค่า 30,000 บาท และ แพ็คแกจตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพญาไท 3 มูลค่า 5,000 บาท
“Allianz Ayudhya Healthy Champion Challenge 2022 นี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้น หลังจากครั้งแรกเมื่อปี 2555 ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด 19 ซึ่งครั้งนั้นได้รับความสนใจร่วมกิจกรรมจากลูกค้าและตัวแทนเป็นจำนวนมาก เราหวังว่ากิจกรรมในปีนี้จะเป็นอีกครั้ง ที่จะสามารถเป็นแรงบัลดาลใจให้กับลูกค้า ตัวแทน รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้หันกลับมาดูแลตัวเอง ฟิตร่างกายอีกครั้ง เพื่อการมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน” พัชรา กล่าว ลูกค้าอลิอันซ์ อยุธยา สามารถสมัครร่วมกิจกรรมได้ที่ https://bit.ly/3QtwuAj

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต มอบสิทธิ์ลุ้นรับบัตร ร่วมงานเทศกาลดนตรี
กรุงเทพประกันชีวิต จัดงานเทศกาลดนตรี Bangkok Life Music Festival 2022 คอนเสิร์ต อัสนี-วสันต์ “รักเธอเสมอ” จัดขึ้นพิเศษเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 71 ปี เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าและผู้มีอุปการะคุณที่ให้การสนับสนุนกรุงเทพประกันชีวิตเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยงานจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565 นี้ ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่สมัครทำประกันชีวิตกับ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 สำหรับเบี้ยประกันภัยทุก ๆ 10,000 บาท ภายในเงื่อนไขที่กำหนด จะได้รับ 1 สิทธิ์ ในการร่วมลุ้นรางวัลพิเศษ บัตรเข้าชมคอนเสิร์ต Bangkok Life Music Festival 202 คอนเสิร์ต อัสนี-วสันต์ “รักเธอเสมอ” จำนวน 2 ใบ รวม 500 รางวัล โดยบริษัทจะทำการจับรางวัลในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 และประกาศรายชื่อผู้โชคดี ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565
งานเทศกาลดนตรี Bangkok Life Music Festival 2022 คอนเสิร์ต อัสนี -วสันต์ “รักเธอเสมอ” จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ ริมชายทะเลหัวหิน ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ลาน Cricket Field โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ภายในงานนอกจากจะได้ฟังเพลงจากศิลปินร็อคระดับตำนาน อัสนี–วสันต์ แล้วยังมีศิลปินรับเชิญอื่น ๆ อีกมากมาย ที่จะมาร่วมมอบความสุข สนุกสนาน อาทิ ปุ๊-อัญชลี พร้อมวง The Palace, แพท วง KLEAR, อิ้งค์-วรันธร, สปาย The Golden Song, ฝ้าย The Voice และ สุรสีห์ อิทธิกุล ลูกค้าหรือบุคคลใด สนใจเข้าร่วมกิจกรรมที่บริษัทจัดในครั้งนี้ สามารถติดต่อผ่านตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินของท่าน หรือ สอบถามรายละเอียดผ่าน Website : www.bangkoklife.com โทร. 02-777-8888 ในวันและเวลาทำการ

Go To Lead


TIPH เดินหน้า'นวัตกรรม' ใหม่
ดร. สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมผู้บริหารระดับสูงของ TIPH เปิดเผยว่า บริษัทเข้าร่วมงาน "Thailand Focus 2022 : THE NEW HOPE" มหกรรมการลงทุนที่มีผู้ลงทุนสถาบันเข้าร่วมมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 76 สถาบันจากทั่วโลก จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทร่วมนำเสนอวิสัยทัศน์ และแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคต บนเป้าหมายของการสร้างนวัตกรรมใหม่ (Innovation) ในแต่ละกลุ่มธุรกิจบริษัทฯ เพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด และการเติบโตที่ยั่งยืนควบคู่กันไป
พร้อมโชว์โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่แข็งแกร่ง โดยมีเป้าหมายให้ TIPH เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น

Go To Lead


คปภ. 'ระดม'ภาคธุรกิจประกันภัยแก้ pain points ประกันภัยสุขภาพผู้สูงอายุ
ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบแบบและข้อความ สัญญาประกันภัยสุขภาพตามมาตรฐานใหม่
โดยเริ่มใช้รับประกันภัยกับลูกค้ารายใหม่ทุกราย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้ทุกบริษัทประกันภัยต้องกำหนดให้มีมาตรฐานเดียวกัน และมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่สอดคล้องกับเทคโนโลยี วิธีการรักษาทางการแพทย์และวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไป มีความยั่งยืน เป็นธรรม รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการปฏิรูประบบสาธารณสุขของประเทศไทยจากการติดตามข้อมูลการรับประกันภัยดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พบว่ามี 2 ประเด็นที่สำคัญของการรับประกันภัยสุขภาพที่เกี่ยวกับการพิจารณารับประกันภัยผู้สูงอายุในขณะนี้ คือ
ประเด็นแรก กรณีเมื่อผู้ขอเอาประกันภัยป่วยมาแล้ว หรือเป็นโรคมาแล้ว มาขอทำประกันภัยสุขภาพ บริษัทประกันภัยจะเข้มงวดในการรับประกันภัยเป็นอย่างมาก และอาจมีการปฏิเสธการรับประกันภัย หรืออาจกำหนดเงื่อนไขการรับประกันภัยว่าไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน พร้อมทั้งคิดเบี้ยประกันภัยเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากมีความเสี่ยงภัยของการป่วยที่มากกว่าความเสี่ยงภัยมาตรฐานทั่วไป เนื่องจากผู้สูงอายุมีสภาพร่างกายที่ต้องเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ หรือผู้สูงอายุบางรายมีโรคประจำตัว จึงส่งผลให้ผู้สูงอายุเข้าถึงประกันภัยสุขภาพได้ค่อนข้างยาก
ประเด็นที่ 2 สัญญาประกันภัยสุขภาพที่เสนอขายกันในปัจจุบัน โดยทั่วไปแล้ว เป็นสัญญาที่ให้ความคุ้มครอง ค่ารักษาพยาบาลครอบคลุมทั้งการบาดเจ็บ และการป่วยในทุกโรค ไม่ได้มีสัญญาประกันภัยสุขภาพที่ออกแบบให้คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่เป็นแบบเฉพาะกลุ่มโรค หรือเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเด็ก
สำนักงาน คปภ. ได้ตระหนักสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นและความจำเป็นที่จะต้องจะดูแลประชาชนผู้สูงอายุให้เข้าถึงระบบประกันภัยสุขภาพอย่างแท้จริง จึงได้กำหนดประชุมหารือร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2565 เพื่อจัดทำแผนดำเนินงาน (Action Plan) ให้ชัดเจนในการดำเนินการแก้ไขประเด็นปัญหาในเรื่องการประกันภัยสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ร่วมกันจัดทำหลักเกณฑ์โดยเฉพาะสำหรับการรับประกันภัยสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เช่น การจัดทำแนวปฏิบัติในการเสนอขายประกันภัยสุขภาพผู้สูงอายุโดยเฉพาะ และการส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ทำประกันภัยสุขภาพมาก่อน หรืออาจจะเคยขอทำประกันภัยสุขภาพแล้วถูกปฏิเสธ เนื่องจากมีโรคประจำตัว หรือบางรายอาจเคยทำประกันภัยสุขภาพมาแล้ว แล้วถูกปฏิเสธการขอต่ออายุสัญญา เนื่องจากป่วย แต่ในปัจจุบันได้รักษาโรคที่เป็นอยู่ให้หายดีแล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกหลาย ๆ ทางเลือกให้กับประชาชนให้ได้เข้าถึงระบบประกันภัยสุขภาพ ภาคสมัครใจ ตามความเหมาะสมต่อไป การออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่ยั่งยืน ภาคธุรกิจประกันภัยได้มีการเสนอทางเลือกมายังสำนักงาน คปภ. รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้เครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง โดยอาจให้ผู้เอาประกันภัยมีส่วนร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล (Copayment) หรืออาจจะกำหนด การให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเป็นแบบเฉพาะโรค ซึ่งเป็นโรคที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เป็นกลุ่มโรคที่เหมาะสม เป็นกลุ่มโรคที่มักมีโอกาสเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพในรูปแบบเฉพาะนี้ จะช่วยเรื่องเบี้ยประกันภัยที่ถูกลง ทำให้ผู้สูงอายุ หรือลูกหลาน สามารถชำระเบี้ยประกันภัยสุขภาพได้ และยังเป็นการขยายแนวทาง การรับประกันภัยสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุให้มากขึ้นต่อไป ช่วยส่งเสริมให้สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ของประเทศไทยมีหลักประกันภัยด้านสุขภาพที่คุณภาพชีวิตที่ดี และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

Go To Lead


เปิดทริคการออม…สอนลูกแต่ละวัย
“มีสลึง พึงบรรจบให้ครบบาท” กลอนโบราณที่ใช้สอนลูกสอนหลานมายุคต่อยุค แต่คงจะนำมาใช้ยากในยุคสมัยนี้ ที่มีหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจที่มีความผันผวน ภาวะเงินเฟ้อ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สถานการณ์โรคระบาด ที่ทำให้เราต้องเร่งสร้างความมั่นคงให้สถานะทางการเงินของครอบครัวอย่างรวดเร็วแบบไฮสปีด 5G อีกทั้งปัจจุบัน การเลี้ยงลูกหนึ่งคนให้โตขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบมีค่าใช้จ่ายมากโข เจนเนอราลี่ จึงมีทริคการออมให้คุณพ่อคุณแม่เอาไว้สอนลูกในแต่ละวัย เริ่มตั้งแต่แรกเกิด “เริ่มออมเงินตั้งแต่วันแรก” ปัจจุบันมีบัญชีออมทรัพย์ออนไลน์สำหรับเด็กมากมายที่พ่อแม่สามารถโอนเงินเข้าได้ตั้งแต่วันที่ลูกเกิด สามารถออมเงินประจำได้ เพราะนอกจากจะสร้างเป็นเงินเก็บแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกรู้จักเก็บออม และนำเงินที่ได้ไปใช้ในสิ่งที่ต้องการ พอลูกโตขึ้นมาอีกหน่อยในวัย 3-5 ปี ลองใช้ทริค “เปลี่ยนของขวัญเป็นเงิน” อย่างของขวัญวันเกิด ของขวัญที่สอบได้คะแนนดี แทนที่จะให้ของขวัญที่ตกเทรนด์ไว อย่างของเล่น อาจเปลี่ยนมาเป็นอะไรที่มีความหมายมากกว่า เช่น เงินสำหรับงานอดิเรกอย่างคอร์สเรียนดนตรี หรืออุปกรณ์กีฬา วิธีนี้จะสอนให้เด็ก ๆ รู้ว่าต้องออมเงินไว้เพื่อซื้อสิ่งของหรือประสบการณ์
เมื่อลูกเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ควรเริ่มปลูกฝั่ง “ความรู้เบื้องต้นเรื่องการเงิน” ให้แก่ลูก ให้ลูกได้เข้าใจว่าดอกเบี้ยคืออะไร บัตรเครดิตควรใช้อย่างไร การลงทุนสินทรัพย์ด้านต่างๆ และแม้กระทั่งความสำคัญของเงินบำนาญ ซึ่งจะมีค่ามากสำหรับชีวิตในวัยผู้ใหญ่และทำให้ลูกเห็นคุณค่าของเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ อีกเทคนิคที่ช่วยให้เงินงอกเลยและได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ “การลงทุนในหุ้น” โดยการสร้างกลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน (Portfolio) ที่พ่อแม่สามารถสอนลูกได้ เพื่อให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และใช้เทคนิคนี้เป็นการสอนเกี่ยวกับการลงทุนและสร้างผลตอบแทน หรือ “คุยเรื่องการเงินกับลูก” ทั้งจัดการค่าใช้จ่าย การออม และการลงทุน เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจเรื่องเงินให้แก่ลูกอยู่เสมอ เทคนิคทั้งหมดนี้ช่วยสร้างมั่นใจให้พ่อแม่ว่า ลูกจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ด้วยทัศนคติและนิสัยที่ดีกับการจัดการการเงิน ที่สำคัญควรสอนลูกเรื่องการออมโดย “ทำประกันภัยให้ลูก” เพราะเป็นการสร้างหลักประกัน ความคุ้มครอง และการบริหารความเสี่ยง สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต และยังได้รับผลตอบแทนที่ช่วยเพิ่มพูนเงินออมไว้ในอนาคต ศึกษาแผนประกันเพิ่มเติมได้ที่ https://generali.co.th/product/#individualinsurance สามารถติดตามบทความเนื้อหาสาระดี ๆ ด้านสุขภาพ และเคล็ดลับการวางแผนสร้างหลักประกันในชีวิตได้ที่ Gen Healthy Life

Go To Lead


TOA รวมพลังเยาวชนจิตอาสา แต่งแต้มสีสันศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ปทุมธานี
นิภาพร จองจตุพร ผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรมนุษย์ TOA เปิดเผยว่า วิสัยทัศน์ของทีโอเอ ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอย่างครบวงจรแบบ Total Solution ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในธุรกิจ เราจึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการผนึกกำลังจิตอาสาจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพลังจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่เราให้ความสำคัญ พร้อมเปิดโอกาสให้มาร่วมทำกิจกรรมกับชุมชน เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ดีในการผู้ให้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาและขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ เปิดสอนระดับเตรียมอนุบาลให้กับเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 2-4 ปี ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนจำนวน 58 คน ประกอบกับศูนย์ฯ แห่งนี้ก่อตั้งมานานกว่า 10 ปี จึงทำให้สภาพห้องเรียนและภายนอกอาคาร เกิดการชำรุดทรุดโทรม สีเสื่อมสภาพหลุดล่อน ทำให้เด็กๆ เวลามาเรียนจะไม่อยากเรียน มีอาการร้องไห้อยากกลับบ้าน ดังนั้น ทีโอเอและมูลนิธิที่อยู่อาศัย ประเทศไทย (Habitat) จึงเล็งเห็นว่าศูนย์ฯ แห่งนี้ ควรได้รับการพัฒนาปรับปรุงสภาพแวดล้อม เพื่อให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้กลับมามีชีวิตชีวา พร้อมเป็นแหล่งการเรียนรู้ ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาได้อย่างสมวัย โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ทั้งจากคนในชุมชน ที่มาช่วยกันปรับปรุงสภาพโดยรอบของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้กับลูกๆ หลาน ๆ ของตนเอง รวมทั้งกลุ่มน้องๆ เยาวชนนักศึกษาที่มีจิตอาสา จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) ที่มาร่วมกันแชร์ไอเดีย สร้างสรรค์ภาพวาดบนผนังห้องเรียนเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ด้วยการแต่งแต้มสีสันที่สดใส โดยเราเลือกใช้สี “ซุปเปอร์ชิลด์ ดูราคลีน เอ พลัส” ซึ่งเป็นนวัตกรรมสีทาภายในเพื่อสุขภาพ เช็ดล้างทำความสะอาดได้ ไร้แบคทีเรีย ไร้กลิ่น ทั้งยังสร้างอากาศบริสุทธิ์ ช่วยขจัดสารพิษอันตราย จึงถือเป็นสีที่ปลอดภัย เหมาะกับเด็กเล็กเป็นอย่างมาก
ด้าน น้องอะตอม - ชญานิศ มลิชัย ตัวแทนนักศึกษาจิตอาสา กล่าวว่า “ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพราะนอกจากได้แสดงความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังได้การทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์คกับเพื่อนๆ ด้วย เพราะการทำกิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทาสีกำแพงห้องธรรมดาๆ แต่พวกเราพยายามคิดเป็นลวดลายรูปภาพต่างๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการและการเรียนรู้ เพื่อให้เป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับน้องๆ ได้ด้วย ทั้งยังทำให้เกิดการรู้จักแบ่งปัน การส่งมอบความสุขให้กับผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน” TOA พร้อมเดินหน้าแบ่งปัน ส่งมอบความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและเต็มกำลัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

Go To Lead


TCEB ดัน MICE รองรับ 'เปิด' ประเทศ
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บเร่งกระตุ้นการจัดงานและการเดินทางของนักเดินทางไมซ์ ขานรับนโยบายรัฐบาลรองรับการเปิดประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยโครงการกระตุ้นการตลาด “Thailand MICE Back” เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ เร่งกระตุ้นให้เกิดการจัดงานและกิจกรรมไมซ์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมดึงงานไมซ์ระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย โดยร่วมบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ภายใต้ 4 แผนหลัก ตามกลยุทธ์ B-A-C-K
ไตรมาสสุดท้ายปีงบประมาณ 2565 ยังมีงานไมซ์อีกมากมายจัดขึ้นทั่วประเทศ เช่น งาน Maintenance, Industrial Automation, and Robotics (MiRA) และ SUBCON EEC 2022 งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม โซลูชันอุตสาหกรรมการผลิตชั้นสูงด้านการบำรุงรักษา เทคโนโลยีหุ่นยนต์ และงานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมแห่งภาคตะวันออก วันที่ 24 – 26 สิงหาคม 2565 พัทยา, งาน Defense & Security 2022 งานแสดงเทคโนโลยียุทโธปกรณ์ 3 เหล่าทัพและเทคโนโลยีทางด้านการรักษาความปลอดภัย วันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2565 กรุงเทพฯ, งาน Health Living and Innovation Expo 2022 งานแสดงสินค้า บริการ และนวัตกรรมเพื่อผู้รักสุขภาพ วันที่ 8 – 11 กันยายน 2565 สงขลา และงาน Korat FooDEx โคราชฟู้ดเด๊กซ์ ทีเด็ดอาหารทั่วไทย วันที่ 14 – 18 กันยายน 2565 นครราชสีมา
จากผลการดำเนินงานไตรมาส 1-3 (ตุลาคม 2564 – มิถุนายน 2565) มีจำนวนนักเดินทางไมซ์ในและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 3,446,102 คน สร้างรายได้ 16,344 ล้านบาท โดยทีเส็บคาดการณ์ภายในปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม 2564 – กันยายน 2565) จะมีจำนวนนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 6,130,000 คน คิดเป็นรายได้ 28,400 ล้านบาท

Go To Lead

  --  
iClickNews.com