Go to www.iclicknews.com
Live&Travel

วิหารแก้ว มหัศจรรย์แห่งศรัทธา

เรื่องและภาพ by BLOGGER นักเดินทาง

         

จิตสงบ...ย่อมสร้างความแข็งแกร่งให้ชีวิต และพร้อมจะก้าวต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับโรคร้าย ธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ด้วยกัน
นักเดินทงได้เคยไปเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี และได้สัมผัสวิหารแก้ว แห่งวัดท่าซุง
มหัศจรรย์แห่งความศรัทธาของมนุษย์ ที่สร้างสรรค์ให้วิหารแห่งนี้ เป็นศูนย์รวมของจิตใจชาวไทยพุทธ
ก้าวแรกที่นักเดินทาง ได้เหยียบย่างเข้าสู่วิหารแห่งนี้ ก็ต้องตะลึงกับความวิจิตรงดงาม อลังการด้วยการตกแต่งภายในวิหารนี้
"สวยจริงๆ" เราเอ่ยชมกับเพื่อนเดินทาง
ดูระยิบระยับ เหมือนสวรรค์บนดิน แต่ในความงดงามนั้น ก็จะมีมุมที่ให้เราได้เข้าไปสัมผัสความสงบ...แห่งจิตใจ
สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบชีวิตแบบ SLOW LIFE และวิถีชีวิตชาวบ้าน ก็ต้องแวะมาที่วิหารแก้ว ณ วัดท่าซุง
นักเดินทางได้เดินชมภายในวิหาร ที่มีคนมากมายมานมัสการพระประธานและทำบุญ มีทั้งเด็ก วัยรุ่น คนทำงาน และผู้ใหญ่ มากันแบบครอบครัวเป็นส่วนใหญ่
หลังจากเราทำบุญไหว้พระเสร็จ ก็ออกมาอุดหนุนน้ำมัน วัดท่าซุง ที่โด่งดัง...คนทั่วประเทศจะซื้อไปฝากผู้ใหญ่ หรือใช้เองก็ได้ เพราะช่วยแก้ปวดเมื่อย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคกระดูก หรือไขข้อเสื่อม
แม้การเดินทางครั้งนี้ จะไม่หวือหวาเหมือนกับทริปอื่นๆ แต่เราได้รับความสุข ความอิ่มเอิบของจิตใจ
ยิ่งในยามบ้านเมืองแร้นแค้น...โรคภัยระบาด หากเรามีศูนย์กลางจิตใจ เป็นศูนย์รวมใจของชาวไทย ที่นับถือพุทธศาสนา
ในยามมืดมิดของชีวิตมนุษย์บางคน หากมีสิ่งยึดเหนี่ยวของจิตใจ ก็จะทำให้เรามีพลังเติมเต็มชีวิต ให้ก้าวผ่านอุปสรรคและโรคภัยไปอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน...


วิหารแก้ว วัดท่าซุง
วัดท่าซุง หรือ วัดจันทาราม ตั้งชื่อตามอดีตเจ้าอาวาสชื่อจันท์ (ในสมัยพระนารายณ์มหาราช นายทหารชื่อจันท์ กลับจากศึก เชียงใหม่ มาตาม หาภรรยาไม่พบเลยมาบวชที่วัด ต่อมาเป็นสมภาร เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็น วัดจันทาราม ตามชื่อท่านสมภาร หรืออีกชื่อหนึ่งที่ บุคคลทั่วไปนิยม เรียกว่า วัดท่าซุง เพราะในอดีตจังหวัดอุทัยธานี มีป่าไม้มาก จึงมีการขนส่งท่อนซุง มาลงท่าน้ำซึ่งมี แม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านบริเวณวัดท่าซุง เพื่อผูกเป็นแพล่อง ไปตามแม่น้ำ ในปี พ.ศ. 2332 หลวงพ่อใหญ่ (องค์ที่สอง) ท่านได้ธุดงค์มา ปักกลดชาวบ้านท่าซุงมีความเลื่อมใสศรัทธามาก ได้นิมนต์ท่านอยู่ประจำ ที่วัดท่าซุงนี้ ท่านก็รับนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส ที่วัดนี้มีท่าน เพียงองค์เดียว ในตอนแรกสร้างเสนนาสนะเจริญรุ่งเรือง ในสมัยของท่านและหลวงพ่อท่านเจ้าคุณ พระราชพรหมยาน
ท่านได้บอกอีกว่า หลวงพ่อใหญ่ท่านบรรลุพระอรหันต์ที่วัดนี้อีกด้วย กล่าวคือ เมื่อมีชีวิตอยู่ท่านเป็นอนาคามี ก่อนจะมรณภาพท่าน ก็เป็นพระอรหันต์ หลวงพ่อเส็ง (หลวงพ่อขนมจีน) ท่านเป็นผู้ช่วยหลวงพ่อใหญ่บูรณะวัดในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์และเป็นเจ้าอาวาสต่อจาก หลวงพ่อใหญ่ท่านเป็น พระอรหันต์รูปที่ 2 ต่อจากหลวงพ่อใหญ่ วัดเจริญต่อมาจนถึงสมัยของหลวงพ่อเล่งและหลวงพ่อไล้ ท่านเป็นพี่น้องกัน ท่านเป็นพระทรงฌานทั้งสองรูป เมื่อจะมรณภาพทุกขเวทนามาก ท่านก็เห็นทุกข์ของการเกิดเป็นทุกข์เพราะร่างกาย เห็นคุณของคำสอนของ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านก็เป็น พระอรหันต์ก่อนมรณภาพทั้งสองรูป ต่อจากนั้นก็ถึงยุคภิกขุพานิช วัดไม่ได้บูรณะมา 47 ปี จนกระทั่ง ถึงปี พ.ศ. 2511 หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) ได้มาริเริ่มบูรณะวัดอีกครั้ง


  --  
iClickNews.com