Go to www.iclicknews.com
Special Scoop

ผ่ายุทธศาสตร์ "การค้าออนไลน์" ในยุคดิจิทัล
(Power of e-Commerce in Digital Age)

By iclick Team

โลกแห่งการค้าทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในประเทศไทย อาเซียน เอเชีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลาง เป็นต้น ธุรกิจการค้ายุคใหม่ ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่การค้ารูปแบบใหม่ นั่นคือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Commerce ซึ่งปัจจุบันช่องทางการค้าแบบใหม่นี้ ได้เข้ามามีบทบาทในโลกการค้ามากขึ้น ด้านภาครัฐ และเอกชนของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี หรือสตาร์ทอัพ ได้ให้ความสำคัญกับ e-Commerce เช่นกัน
เรามาวิเคราะห์ช่องทางการค้าออนไลน์ของประเทศไทยนั้น THAILAND E-COMMERCE สินค้าที่นิยมซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มูลค่าการค้า B2B มากที่สุด รองลงมา คือ B2C และ B2G B2C มีอัตราการเติบโตสูงสุด
นางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสำนักตลาดพาณิชย์ดิจิทัล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 1 (พ.ศ.2560–2564) E-COMMERCE DEVELOPMENT PLAN PHASE 1 (2017-2021) มีรายละเอียด ดังนี้ 1.เสริมสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ e-Commerce : Competitiveness Seller(Go online) 2.เสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำ e-Commerce และอำนวยความสะดวกทางการค้าสู่สากล : Ecosystem for e-Commerce & Trade Facilitation 3.เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพปัจจัยสนับสนุน : Effectiveness of Key Supporting Factors 4.สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อและผู้ขาย : Trust Building for All
ผ่า 4 ยุทธศาสตร์หลักการค้าออนไลน์
สำหรับยุทธศาสตร์ 1 การเสริมสร้างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ มุ่งเน้นส่งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการทำอีคอมเมิร์ซ และอำนวยความสะดวกทางการค้าสู่สากล โดยมีกลยุทธ์ 3 ด้าน 1) สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการเดิมและผู้ประกอบการรายใหม่ ให้สามารถส่งออกได้โดยใช้ระบบออนไลน์ 2) พัฒนาสินค้าและบริการให้มีมูลค่าเพิ่ม 3) ส่งเสริมการตลาดอีคอมเมิร์ซทั้งในและต่างประเทศ
ยุทธศาสตร์ 2 ส่งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการทำอีคอมเมิร์ซ และอำนวยความสะดวกทางการค้าสู่สากล โดยมี 3 กลยุทธ์ คือ 1) ยกระดับการชำระเงินที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 2) ใช้ประโยชน์และส่งเสริมการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการโลจิสติกส์สำหรับอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร และ 3) เชื่อมโยงระบบภาครัฐเพื่อลดขั้นตอน
ยุทธศาสตร์ 3 เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพปัจจัยสนับสนุน มี 4 กลยุทธ์ คือ 1) พัฒนาองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้แบบบูรณาการ 2) พัฒนาคลังข้อมูลเพื่อต่อยอดอีคอมเมิร์ซในเชิงธุรกิจ 3) เข้าถึงแหล่งเงินทุนและมาตรการจูงใจ 4) ลดอุปสรรค และปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ
และยุทธศาสตร์ 4 สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อและผู้ขาย มีกลยุทธ์ที่จะพัฒนากลไกการกำกับดูแลตนเอง (self-regulation) เพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่ดี และสร้างกลไกการคุ้มครองผู้บริโภค (con-sumer protection)
นอกจากยุทธศาตร์หลักแล้ว ยังมีการวางแผนมุ่งพัฒนาสินค้าเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อบุกตลาดในจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีประชากรกว่า 1,200 ล้านคน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับ Tmall.com ภายใต้บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป ซึ่งเป็นเว็บไซต์ค้าปลีก (B2C) ที่ใหญ่ที่สุดในจีนและเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 1,400 ล้านคนทั่วประเทศ เปิดตัว Thai Rice Flagship Store บนเว็บไซต์ของ Tmall.com เพื่อร่วมมือนำร่องผลักดันให้ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวไทย สามารถเข้าถึงตลาด e-Commerce ในจีน ได้อย่างเป็นรูปธรรม
กระทรวงฯ ยังได้ร่วมมือกับบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการขายทุเรียน ผ่านเว็บไซต์ Tmall.com บริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป ของแจ็ค หม่า สามารถขายทุเรียน ผลไม้เลื่องชื่อที่ชาวจีนชื่นชอบ จำนวน 80,000 ลูก ผ่านเว็บไซต์ Tmall.com ภายในเวลาแค่ 1 นาที
นอกจากนี้สินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว ที่จะนำเข้าไปจำหน่ายในเว็บไซต์ของ Tmall.com นั้น ต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขายสินค้าและเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ Thaitrade.com ตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาลไทย ซึ่งกระทรวงฯ มีแผนที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว นำสินค้าเข้ามาขายผ่านเว็บไซต์และผลักดันให้เข้าไปขายใน Tmall.com เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน จะร่วมมือกับ Alibaba Business School และกระทรวงอุตสาหกรรม ในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเข้าถึงการค้าผ่านช่องทาง e-Commence เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการในการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนสินค้าและการบริการจากผู้ประกอบการไทยให้ไปสู่เวทีการค้าต่างประเทศได้มากขึ้น
DITP 'หนุน' การค้า Online ไทย-จีน
นางสาวจีรนันท์ หิรัญญสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า DITP วางแผนยุทธศาสตร์เชิงรุก การค้าไทย-จีน โดยสร้างเสริมยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ การตลาด เจาะรายมณฑล เน้นเมืองรองที่เศรษฐกิจเติบโตสูงและกำลังขยายความเจริญไปเมืองท่าสำคัญต่างๆ เราเน้นการจับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ อาทิ กลุ่มอาหารฮาราล ผู้สูงอายุ กลุ่มแม่และเด็ก ที่มีลูกมากกว่า 1 คน และกลุ่ม Super Rich
"ด้านยุทธศาสตร์ช่องทางการค้า E-Commerce มีการเสริมกำลังคน ด้าน Digital ส่งเสริมการค้า Tradition เชื่อมโยงเส้นทาง Logistic, One Belt One Road เราใช้ทุกช่องทาง"
สำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในจีน มีอัตราการเติบโตสูงมาก มีการลงทุน เทคโนโลยี ฟินเทค บิ๊ก ดาต้า และ AI สูงมาก รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน Border E-Commerce, Smart City,Start Up ปัจจุบันผู้นำด้าน E-Commerce ในจีน ได้แก่ Baidu, Alibaba, Tencent การซื้อขายออนไลน์ ส่วนใหญ่ ได้แก่ การซื้อสินค้า ตั๋วเครื่องบิน และที่พัก เป็นต้น
ด้าน DITP เน้นการส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยส่งออกมาจีน อาทิ ข้าว ผลไม้ และส่งเสริมการค้า ออนไลน์ เน้น Digital Content, Animation การจับคู่ธุรกิจระหว่างไทย-จีน ส่วนโครงการปี 2019 เราจะเชิญ Blogger เดินทางมาประเทศไทย เพื่อมาชมผลไม้ไทย
"สำหรับเป้าหมายของเรา เน้นการขยายผู้ประกอบการไทยมาลงทุนในจีน โดยผู้ประกอบการควรศึกษา E-Commerce ต้องรู้พฤติกรรมผู้บริโภค จำนวน 802 ล้านคนในจีน และเน้นนวัตกรรม ดีไซน์ และการเพิ่มมูลค่าสินค้า เป้าหมายปี 2024 การค้าไทย-จีน มูลค่าการค้า 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ"
จับตายุทธศาสตร์การค้าออนไลน์ หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นช่องทางการค้าอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยเสริมเขี้ยวเล็บให้กลุ่มSMEs และ Start Up ไทย ได้ผงาดในโลกธุรกิจ ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่? คงต้องลุ้นกันต่อไปในอนาคต
  --  
iClickNews.com