Go to www.iclicknews.com
Special Scoop

จับตา 'ตลาดสินค้าสุขภาพ' ร้อนแรง

เครื่องดื่ม อาหารเสริม วิตามิน เพื่อสุขภาพ แข่งกันร้อนแรง TIPCO 'ส่ง' beat เครื่องดื่มไฮโปรตีน 'เจาะ'ตลาดคนรักสุขภาพ MALEE ปรับดีไซน์แพกเกจจิ้งใหม่ รุกตลาดส่งออกต่างประเทศ วิตามินเซนทรัม 'ดึง' หมาก ปริญ เขย่าตลาด ไวตาบูสท์ เปิดบริการดูแลสุขภาพด้วยเวชศาสตร์ชะลอวัยเฉพาะบุคคล แบบส่งตรงถึงบ้าน เน้นจุดแข็ง 4 ประการคือง่าย-ปลอดภัย-สะดวก-ประหยัด 'ชิง' ตลาดอาหารเสริม และวิตามิน มูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้า'บุก'ตลาดอาเซียน
เอกพล พงศ์สถาพร กรรมการ บริษัท ทิปโก้ฟูดส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ นิตยสารไอคลิกแมกดอทคอม (www.iclickmag.com) ว่า บริษัทผลิตสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ทั้งน้ำผลไม้ เครื่องดื่ม น้ำแร่ จำหน่ายทั้งในประเทศไทยและส่งออกไปต่างประเทศ ตลาดส่งออกที่ไปได้ดี ได้แก่ ตลาดตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เกาหลี เป็นต้น ภาพรวมตลาดครึ่งปีแรกเติบโต เครื่องดื่มไปได้ดี น้ำแร่ เน้นความเป็นธรรมชาติ สำหรับตลาดน้ำแร่ ปีที่ผ่านมาเติบโต 15 % ปีนี้ตั้งเป้าโต 15 %
ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นฟิตเนส โยคะ วิ่งหรือออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ และที่สำคัญ Tipco มุ่งเน้นสินค้าเพื่อสุขภาพที่มาจากธรรมชาติตามเทรนด์ความต้องการของลูกค้า โดยมีกลุ่มเป้าหมายอายุระหว่าง 20-45 ปี ที่รักสุขภาพ รักการออกกำลังกาย เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวเอง และมองหาเครื่องดื่มที่เหมาะกับการออกกำลังกาย เทรนด์การดูแลสุขภาพและออกกำลังกายที่กำลังเติบโต ทำให้ตลาดฯ มีการเติบโตค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยประมาณ 15-20% จากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราจึงมั่นใจว่าปีนี้จะเป็นปีที่ตลาดฯ มีการเติบโตและกลับมาคึกคักอีกครั้ง บริษัทจึงได้เปิดตัว “ทิปโก้ บีท” (Tipco Beat) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของเครื่องดื่มไฮ โปรตีน (High Protein) ด้วยจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครเพราะเป็น Plant Protein หรือโปรตีนที่มาจากพืช ไม่มีคอเลสเตอรอล ได้รับการขนานนามว่าเป็น Clean Lean Protein ที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ “ทิปโก้ บีท” สกัดจากถั่วลั่นเตา หรือที่เรียกว่า ถั่วพีสีเหลือง ปลูกที่ประเทศแคนาดา ซึ่งถั่วพีสีเหลืองนี้ มี Pro Nutri-P ลิขสิทธิ์เฉพาะของทิปโก้ โดย “ทิปโก้ บีท” มีรส Original อร่อย ดื่มง่าย หวานอ่อนๆ ด้วยแพคเกจจิ้งที่ออกแบบอย่างพรีเมี่ยมดีไซน์เท่ หรู ทันสมัย จับกระชับมือเหมาะกับคนรุ่นใหม่ วางจำหน่ายขนาด 250 ml. ราคา 35 บาท จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ(7-Eleven) จุดขายตามสถานที่ออกกำลังกาย เช่น ฟิตเนส สนามกีฬา สวนสาธารณะ เป็นต้น “ทิปโก้ บีท” จึงเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคที่รักสุขภาพและรักการออกกำลังกาย
นอกจากนี้บริษัทได้ดึงน้ำตาล – ชลิตา ส่วนเสน่ห์ พรีเซนเตอร์กับผลงานโฆษณาแบบเต็มรูปแบบครั้งแรกในชีวิตของเธอ โดยทีมงานทิปโก้ บีท ได้มองหาคนที่จะเป็นแบรนด์พรีเซนเตอร์มาจากแนวความคิดที่ว่า เราต้องการ Insight ของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่มี Attitude ที่สตรอง มั่นใจ ต้องการที่จะสู้เพื่อเอาชนะใจตัวเองให้ได้มาเพื่อสิ่งที่ตนเองต้องการ โดยขณะนั้นเป็นช่วงที่คุณน้ำตาลประกวด Miss Universe 2016 อยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และเข้ารอบ 6 คนสุดท้าย เราจึงได้มองเห็น attitude ที่สตรองของเธอทั้งจากบุคลิกภาพ การเดิน การตอบคำถาม สายตา ท่าทาง ฯลฯ ทำให้เราลืมภาพนางงามในแบบที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง เห็นแล้วมีพลังอยากจะปฏิวัติตัวเองให้มีหุ่น และ attitude ให้สตรองได้แบบน้ำตาล ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ตรงกับ Brand Concept ของ Tipco Beat
บริษัทฯ ทุ่มงบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท มุ่งเน้นการตลาดเชิงสร้างสรรค์และสร้างการรับรู้ (Infotainment / Edutainment) ควบคู่ไปกับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ อย่างต่อเนื่องแบบ 360 องศาทั้ง Above the line และ Below the line พร้อมทั้งยังได้จัดกิจกรรมโรดโชว์และ Sampling ตามสถานที่ออกกำลังกาย อีกทั้งร่วมสนับสนุน ส่งเสริมด้านกีฬาในการทำกิจกรรมกับกลุ่มนักออกกำลังกายทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟิตเนส โยคะ อีกด้วย เพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้กว้างขึ้น มองหาการเติบโตอย่างต่อเนื่องพร้อมกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง รวมทั้งการจัดแคมเปญ CSR ต่างๆ และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์โฆษณาชื่อชุด BEAT แบ่งเป็น 2 ชุดคือ ทั้งทางโทรทัศน์ และ Online Clip เพื่อให้ครอบคลุมผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายด้วย และบริษัทฯ เชื่อว่าหลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ทิปโก้ บีท” และวางจำหน่าย แล้วเรามั่นใจว่าต้องได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคและจะสามารถครองใจผู้บริโภค และขยายฐานผู้บริโภคที่รักสุขภาพและการออกกำลังกาย ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมเครื่องดื่ม ไฮโปรตีน ประมาณ 360 ล้านบาทต่อปี โดยคาดว่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณ 15-20% อีกทั้งด้วยการทำการตลาดจากผู้เล่นรายใหม่ๆ โดย ทิปโก้ บีท ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 15-20% ของมูลค่าตลาดอีกด้วย มั่นใจ 3-5 ปี จะขึ้นเป็นผู้นำเครื่องดื่มไฮโปรตีน จากพืช (Plant Protein)
รุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.มาลี กรุ๊ป (MALEE) กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ผ่านมาทำให้อัตราการบริโภคน้ำผลไม้ลดลง ซึ่งทำให้ภาพรวมตลาดน้ำผลไม้มีผลกระทบต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยเมื่อปี 2559 มีอัตราการเติบโตทรงตัว ขณะเดียวกันช่วงที่ผ่านของปีนี้ก็พบว่าหลายกลุ่มเกิดการติดลบ และบางกลุ่มเติบโตเพียงเล็กน้อย บวกกับการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง บริษัทจึงมองหาโอกาสตลาดต่างประเทศ เพื่อผลักดันสัดส่วนยอดขายให้เติบโตมากขึ้น ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายที่มาจากต่างประเทศอยู่ที่ 43% ไตรมาส 2 ปี 2560 เติบโตขึ้น 20% ตั้งเป้าตลอดปีเติบโต 30-40% ขณะที่อีก 57% เป็นยอดขายภายในประเทศไทย บริษัทต้องการให้ตลาดต่างประเทศเติบโตมากขึ้นและดีกว่า หรือมีสัดส่วนเป็น 60% ในอีก 3 ปี โดยเน้นกลุ่มเพื่อนบ้านแถบอาเซียนอย่างกัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน
มูลค่าตลาดน้ำผลไม้คิดเป็น 1.32 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มพรีเมียม 5,000 ล้านบาท ติดลบ 2% น้ำผลไม้ระดับกลาง 1,200 ล้านบาท เติบโต 2% น้ำผลไม้กลุ่มอีโคโนมี 2,700 ล้านบาท ติดลบ 17% ซูเปอร์อีโค 2,300 ล้านบาท โต 1% และอื่นๆ มูลค่า 1,700 ล้านบาท ติดลบ 16% จะเห็นได้ว่าตลาดเมืองไทยค่อนข้างซบเซา บริษัทจึงต้องมองหาอีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตในกลุ่มประเทศข้างต้น และเพื่อให้สานต่อนโยบายของการเป็นผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพระดับโลก จึงได้ปรับบรรจุภัณฑ์รอบ 5-6 ปี เพราะต้องการดูเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยหลังจากบริษัทได้ทำการปรับแพ็กเกจและวางจำหน่ายสู่ตลาด ก็มีผลต่อยอดขายและทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 26% จากเดิม 21% โดยคาดการณ์ว่า ตลอดปี 2560 ภาพรวมบริษัทจะเติบโต 10%.
กฤช เมธาธราธิป General Manager บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กลุ่มธุรกิจ คอนซูเมอร์ เฮลธ์แคร์ กล่าวว่า งานเปิดตัว TVC พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่กับ TVC ใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรก ซึ่งกลุ่มเป้าหมายในการจัดงานครั้งนี้ คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน เป็นกลุ่มคนที่มีช่วงชีวิตที่กำลังสนุกสนานกับกิจกรรมที่หลากหลายมาเติมเต็มชีวิต หรือ กำลังอยู่ในช่วงค้นหาความสำเร็จ และจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง เพื่อให้ตอบสนองได้อย่างเต็มที่กับกิจกรรมของกลุ่มเป้าหมาย Centrum เองมีวิตามินครบ 22 ชนิด ใน 1 เม็ด ก็จะง่ายสำหรับกลุ่มเป้าหมายในการเสริมวิตามิน เรียกได้ว่าครบในเม็ดเดียวครับ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ว่าจะมีช่วงอายุแบบไหน ก็ต้องดูแลตัวเองให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนในทุกวันครับ อย่างหนังโฆษณา (TVC) ตัวใหม่ล่าสุดของเราก็ต้องการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายว่า การเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลากหลายทุกวันเป็นเรื่องยากสำหรับคนในยุคปัจจุบัน ถึงแม้ว่าการออกกำลังกาย หรือ การดูแลอาหารการกินให้ดีขึ้นจะทำให้เหมือนว่าเราดูแลตัวเองมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วก็ยังไม่สามารถทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนในแต่ละวัน ดังนั้นการเสริมด้วยวิตามินรวมที่มีสารอาหารครบตั้งแต่ A-Z จึงเป็นเรื่องจำเป็น สำหรับร่างกาย ซึ่งพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดของเราคือ หมาก ปริญ ซึ่งเหตุผลที่เราเลือกหมาก เพราะเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในช่วงวัยที่กำลังทำกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งถ่ายละคร เดินป่า ตามล่าหาของกินอร่อยๆ ออกกำลังกาย เป็นคนที่มี multi lifestyle และไม่ลืมที่จะดูแลตัวเอง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเรา ที่สำคัญหมากเองก็รับประทานเซนทรัมอยู่แล้วด้วยครับ สุดท้ายนี้ผมก็อยากให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพกันครับ ทั้งในเรื่องของการออกกำลังกาย การพักผ่อน และโภชนาการที่ดี โดยเฉพาะสารอาหารจำพวกวิตามินและเกลือแร่ เพื่อสุขภาพที่ดี อยู่อย่างมีความสุข อย่างที่เราอยากให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีครับ” นายกฤช กล่าว นายศรัณย์ ชัยปาณี ประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไวตาบูสท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เราเน้นหลัก 4 ประการคือ ง่าย-ปลอดภัย-สะดวก-ประหยัด 1. ง่าย – เราทำให้การทานวิตามินแบบได้ผลและปลอดภัยเป็นเรื่องง่าย ผู้ใช้ไม่ต้องปวดหัวว่าจะเลือกทานอะไร ปริมาณเท่าไหร่ นานเท่าไหร่ และผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาในการจัดวิตามินและอาหารเสริมลงกล่องยาในแต่ละวัน
2. ปลอดภัย – เราออกแบบโปรแกรมระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ที่ชื่อว่า Vitalyzer มาช่วยแพทย์ในการคำนวณปริมาณ ชนิดของอาหารเสริมที่เหมาะสมของแต่ละคน และยังมีระบบช่วยจดจำและหยุดการทานต่อเนื่องโดยอัตโนมัติของวิตามินบางตัวที่อาจสะสมในร่างกาย เช่น วิตามินที่ละลายในไขมันและโลหะหนักต่าง ๆ นอกจากนั้นวิตามินที่เราใช้ก็เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% เกรดมาตรฐานระดับเทียบเท่ายา (pharmaceutical-grade) ซึ่งมีคุณภาพและการออกฤทธิ์สูงกว่าอาหารเสริมเกรดอาหาร (Food grade) ทั่วไป 3. สะดวก – เรามีบริการส่งพยาบาลวิชาชีพไปเก็บตัวอย่างเลือดถึงบ้านเพื่อประหยัดเวลาการเดินทาง เข้าคิวรอ และเรายังมีบริการส่งวิตามินรายเดือนไปถึงบ้านโดยขนส่งเอกชน 4. ประหยัด – บริการของเรามีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการไปซื้ออาหารเสริมชนิดเดียวกันและเกรดระดับเดียวกันทานเอง โดยค่าวิตามินเริ่มตั้งแต่ 1,100 – 7,100 บาทต่อเดือนแล้วแต่โปรแกรมและแพคเกจ และบริการของเรายังมีราคาถูกกว่าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยอื่นอยู่มากพอสมควร
แนวทางการทำการตลาดแบบ IMC (integrated marketing communication) จะแบ่งเป็น online และ offlineโดยด้านออนไลน์จะเน้นโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้ง Facebook, Instagram, Line@ เพราะเข้าถึงตรงสู่มือถือผู้บริโภค และทำออฟไลน์ควบคู่กันไปโดยการออกบูธตามที่ต่าง ๆ และออกอีเว้นท์ที่เกี่ยวกับด้านความงาม สุขภาพและเทคโนโลยีโดย เป็นพันธมิตรร่วมกับบริษัทต่างๆ เช่น บริษัทประกันชีวิต ค่ายมือถือ ฟิตเนส บริษัทบัตรเครดิต และสำหรับลูกค้าชาวต่างชาติ เรากำลังทำตลาดกลุ่ม expats ที่อยู่ในประเทศไทยโดยการนำเสนอลูกค้ากลุ่มองค์กร และเริ่มทำ health and wellness tourism โดยสร้างศูนย์ Wellness Center ที่เอกมัยและทำโปรโมชั่นร่วมกับบริษัททัวร์ต่างๆ เพื่อขยายฐานลูกค้า
นอกจากนั้น ไวตาบูสท์ได้เริ่มศึกษาบุกตลาดพม่า โดยได้เริ่มจ้างแพทย์ชาวพม่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 เพื่อดำเนินการจัดตั้งและขออนุญาตต่าง ๆ เพื่อเอาโมเดลของเราไปทดลองในตลาดพม่า ซึ่งระบบ Vitalyzer ของเรานั้นสามารถช่วยคำนวณวิตามินได้สำหรับคนทุกชาติ ทุกศาสนาเพราะเวชศาสตร์ชะลอวัยเป็นศาสตร์สากล และเรามีแผนที่จะบุกตลาด CLMV ด้วย เป้าหมาย รายได้ในปี 2017 ตั้งเป้า ที่ 10 ล้านบาท และ ปี 2018 ตั้งเป้าที่ 25 ล้านบาท ส่วนผู้ใช้บริการ ตั้งเป้า 500 คนในปี 2017 ฐานลูกค้าปัจจุบัน มาจากคนที่รู้จักไวตาบูสท์จาก social media, การออกบูธ , Words of mouth จากผู้ใช้ไวตาบูสท์ที่ใช้ดีแล้วบอกต่อ มีอายุตั้งแต่ 20-75 และโดยตั้งเป้าว่าไวตาบูสท์จะมีส่วนแบ่งตลาด 1% ของตลาดอาหารเสริมและวิตามินภายใน 5-7 ปี
ตลาดอาหารเสริมและวิตามินในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านบาท และในปี 2016 พบว่า มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 6.6 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะโตขึ้นเรื่อย ๆ จากความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันที่เน้นใส่ใจในสุขภาพ ไวตาบูสท์อยากจะเข้าไปในตลาดกลุ่มนี้ จึงเริ่มธุรกิจบริการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลแบบ Home Service และเป็นรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไวตาบูสท์มีบริการส่งบุคคลากรทางการแพทย์ไปเจาะเลือดถึงบ้านและส่งวิตามินสูตรเฉพาะบุคคลถึงบ้าน อำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้บริการ เนื่องจากเข้าถึงง่ายและราคาไม่แพงจึงได้รับความสนใจจากผู้ใช้บริการจำนวนมากหลังจากเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการไปเมื่อ มิ.ย. 2017
สมรภูมิเครื่องดื่ม วิตามิน เกลือแร่ เพื่อสุขภาพ ปีนี้แข่งขันกันดุเดือด ทั้งกลยุทธ์การตลาด 360 องศา ปรับดีไซน์แพกเกจจิ้ง ขยายช่องทางจำหน่าย พรีเซนเตอร์ดารา นางงาม หวังชิงตลาดมูลค่ามหาศาล
  --  
iClickNews.com