Go to www.iclicknews.com
Special Scoop

ธุรกิจประกัน 'ชู'นวัตกรรมประกันภัยพืชผล

By iclick Team

ธุรกิจประกันภัย ปรับกลยุทธ์ SOMPO 'ดึง' นวัตกรรม ระบบดาวเทียม GSMap ศูนย์ข้อมูลดาวเทียม RESTEC วัดดัชนีฝนแล้ง เริ่มแรกจะรับประกันผลผลิตลำไยเกษตรกร 24 อำเภอ จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านธ.ก.ส. 'เล็ง'ต่อยอดพืชผลอื่นๆ
ชญณา ศิรริภิรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทขานรับนโยบายจากคป. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่เสี่ยงสูง และลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ มีพื้นที่ปลูก 30 % และเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ช่วงที่กำลังผลิดอก เริ่มเดือนมีนาคม-มิถุนายน เป็นช่วงฤดูแล้ง บริษัทได้ร่วมมือกับประกันภัย ไทยวิวัฒน์ ร่วมรับประกันและขายประกันพืชผล ผ่านทางธ.ก.ส.
โดยใช้นวัตกรรมดาวเทียววัดดัชนีปริมาณน้ำฝนเป็นพื้นฐานในการกำหนดภัย โดยใช้ข้อมูลน้ำฝนจากระบบดาวเทียม GSMap ศูนย์ข้อมูลดาวเทียม RESTEC เริ่มแรกจะรับประกันผลผลติลำไย 24 อำเภอ จังหวัดเชียงใหม่ก่อน และในอนาคตจะขยายไปพื้นที่อื่นๆในประเทศ หรือพืชผลอื่นๆต่อไป ปีนี้จะเปิดขายประกันเดือนกุมภาพันธ์นี้ ระยะเวลาคุ้มครอง 61 วัน เริ่ม 1 มีนาคม-30 เมษายน 2562 การวัดจำนวนวันที่ฝนไม่ตกติดต่อกัน โดยวัดดัชนีค่าดัชนีฝนแล้ง และดัชนีฝนแล้งขั้นสูง ราคาเบี้ยประกันเริ่มต้น 299 บาท ต่อเงินกู้ยืม เพื่อการเพาะปลูกลำไยจากธ.ก.ส. 10,000 บาท
"สำหรับรูปแบบการรับประกันภัยกรมธรรม์ประกันภัยการประกันภัยพืชผลลำไยจากภัยแล้งโดยใช้ดัชนีฝนแล้ง (ตรวจวัดด้วยดาวเทียม) สำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) เบื้องต้นบริษัทจะเริ่มรับประกันภัยใน 24 อำเภอ ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 100,000 ไร่ (จากพื้นที่เพาะปลูกในจ.เชียงใหม่ทั้งหมดประมาณ 300,000 ไร่) โดยเริ่มจำหน่ายกรมธรรม์ตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นระยะแรก เพื่อให้ความคุ้มครองภัยภาวะฝนแล้งที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชลำไยในช่วงเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน 2562 เนื่องจากพืชผลลำไยเป็นพืชผลยืนต้น และต้องการน้ำในช่วงของการออกดอกเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในช่วงเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน นี้"
การใช้ดาวเทียมวัดดัชนี้ปริมาณน้ำฝน ดัชนีฝนแล้ง หลักเกณฑ์การจ่ายเงินค่าชดเชยให้เกษตรกร เราจะดูตามความจริงว่า หากฝนไม่ตกกี่วันต่อเนื่องกันในระยะเวลาประกันภัย พื้นที่เพาะปลูกเกิดภาวะฝนแล้งต่อเนื่องเกินกว่าค่าดัชนีฝนแล้งและดัชนีขั้นสูงที่กำหนด เกษตรกรต้องซื้อน้ำ ใช้ปั๊มน้ำ ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 2,100 บาท เราคำนวณค่าเสียหายจากความจริงโดยทีมงานที่ได้ลงไปสำรวจพื้นที่ แล้วจ่ายค่าชดเชยให้ตามจริง
โดยเกษตรกรผู้เพาะปลูกลำไยที่กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มีวงเงินกู้ทุกๆ 10,000 บาท สามารถขอเอาประกันภัยได้ 1 หน่วย โดยมีเบี้ยประกันภัยจำนวน 299 บาท ต่อการให้ความคุ้มครอง 1 หน่วย ให้ความคุ้มครองสูงสุด 2,100 บาท แบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ส่วน คือ กรณีการเกิดภาวะฝนแล้งต่อเนื่องเกินกว่าดัชนีฝนแล้ง ได้รับเงินชดเชย จำนวน 900 บาท และกรณีการเกิดภาวะฝนแล้งต่อเนื่อง เกินกว่าค่าดัชนีฝนแล้งขั้นสูง ได้รับเงินชดเชย จำนวน 1,200 บาท ซึ่งเงินชดเชยเมื่อรวมกันแล้วจะไม่เกิน 2,100 บาท หากพื้นที่เอาประกันภัยเกิดภาวะฝนแล้งต่อเนื่อง (มีจำนวนวันที่ฝนไม่ตกหรือฝนตกน้อยกว่า 1 มิลลิเมตรต่อวันติดต่อกัน) มากกว่าจำนวนวันที่กำหนดเป็นดัชนีฝนแล้งหรือดัชนีฝนแล้งขั้นสูง บริษัทจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรผ่านบัญชี ธ.ก.ส.
เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ตั้วแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมีเงื่อนไข ดังนี้ ต้องเป็นลูกค้าเงินกู้เพื่อการปลูกลำไย อายุ 20 ปีขึ้นไป พื้นที่เพาะปลูกอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ และจากโครงการนี้เราตั้งเป้าหมายว่า จะมีเกษตรกรให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการนี้จำนวนมาก เพื่อขับเคลื่อนโครงการประกันผลผลิตลำไย ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ทางสำนักงานคปภ. ยังได้เชื่อมโยงข้อมูลออนไลน์อย่างเป็นระบบ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งธ.ก.ส. และบริษัทที่รับประกันภัย ซมโปะและไทยวิวัฒน์ เพื่อให้รับทราบข้อมูลอย่างรวดเร็ว และนำไปใช้ได้ทันที จะเกิดประโยชน์สูงสุดในการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน
สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย เตรียมพร้อมเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรไทยในการทำประกันภัยพืชผลลำไย เพื่อรองรับความเสี่ยงภัยจากภาวะฝนแล้ง ทั้งนี้ มีบริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมรับประกันภัย โดยกรมธรรม์ประกันภัยลำไยดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. 2562 จนถึงวันที่ 29 ม.ค. 2565
นี่เป็นอีกหนทางหนึ่งของบริษัทประกันภัย ที่ใช้นวัตกรรมดาวเทียม มาเป็นเครื่องวัดดัชนีความแล้งของฝน เพื่อประกันภัยพืชผลลำไย และต่อไปก็จะมีการประกันพืชผลอื่นๆตามมาในอนาคต

ทีเอ็มบี พลิกแนวทางการนำเสนอบริการด้วยประสบการณ์พิเศษ
สะท้อนตัวตนของเอสเอ็มอีผ่านสาขารูปแบบใหม่ "ทีเอ็มบี เอ็กซ์พีเรียนซ์"
ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวสาขาต้นแบบแนวคิดใหม่ "ทีเอ็มบี เอ็กซ์พีเรียนซ์" (TMB Experience) ให้เอสเอ็มอีใช้อวตารแทนตัว เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงินที่เหมาะสมกับความต้องการของเอสเอ็มอีในแต่ละช่วงธุรกิจด้วยตนเอง ผ่านการใช้งานในรูปแบบดิจิทัล เอ็ดดูเทนเมนต์ (Edutainment) เน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการต่างๆ ได้ตอบโจทย์และตรงใจมากขึ้น (Need-based) มีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น (MORE Personalize) แม้ต้องการรับคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน (MORE Advisory) เพิ่มเติมก็สามารถทำได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้บริการที่แตกต่างจากสาขาในรูปแบบเดิมๆ โดยปัจจุบันเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว 2 สาขา คือ ไอคอน สยาม และ อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ สีลม
นางสาวชมภูนุช ปฐมพร ประธานเจ้าหน้าบริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ทีเอ็มบี กล่าวว่า "TMB Experience คือสาขาต้นแบบแนวคิดใหม่ของทีเอ็มบี ที่ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าเป็นสำคัญ (Customer Experience) เพื่อให้สอดคล้องกับMake THE Difference ปรัชญาองค์กรของเราที่ต้องการ 'สร้างความแตกต่าง' ที่มีความหมายต่อลูกค้า ช่วยลูกค้ายกระดับประสบการณ์การใช้บริการกับทีเอ็มบีให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการใช้บริการที่สาขาที่มองว่าสาขาต้องเปลี่ยนบทบาทเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีพร้อมให้คำปรึกษาทางการเงินให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเริ่มตนที่ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงและนำเสนอสิ่งที่เหมาะสมกับลูกค้าอย่างจริงใจ ตอกย้ำว่าลูกค้าทีเอ็มบีต้องได้มากกว่า (Get MORE with TMB) โดยเป็นการส่งมอบประสบการณ์ที่ผสมผสานด้วยเทคโนโลยีแบบเบ็ดเสร็จไร้รอยต่อ (Omni-Channel)"
"ประสบการณ์ใหม่ที่เอสเอ็มอีจะได้รับใน TMB Experience จะแตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน ไม่ใช่การเสนอขายในสิ่งที่ธนาคารอยากจะขาย แต่เป็นการให้เอสเอ็มอีได้รู้จักตัวตนทางการเงินและได้รับคำแนะนำเรื่องโซลูชั่นที่สอดคล้องกับช่วงธุรกิจของตนเอง" นางสาวชมภูนุช กล่าว
TMB Experience ได้ออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิด Glass House คือ ความโปร่งใส (Transparent) และ เติบโตไปถึงเป้าหมายด้วยกัน (Growing Together) ทีเอ็มบีใช้เส้นทางการเดินทางของลูกค้า หรือ Customer Journey เป็นจุดเริ่มต้นในการออกแบบ ทำให้รูปแบบสาขาตอบโจทย์ของเส้นทางการเดิน และตลอดเส้นทางการเดินจะเป็นการนำเสนอในรูปแบบ Edutainment คือการทำความเข้าใจการเงินเพื่อเอสเอ็มอีแบบเข้าใจง่าย เริ่มตั้นตั้งแต่ Welcome and Engage Zone พื้นที่ส่วนด้านหน้าของสาขาที่ปรับโฉมให้ดูโล่งขึ้น โปร่งใส สบายตามากขึ้น รวมถึงมัลติมีเดียต่างๆ โดยใน Welcome Zone เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญเพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ค้นหาตัวตนทางการเงิน ด้วยการสร้างตัวตนในรูปแบบอวตาร (Avatar) จากการกรอกข้อมูลส่วนตัวเพียง 4-5 ข้อเท่านั้น จากนั้นจะได้รับ QR Code ตามตัวตน ก่อนที่จะได้รับคำแนะนำและเป้าหมายตามช่วงธุรกิจต่อใน Need Zone โดยผู้ประกอบการจะใช้ QR Code ที่ตนเองได้รับ เพื่อรับการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ที่เหมาะสม ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับคำแนะนำในบริการจาก MORE Growth for SMEs Station โดยเอสเอ็มอีมีกลุ่มอวตาร 3 กลุ่ม คือ
1. SME 4.0 เอสเอ็มอีที่ต้องการความง่าย และสะดวกสบาย ไม่ชอบเสียเวลาในการทำธุรกรรมต่างๆ เพราะเวลาเป็นเรื่องสำคัญของการทำธุรกิจ
2. นักธุรกิจมือทอง เอสเอ็มอีที่มองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจ มองหาการพัฒนาธุรกิจ แหล่งเงินทุน ช่องทางการตลาด และตัวช่วยต่างๆ ให้ธุรกิจเติบโต
3. นักธุรกิจมือโปร เอสเอ็มอีที่มีความเติบโตและมั่นคง การขยายกิจการจึงไม่ใช่สิ่งที่มองหา แต่สิ่งสำคัญคือ ทำอย่างไร ให้รายได้ธุรกิจมั่นคงและคล่องตัว ตลอดไป
จากนั้นเมื่อผู้ประกอบการได้รับคำแนะนำภายใน MORE Growth for SMEs Station แล้ว สามารถสแกน QR Code ที่เครื่องแท็บเล็ตเพื่อกรอกรายละเอียด และทางเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของทีเอ็มบีจะติดต่อกลับหาภายในวันต่อไป ซึ่งธนาคารได้รับข้อมูลในเบื้องต้นแล้วว่าผู้ประกอบการนั้นมีความต้องการโซลูชั่นทางการเงินอย่างไร ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถติดต่อเพื่อเข้ารับคำปรึกษาได้ทันทีในพื้นที่ Advisory Zone ซึ่งออกแบบเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งแบบให้คำแนะนำทั่วไป หรือ TMB BIZ ADVISORY สำหรับการ VDO Conference กับผู้เชี่ยวชาญด้านเอสเอ็มอีโดยตรงได้อีกด้วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการสามารถเปิดบัญชีธุรกิจ TMB SME One Bank ได้ทันทีในพื้นที่ของ Transaction Zone ที่ TMB Experience ซึ่งเป็นพื้นที่ให้การให้บริการธุรกรรมการเงินทั่วไป
"TMB Experience จะเปลี่ยนภาพจำของธนาคารในความคิดของทุกคนโดยสิ้นเชิง ด้วยความร่วมมือกันของทีเอ็มบีและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีร่วมสร้างประสบการณ์เลือกวางแผนโซลูชั่นทางการเงินเพื่อเอสเอ็มอี และวางเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดของทีเอ็มบีที่เราเน้นย้ำมาเสมอนั้นคือ "Get MORE with TMB …ขอเชิญผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มาสร้างตัวตนในรูปแบบอวตาร (Avatar) เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เหมาะสมตอบโจทย์และตรงใจ ที่สาขารูปแบบใหม่ ทีเอ็มบี เอ็กซ์พีเรียนซ์" นางสาวชมภูนุช กล่าว
  --  
iClickNews.com