Go to www.iclicknews.com
Special Scoop

ธุรกิจแบงก์ 'หนุน' นวัตกรรมไร้เงินสด

จับตาเอเชียแปซิฟิกผู้นำโลก สังคมไร้เงินสด ธนาคารกรุงเทพ-คาลเท็กซ์ 'ชู'บริการใหม่ BBL – Caltex Fleet Card และ BBL - Caltex Cash Cardบริหารจัดการค่าใช้จ่ายน้ำมันมีประสิทธิภาพ VISA 'ย้ำ'ความปลอดภัย เข้ารหัสข้อมูลแบบ point-to-point encryption ปัจจัยผลักดันธุรกรรมไร้เงินสดเติบโต TMB Cardless บริการถอนเงินสดโดยไม่ใช้บัตรโดยใช้คู่กับแอพพลิเคชั่น TMB TOUCH เพียงสมัคร TMB ID ใน TMB TOUCH ก่อนใช้บริการเพียงครั้งเดียว ก็สามารถขอรับรหัสเบิกเงินสดจากแอพพลิเคชั่น แล้วนำรหัสนั้นมาถอนเงินสดออกมาใช้ได้เลยทันที ผ่านตู้ ATM/ ADM ของทีเอ็มบี ที่มีอยู่กว่า 2,900 แห่งทั่วประเทศ
นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ นิตยสารไอคลิกแมกดอทคอม (www.iclickmag.com) ว่า บริษัทได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับการทำธุรกรรมของลูกค้า อาทิ QR Code เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่ทางแบงก์ชาติสนับสนุน ต่อไปเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินมากขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ธนาคารได้ร่วมมือกับ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันคุณภาพระดับโลกภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ “บัตรธนาคารกรุงเทพ - คาลเท็กซ์ ฟลีทการ์ด” (BBL – Caltex Fleet Card) ซึ่งเป็นบัตรเครดิตสำหรับองค์กรที่จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีบริการส่งใบแจ้งหนี้ทางอีเมล์ และสามารถแสดงรายงานค่าใช้จ่ายน้ำมันได้ทั้งแบบรายวันและรายเดือน พร้อมมีระบบการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ องค์กรธุรกิจที่ใช้บัตรฟลีทการ์ดนี้ ยังสามารถกำหนดค่าใช้จ่ายต่อครั้ง ต่อวัน และต่อเดือน เป็นจำนวนบาทหรือลิตร และมีระบบบันทึกเลขระยะทาง เพื่อคำนวณอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน รวมถึงระบุรายละเอียดบนหน้าบัตรเป็นชื่อบริษัท ทะเบียนรถ ยี่ห้อรถ ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทอนุญาตให้ใช้ พร้อมกันนี้ยังกำหนดให้ใช้บัตรได้เฉพาะสถานีบริการน้ำมันที่ต้องการเท่านั้น โดยสามารถระบุได้อย่างไม่จำกัดจำนวนสถานีบริการน้ำมัน จึงช่วยให้ธุรกิจสามารถควบคุมและบริหารต้นทุนได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันบัตรฟลีทการ์ดนี้ยังมีรอบการชำระเงินได้นานสูงสุดถึง 55 วัน และยังมีความยืดหยุ่นโดยสามารถเลือกรอบการตัดยอดการใช้น้ำมันที่เหมาะสมกับระบบบัญชีของบริษัทท่านได้อีกด้วย จึงช่วยให้กิจการมีกระแสเงินสดที่ยาวขึ้น สภาพคล่องดีขึ้น และส่งผลให้การจัดการธุรกิจมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
ธนาคารได้ลอนช์ “บัตรธนาคารกรุงเทพ – คาลเท็กซ์ แคชการ์ด” (BBL - Caltex Cash Card) ซึ่งเป็นบัตรพรีเพดเพื่อใช้เติมน้ำมันและซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ภายในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ทั่วประเทศ สะดวกเพราะใช้แทนเงินสดได้และช่วยควบคุมการใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ตามต้องการ หรือหน่วยงาน และองค์กรธุรกิจสามารถใช้เป็นของสมนาคุณให้แก่ลูกค้าได้ โดยสามารถระบุชื่อบริษัทหรือข้อความที่ต้องการได้บนด้านหลังบัตรหรือใส่โลโก้ที่ต้องการบนหน้าบัตรได้อีกด้วยที่ช่วยตอบโจทย์การบริการลูกค้าของธนาคารกรุงเทพได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าธุรกิจที่จะมีทางเลือกการบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้กิจการได้อีกทางหนึ่งด้วย”
นายซาลมาน ซาดัต ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีและส่งมอบสิทธิประโยชน์ที่โดดเด่นให้แก่ลูกค้า โดย “บัตรธนาคารกรุงเทพ – คาลเท็กซ์ ฟลีทการ์ด” (BBL – Caltex Fleet Card) และ “บัตรธนาคารกรุงเทพ – คาลเท็กซ์ แคชการ์ด” (BBL - Caltex Cash Card) จะช่วยเพิ่มศักยภาพการดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายน้ำมัน ตรวจสอบการใช้น้ำมันผ่านระบบสตาร์การ์ดออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว และช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแก่องค์กร ส่วนบริการรับชำระเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคิวอาร์ โค้ด (QR Code) ผ่านเครื่อง EDC นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ในการชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้สะดวก ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่จะขยายฐานสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ให้ได้มีโอกาสทดลองใช้บริการของสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพระดับโลกอีกด้วย
“บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเป็นสถานีบริการน้ำมันที่ครบวงจร โดยยังคงคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค โดยบริษัทคาดว่าการพัฒนาระบบการบริการรับชำระเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคิวอาร์ โค้ด (QR Code) ผ่านเครื่อง EDC ในครั้งนี้จะสามารถเสริมสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ย่นระยะเวลาและขั้นตอนการบริการ โดยบริษัทฯ มีความพร้อมที่จะสามารถให้บริการได้ทันทีภายหลังจากที่ภาครัฐได้ปรับแก้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์มือถือ ณ จุดให้บริการน้ำมัน”
นายโจ คันนิ่งแฮม ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการความเสี่ยงของวีซ่า ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า วีซ่ามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างให้ระบบปฏิบัติการของเรามีความปลอดภัยในระดับสูงสุด และผลักดันให้อุตสาหกรรมใช้เทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานสากลทั่วโลก อาทิ ชิพการ์ด (อีเอ็มวี) โทเคนไนเซชั่น (Tokenization) และการเข้ารหัสข้อมูลแบบพ้อยท์ ทู พ้อยท์ (point-to-point encryption) ในประเทศไทยร้อยละ 75 ของการทำธุรกรรมยังคงเป็นในรูปแบบเงินสด จำนวนของผู้บริโภคที่ใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มมากขึ้น และเทคโนโลยีที่รองรับการชำระเงินแบบไร้สัมผัส (contactless payment) ที่แพร่หลายกว่าเดิม จะช่วยให้การชำระเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น การชำระเงินในซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านกาแฟ โรงภาพยนต์ เป็นต้น
วีซ่ามุ่งสนับสนุนแนวทางการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศสามารถใช้ประโยชน์ และทำงานร่วมกันได้ นอกจากนั้นเราต้องการสร้างความรับรู้ถึงมาตรฐานที่จะช่วยให้ทุกฝ่ายในระบบนิเวศการชำระเงินสามารถปรับเปลี่ยนและใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดได้ง่ายขึ้น
ทีเอ็มบี บุกตลาด Cardless
นางสาวมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี กล่าวว่า “ปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าล้วนต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็วทันใจ เหมาะกับชีวิตที่เร่งรีบ หรือต้องทำสิ่งต่าง ๆ หลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน ทีเอ็มบี จึงได้พัฒนาบริการใหม่ TMB Cardless บริการถอนเงินสดโดยไม่ใช้บัตรโดยใช้คู่กับแอพพลิเคชั่น TMB TOUCH เพียงสมัคร TMB ID ใน TMB TOUCH ก่อนใช้บริการเพียงครั้งเดียว ก็สามารถขอรับรหัสเบิกเงินสดจากแอพพลิเคชั่น แล้วนำรหัสนั้นมาถอนเงินสดออกมาใช้ได้เลยทันที ผ่านตู้ ATM/ ADM ของทีเอ็มบี ที่มีอยู่กว่า 2,900 แห่งทั่วประเทศ พร้อมแนะนำตำแหน่งที่ตั้งเครื่องเอทีเอ็มที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมงฟรี สะดวก ง่าย ไม่มีค่าธรรมเนียม และจะมุ่งพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้ลูกค้าทีเอ็มบี ได้ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน พร้อมประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการดิจิทัล แบงก์กิ้ง อย่างต่อเนื่องต่อไป
ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อตอบโจทย์สนองความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงต่อเนื่อง เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ TMB Cardless กดเงินฟรีไม่ต้องใช้บัตร บริการล่าสุดที่ใช้งานง่ายผ่านในโมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชั่น TMB TOUCH เพิ่มอิสระในการใช้บริการทางการเงินเพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่ม “ได้มากกว่า” (Get MORE with TMB) สะดวกสบายมากกว่า เมื่อต้องการใช้เงินสดและต้องกดเงินที่ตู้ ATM หรือ ADM สะดวก ง่าย ผ่านโทรศัพท์มือถือได้โดยไม่ต้องใช้บัตร ไม่มีค่าธรรมเนียม ปลอดภัยไร้กังวล จะแม้ไม่ได้พกลืมกระเป๋าสตางค์ หรือไม่ได้พกบัตร ก็หายห่วง ลูกค้าทีเอ็มบีใช้บริการสามารถใช้บริการ TMB Cardless ใน TMB TOUCH ได้แล้ววันนี้ เพียงดาวน์โหลด TMB TOUCH ผ่านระบบ IOS และ Android ได้แล้ววันนี้ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tmbbank.com/howto/app/cardless.php
สมรภูมิสังคมไร้เงินสด แข่งขันกันดุเดือด บริการทุกรูปแบบเอาใจลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ START UP, SMEs หนุนให้ธุรกิจไทยก้าวไกลเกินเกมธุรกิจโลก

ทีเอ็มบี เพิ่มมูลค่าตลอดซัพพลายเชนให้ลูกค้าธุรกิจ
ด้วย TMB Supply Chain Financing
ในกระบวนการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวธุรกิจของเราเพียงอย่างเดียว ความแข็งแกร่ง สภาพ คล่อง และประสิทธิภาพการบริหารงานของซัพพลายเชน ซึ่งรวมทั้งคู่ค้า ซัพพลายเออร์ และดีลเลอร์ หรือตัวแทนขายของให้เรานั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเสริมและยกระดับให้ ธุรกิจทั้งซัพพลายเชนให้เติบโตไปด้วยกัน โดยไม่มีจังหวะสะดุดหยุดชะงัก
นายรัชกร ชยาภิรัต หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีได้ศึกษาและให้บริการด้าน ซัพพลายเชนมาตั้งแต่ปี 2552 โดยพบว่าการขาดเงินทุนหมุนเวียนหรือสภาพคล่องเป็นปัญหาที่พบได้ในเชนธุรกิจ ในตัวอย่างที่ ผู้ผลิตรายใหญ่ (Sponsor) ของซัพพลายเชน คือ โรงงานผลิตเครื่องดื่ม คู่ค้าฝั่งแรกคือ ซัพพลายเออร์ มีความต้องการเงินทุนสำหรับจัดซื้อวัตถุดิบ เพื่อผลิตสินค้าป้อนขายให้กับร้านโรงงงานผลิตเครื่องดื่ม ขณะที่คู่ค้าใน อีกฝั่งหนึ่ง หรือ ดีลเลอร์ ตัวแทนจำหน่ายสินค้า ก็ต้องการเงินทุนเพื่อซื้อสินค้าจากผู้ผลิตรายใหญ่ (Sponsor) มาสต็อกไว้สำหรับขายสร้างรายได้ ทีเอ็มบีจึงเข้ามาช่วยบริหาร ธุรกรรมการเงินให้กับทั้งซัพพลายเชน ภายใต้โซลูชั่นที่เรียกว่า TMB Supply Chain Financing
"ปัจจุบันซัพพลายเชนในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 8 ล้านล้านบาท โดยมูลค่าซัพพลายเชนที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านซัพพลายเชนโปรแกรมของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 1 ล้านล้านบาทเท่านั้น ทีเอ็มบีมองเห็นโอกาส จึงได้เข้ามาช่วยทางผู้ผลิตรายใหญ่ในการวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อ-ขายสินค้าจริงที่มีอยู่ในระบบ เพื่อพิจารณาให้วงเงินสินเชื่อ ซัพพลายเชน และการทำธุรกรรมการเงินแบบดิจิทัลให้กับคู่ค้าอย่างเหมาะสม ซึ่งปกติทั้งซัพพลายเออร์ และดีลเลอร์ ที่เป็นธุรกิจแบบเอสเอ็มอี อาจประสบปัญหาเรื่องการเข้า ถึงแหล่งทุนได้ หรือขาดสภาพคล่องในการหมุนเวียน รวมถึงเทคโนโลยี แต่ข้อมูลการซื้อ-ขายดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงศักยภาพของทั้งซัพพลาย เออร์ และดีลเลอร์ในเชน ทำให้สามารถได้รับวงเงินหมุนเวียนไปดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และเติบโตได้ตามต้องการด้วยต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ และเมื่อคู่ค้าแข็งแกร่งเติบ โต ยอดขายของผู้ผลิตรายใหญ่ก็จะเติบโตสอดคล้องกันไป" นายรัชกร กล่าวเสริม
ที่ผ่านมาทีเอ็มบีให้การสนับสนุน Supply Chain Solution ในหลากหลายอุตสาหกรรม และมีส่วนผลักดันเศรษฐกิจประเทศให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมการเกษตร ฯลฯ และล่าสุด ทีเอ็มบีได้รับ รางวัลยอดเยี่ยมด้านการบริหารเงินและเงินทุนหมุนเวียน - ภาครัฐ (Best in Treasury and Working Capital - Public Sector Award) จาก THE Asset นิตยสารด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำของเอเซีย ถือเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศและความมุ่งมั่นให้ลูกค้าธุรกิจ เพราะ ลูกค้าธุรกิจของทีเอ็มบีต้องได้มากกว่า (Get MORE with TMB) ผ่านทางโซลูชันด้านซัพพลายเชนอย่างครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับภาครัฐ
การที่ทีเอ็มบีเข้าไปมีส่วนบุกเบิกและเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่อภาครัฐเข้าด้วยกันทั้งซัพพลายเชนคือ ถือเป็นความตั้งใจของ ทีเอ็มบีที่มองการทำธุรกิจ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) โดยต้องการจะผลักดันผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างให้กับภาครัฐเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมทั้งร่วมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐให้เป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว ขานรับนโยบายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศ ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่การ e-Bidding เพื่อรองรับการทำคำสั่งซื้อ-ขาย และทำธุรกรรมธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเป็นไปโดยสะดวกอีกด้วย
นายรัชกร ยังเผยอีกว่า การเปลี่ยนข้อมูลจากกองเอกสารเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ยังทำให้ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างสามารถใช้ Data ไปต่อยอดธุรกิจได้อย่างเต็มที่ เช่น ใช้ในการวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริง รวมทั้งใช้วางแผนขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม เพื่อให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพสูงสุด และพร้อมที่จะเติบโตต่อเนื่องตามแรง หนุนของนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
"ที่ผ่านมาทีเอ็มบีให้บริการสินเชื่อด้าน Buyer Financing คิดเป็นสัดส่วน 70% ของทั้งจำนวนลูกค้าและวงเงิน ปัจจุบันเรากำลังจะเพิ่มในส่วนของ Supplier Financing มาก ขึ้น ทั้งนี้ การให้บริการสินเชื่อทั้งซัพพลายเชนจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพผู้ผลิตรายใหญ่ต้องเห็นความสำคัญของโซลูชั่นด้วยว่า สามารถทำให้ธุรกิจของเขาและของคู่ค้า มียอดขายที่เติบโต และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลงได้ โดยทีเอ็มบีพร้อมนำข้อมูลมาช่วยวิเคราะห์สินเชื่อ (Data Analytic) เพื่อให้วงเงินที่เหมาะสม ภายใต้ดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผล เพื่อสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนตลอดทั้งซัพพลายเชน" นายรัชกร กล่าวสรุป

www.tmbbank.com/home

  --  
iClickNews.com