Go to www.iclicknews.com
Special Scoop

สงคราม "ประกัน Online"

By iclick Team

เมืองไทยประกันภัย-ฟินแก๊ส สั่งแก๊สออนไลน์ ตอบโจทย์ ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ผ่านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ TSI 'ลุ้น'เป้าเบี้ยประกันภัยรับ เพิ่ม 950 ล้าน ปี 2563 เดินหน้าปรับองค์กร พัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ วางกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัด
นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI กล่าวว่า เมืองไทยประกันภัยมีความมุ่งมั่นการพัฒนาธุรกิจอย่างรอบด้านเพื่อบริการที่ตอบโจทย์ ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ผ่านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ
ล่าสุด ได้ร่วมมือกับ ฟินแก๊ส (FinGas) แพลตฟอร์มสั่งแก๊สหุงต้มออนไลน์แห่งแรกของไทย ในการออกประกันอัคคีภัยแพ็คเกจพิเศษ สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อแก๊สผ่านช่องทางต่างๆ ของ FinGas ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์ www.FinGas.co ไลน์ออฟฟิเชี่ยลแอคเคานต์ หรือแอปพลิเคชัน FinGas ฟรี จำนวน 200,000 ถังแรก จะได้รับความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยบ้านอยู่อาศัย ทุนประกันภัย 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาท) ต่อหนึ่งสถานที่เอาประกันภัย (จำกัดสิทธิ์ 1 กรมธรรม์ ต่อ 1สถานที่เอาประกันภัยเท่านั้น) ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัย อันเนื่องมาจากไฟไหม้ ซึ่งเกิดจากแรงระเบิดของแก๊ส (จากถังแก๊สที่สั่งผ่าน FinGas) ที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น โดยไม่จำกัดชั้นของสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่รับประกันภัย มีระยะเวลาคุ้มครองนาน 3 เดือน นับจากวันที่ลูกค้าสั่งแก๊ส
ขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่ลูกค้าสั่งแก๊สผ่าน FinGas จากนั้นจะได้รับใบสั่งแก๊ส พร้อมสิทธิ์ฟรีประกันอัคคีภัย สามารถดาวน์โหลดความคุ้มครองของกรมธรรม์ผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ FinGas
สำหรับเฟสแรกนี้ เมืองไทยประกันภัยจำหน่ายประกันอัคคีภัยสำหรับบ้านอยู่อาศัย เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 645.21 บาท ทุนประกันภัยสูงสุดถึง 5,000,000 บาท ให้คุ้มครองไฟไหม้ และภัยธรรมชาติ คุ้มครองตัวบ้าน และทรัพย์สิน มาพร้อมโปรแรง สำหรับลูกค้า FinGas ที่ซื้อประกันอัคคีภัย เบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 1,000 - 3,000 บาท รับบัตรเงินสด มูลค่า 200 บาท และเบี้ยตั้งแต่ 7,001 บาท รับบัตรเงินสด สูงถึง 1,200 บาท ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 62 - 26 ก.พ. 63 สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ดำเนินงานโดย บริษัท กำลังใจ โบรคเกอร์ จำกัด (รายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นเป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์)
บริษัทฯ ยังมีแผนการดำเนินงานโดยนำเสนอ ประกันภัยต่างๆ บนแพลตฟอร์ม FinGas เช่น ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับอาชีพพนักงานส่งของ/ส่งแก๊ส และผลิตภัณฑ์พิเศษอื่นๆ ที่จะตามมาอีกมากมายในอนาคต อีกทั้งเมืองไทยประกันภัยซึ่งเป็นพันธมิตรธุรกิจด้านประกันภัยเพียงเจ้าเดียวและเจ้าแรกของ FinGas มีความยินดีและพร้อมเติบโตควบคู่ร่วมกันไปในอนาคต ซึ่ง FinGas มีแผนขยายการขายไปในอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ประกอบกับ FinGas มีกลุ่มลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรด้าน อสังหาริมทรัพย์ อาทิ Sansiri และ SC Asset ซึ่งเป็นช่องทางและโอกาสที่บริษัทฯ สามารถเข้าไปจับมือร่วมทำธุรกิจในเครือข่ายของฟินแก๊ส และแชร์เครือข่ายพาร์ทเนอร์ระหว่างกัน เพื่อต่อยอดการทำธุรกิจร่วมกันในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อให้บริษัทเมืองไทยประกันภัยสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น #เชื่อแป้ง #เชื่อเมืองไทยประกันภัย ติดตามข่าวสารเมืองไทยประกันภัยได้ที่เว็บไซต์ www.muangthaiinsurance.com
นางสาวอรลดา เผ่าวิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ (รักษาการ) บมจ.ไทยเศรษฐกิจประกันภัย (TSI) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับในปี 63 ไว้ที่ระดับ 950 ล้านบาท จากปีนี้ที่มั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้า 600 ล้านบาท หลังปัจจุบันมีเบี้ยประกันภัยรับแล้วกว่า 400 ล้านบาท โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์จะยังมีสัดส่วนใกล้เคียงกับปีนี้ที่ 80% ส่วนอีก 20% เป็นประกันภัยอื่น ๆ พร้อมทั้งยังคงรักษาเงินกองทุน (CAR) ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 140% ตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อย่างไรก็ตาม ในแง่ของภาพรวมของผลการดำเนินงานในปีนี้และปีต่อไปยังคงมีความท้าทายที่จะกลับมามีกำไรได้ เนื่องจากธุรกิจประกันภัยมีการแข่งขันรุนแรง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้อาจมีโอกาสเกิดการแข่งขันด้านราคา และอาจจะเรียกเก็บเบี้ยจากลูกค้าได้ล่าช้า TSI ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับปี 63 เพิ่มเป็น 950 ลบ.จาก 600 ลบ.ปีนี้ เดินหน้าล้างขาดทุนสะสม
อีกทั้งบริษัทยังมีการปรับโครงสร้างธุรกิจประกันภัยต่อให้เข้าที่ พร้อมทั้งลงทุนด้านเทคโนโลยี ให้สามารถเชื่อมต่อกับพันธมิตรและเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น ทำให้บริษัทยังคงมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจอีกสักระยะ ทำให้การคาดการณ์ผลการดำเนินงานยังคงมีความไม่แน่นอนว่าจะสามารถพลิกมีกำไรได้ในช่วงใด โดยที่ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปีนี้ยังขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 3.9 ล้านบาท บริษัทวางแผนล้างขาดทุนสะสม หลังจากที่ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาได้รับเงินเพิ่มทุนเข้ามา 410 ล้านบาท และได้ทำการลดทุนจดทะเบียนและลดพาร์ ทำให้ขาดทุนสะสมลดลงมาอยู่ที่ 522 ล้านบาท จากเดิมที่กว่า 900 ล้านบาท โดยที่บริษัทยังคงเดินหน้าในการสร้างฐานะทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกับยังเดินหน้าในการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับแนวโน้มของธุรกิจประกันภัยในอนาคตและสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นได้ เรายังพยายามทำผลการดำเนินงานให้ดีขึ้นและสามารถล้างขาดทุนสะสมของบริษัทให้หมดไปได้ พร้อมกับให้ผลตอบแทนคืนกับผู้ถือหุ้นได้ ก็มองว่าในช่วง 3 ปี
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ บริษัทได้กระจายการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่น ๆ มากขึ้น จากเดิมที่เน้นการขายประกันภันชั้น 1 ซึ่งเป็นรถใหม่เป็นส่วนใหญ่ ส่งผลมีอัตราความเสียหาย (Loss) ในระดับสูงมาก ทำให้มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นกับบริษัท แต่ล่าสุดเปลี่ยนมานำเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 และ 3 ให้กับลูกค้า พร้อมกับกระจายการดีลเลอร์ค่ายรถยนต์รายอื่นมากขึ้น จากเดิมที่เน้นขายให้กับดีลเลอร์ของโตโยต้า ซึ่งจากการปรับการนำเสนอขายผลิตภัซฑ์ประกันภัยในครั้งนี้ ทำให้อัตราการ Loss ลดลงมาเหลือ 65.03% จากปีก่อนที่ 149.68% ทำให้บริษัทมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลง บริษัทยังขยายฐานลูกค้าไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น จากเดิมที่บริษัทเน้นการขายกับฐานลูกค้าหลักในกรุงเทพฯและภาคกลาง โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้รุกเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยในภาคใต้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งภาคใต้เป็นภาคที่ลูกค้าให้การตอบรับกับบริษัทเป็นอย่างดี และส่งผลให้เบี้ยรับของบริษัทเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หลังได้รุกเข้าไปในจังหวัดภูเก็ต และหาดใหญ่มาก่อนหน้านี้แล้ว ปัจจุบันขยายฐานลูกค้าในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนภาคอื่น ๆ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเหนือที่จะเป็นอีกหนึ่งภาคที่จะมีการรุกตลาดมากขึ้น นโยบายและแผนงานในไตรมาส 4/62 และระยะต่อไป บริษัทจะเน้นการรับงานคุณภาพ ควบคู่กับการร่วมงานแบบพันธมิตรกับนายหน้าและตัวแทนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Tailor made products) รวมทั้งการขยายการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) โดยการย้ายสำนักงานใหญ่แห่งใหม่มาที่ใจกลางธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมการขยายช่องทาง ในการติดต่อ และให้บริการลูกค้ากลุ่ม B2B ให้มีความสะดวกเพิ่มขึ้น การพัฒนางานบริการทุกด้านพร้อมไปกับการให้บริการสินไหมทดแทนที่จะมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถตอบรับการรับแจ้ง และการบริการสินไหมให้มีความรวดเร็วขึ้น ซึ่งนโยบายและแผนงานดังกล่าวจะพัฒนาเพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ภายหลังการปรับโครงสร้างการบริหารภายใต้การนำของนายธนพล บุญวรุตม์ ประธานกรรมการ ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรให้ปรับตัวรับการแข่งขัน ในอุตสาหกรรม
รวมทั้งยังวางกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าต่างจังหวัด ที่ผ่านมามีการเติบโตจากสัดส่วน 15% เป็น 35% ในไตรมาส 3/62 ภายหลังการเพิ่มทุน 410 ล้านบาท เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจตามแผนงาน โดยในส่วนการพัฒนาระบบงานหลักที่เกี่ยวกับการขายและการรับประกันคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 63 และจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการบริการลูกค้าในระยะต่อไป นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายขยายการลงทุนเพิ่มเติมด้วยการมองหาโอกาสการลงทุนร่วมกับพันธมิตรเพื่อขยายช่องทางรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ คปภ.กำหนด ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ 151.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.7% จากไตรมาส 2 ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 80.6 ล้านบาท จากการเชื่อมระบบการขายและการรับส่งข้อมูลกับนายหน้าและตัวแทน ขณะที่ค่าใช้จ่ายสินไหมและค่าจัดการสินไหมสุทธิลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 33.7% อยู่ที่ 33.0 ล้านบาท
สงครามธุรกิจประกัน แต่ละแบรนด์ได้แข่งขันกันสุดฤทธิ์ หวังแย่งชิงลูกค้าในช่วงปลายปียันต้นปี
  --  
iClickNews.com