Go to www.iclicknews.com
Executive Way

"ULF เราเน้นวิจัยและพัฒนาสินค้า" " CEO คนใหม่ TMB สานต่อภารกิจ "

" CEO คนใหม่ TMB สานต่อภารกิจ "

ผู้บริหารคนใหม่ "ปิติ" CEO คนใหม่ TMB นำทัพองค์กร สานต่อภารกิจตามแผนกลยุทธ์ของธนาคาร Digital Transformation นำพาองค์กรให้รุดหน้าต่อไป ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแผนที่วางไว้ สานแผน 5 ปี 1.ธนาคารจะขยายฐานลูกค้าเอสเอ็มอีอีก 4 เท่า 2.ขยายฐานลูกค้าดิจิทัล หรือ Active Digital Customer อีก 1 เท่าตัวจากปัจจุบันประมาณ 1 ล้านราย 3.ขยายฐานรายได้อีก 1 เท่าตัว 4.ลดต้นทุนรายได้เหลือ 40% จากปัจจุบันที่ธนาคารส่วนใหญ่มีประมาณ 50%
ปิติ ตัณฑเกษม ประธานกรรมการ ทีเอ็มบี เปิดใจว่า การทำงานหลัก คือ สานต่อภารกิจในการนำธนาคารก้าวไปข้างหน้า ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมาทำหน้าที่นี้ต่อไปเพื่อดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ของธนาคาร วางกลยุทธ์และดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายของธนาคาร สานต่อวัฒนธรรมขององค์กร และนำพาองค์กรให้รุดหน้าต่อไปในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแผนที่ได้วางไว้
ปิติ อายุ 47 ปี เป็นนักการธนาคารที่มีประสบการณ์ เข้าร่วมงานกับทีเอ็มบีในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน นายปิติจบการศึกษาปริญญาเอก สาขาการบริหารกลยุทธ์ ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) และ ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุตสาหการ ก่อนจะดำรงตำแหน่งปัจจุบัน นายปิติมีประสบการณ์ในวงการธนาคารมากว่า 25 ปี ครอบคลุมทั้งด้านลูกค้าธุรกิจ, ด้านลูกค้า SME, ด้านลูกค้ารายย่อย และธุรกิจตลาดทุน นอกจากนั้นยังมีประสบการณ์การเป็นกรรมการอิสระของรัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน
"เรียกว่าไม่มีปีไหนที่ทำงานร่วมกัน แล้วไม่ได้รับโจทย์ทที่ท้าทายจากคุณบุญทักษ์ ตอนนี้มารับโจทย์ที่ท้าทายต่อ คือมาสานต่อความเชื่อ ปรัชญาของทีเอ็มบี Make THE Difference ที่เราเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนสิ่งที่เราทำอยู่ให้ชีวิตคนดีขึ้น ทั้งตัวเราเอง ลูกค้า และสังคม ผ่านแบรนด์ดีเอ็นเอของทีเอ็มบี เราท้าทายสิ่งที่เป็นอยู่ เราคอมมิตกับคุณภาพของสิ่งที่เราทำ เราจริงใจและของที่เราทำมันง่าย ใช้งานได้จริง หากย้อนกลับไป 10 ปีก่อน เราคงจำกันได้ว่าทีเอ็มบีต่างจากตอนนี้มาก สิ่งที่เราทำมาขยับมาเป็นช่วงๆ จากช่วงแรกเราสร้างรากฐานใหม่ให้แข็งแรง 2-3 ปีแรก และเราเริ่มบุกตลาดสร้างผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ต่างจากตลาดอย่างสิ้นเชิง และเราก็เริ่มเข้าสู่การเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ME All Free หรือ TMB Touch เราไม่ได้เปลี่ยนแค่หน้าตาของสาขา แต่เราเปลี่ยนทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้ง่ายจริงและตรงใจตอบโจทย์ลูกค้า…แล้วเราจะไปไหนกันต่อ เราต้องการเป็น The Most Advocated Bank in Thailand คือเป็นธนาคารที่ลูกค้าชื่นชอบและแนะนำมากที่สุดในประเทศไทย และวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะนำสิ่งที่ดีขยายผลต่อไปในวงที่กว้างขึ้น เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำ เราทำด้วยความตั้งใจที่ดี เรามีความใส่ใจในทุกรายละเอียดของสิ่งที่เราทำออกมา เราอยากให้ลูกค้าจำนวนมากขึ้นๆ ได้สัมผัสบริการและผลิตภัณฑ์ของเรา”
แต่การจะทำตรงนั้นได้ สิ่งที่สำคัญก็คือองค์กรต้องสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว เราพยายามทำลำดับชั้นในองค์กรตั้งแต่ตำแหน่งแรกขึ้นไปถึงซีอีโอ ต้องน้อยที่สุดให้เหลือเพียง 5 ลำดับ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ที่ประมาณ 6 ลำดับ หากเทียบกับธนาคารใหญ่ๆ ที่มีประมาณ 13-15 ลำดับ เพื่อองค์กรแบนราบลง คนในองค์กรจะสามารถรับโจทย์ที่ท้าทายและกว้างขึ้นได้ รูปแบบการทำงานจะต้องเปลี่ยนเป็นแบบทีมรวมการเฉพาะกิจ หรือ Agile Team เพื่อรองรับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา แทนที่จะมีคนเก่งอยู่เพียงฝ่ายเดียวทำงานเพียงอย่างเดียว ต่อไปจะสามารถย้ายไปทำงานแต่ละเรื่องได้อย่างต่อเนื่องรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และบริการให้ทำได้เร็วมากขึ้น
"แผน 5 ปีของ ธนาคาร เป้าหมายในปี 2565 มีอยู่ 4 เรื่อง คือ 1) ธนาคารจะขยายฐานลูกค้าเอสเอ็มอีอีก 4 เท่าจากปัจจุบันประมาณ 100,000 ราย ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารมีความตั้งใจในเรื่องนี้มาโดยตลอด เนื่องจากมีลูกค้าอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ โดยอาศัยดิจิทัลแบงกิงรวบรวมข้อมูลและลูกค้าใหม่ๆ เข้ามา ศึกษา เข้าใจวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า ระดับความเสี่ยง และปล่อยสินเชื่อได้ดีขึ้น 2) ขยายฐานลูกค้าดิจิทัล หรือ Active Digital Customer อีก 1 เท่าตัวจากปัจจุบันประมาณ 1 ล้านราย 3) ขยายฐานรายได้อีก 1 เท่าตัว 4) ลดต้นทุนรายได้เหลือ 40% จากปัจจุบันที่ธนาคารส่วนใหญ่มีประมาณ 50%เรื่องรายได้จริงๆ เป็นเพียงตัวแปรมากกว่า ถ้าเราทำตามปรัชญาได้ดี เราอยากเห็นว่าจะมีลูกค้ามากขึ้น สิ่งที่เราอยากไปกันต่อคือส่งมอบประสบการณ์ดีๆ กับลูกค้า ถ้าส่งมอบได้ดีจริงลูกค้าต้องมากขึ้น และพอลูกค้ามากขึ้นรายได้ก็จะมากขึ้น ส่วนการเติบโตของสินเชื่อยังเป็นเป้าหมายหนึ่งแต่คงไม่ใช่ตัวหลัก เพราะถ้าลูกค้าเติบโต สินเชื่อเป็นเรื่องไม่ยาก สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือถ้าเป้าหมายคือสินเชื่อเติบโตแต่ลูกค้าไม่เติบโตด้วย หมายความว่าธนาคารจะต้องรับความเสี่ยงเยอะมาก เราต้องไปสุ่มเสี่ยงปล่อยสินเชื่อขนาดใหญ่ หรือปล่อยกับคนที่ยังมีประวัติไม่รู้จักดีพอ เป้าหมายหลักของเราจึงอยู่ที่การเติบโตของลูกค้า จากตรงนั้นเป้าหมายสินเชื่อจะตามมาโดยไม่ยาก”
สำหรับแผนงานดิจิทัล หรือ Digital Transformation ธนาคารมีเป้าหมาย 3 ประการ เริ่มต้นตั้งแต่การลงทุนระบบให้มีศักยภาพ มีเสถียรภาพมากขึ้น ดีขึ้น แข็งแรงมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น มีกระบวนการที่รวดเร็วมากขึ้น ประการที่ 2 คือ ลดการทำงานด้านเอกสารและเปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น สุดท้ายคือเปลี่ยนช่องทางการบริการต่างๆ ให้หลอมรวมกันด้วยจุดมุ่งหวังสำคัญคือเปลี่ยนให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น ฉีกความคิดเดิมๆ ว่าดิจิทัลแบงกิงเป็นได้แค่ App ธนาคารในอีก 5 ปีจะเป็นอย่างไร ผมคิดว่าที่มองว่าช่องทางดิจิทัลจะมาแทนสาขา มันจะเริ่มหลอมรวมกันมากกว่า เพราะว่าบางอย่างเราต้องการเจอคนและเปลี่ยนไม่ได้ แต่สิ่งบางอย่างไม่จำเป็นต้องเจอคน จะทำอย่างไรให้หลอม 2 อย่างแล้วลูกค้ารู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีกว่า ผมคิดว่าไม่มีสูตรสำเร็จและไม่รู้แน่นอน แต่ที่แน่ๆ ทุกคนกำลังพูดถึงแต่เทคโนโลยี แต่ไม่มีใครเข้าใจที่แท้จริงว่าเทคโนโลยีไปอยู่ในมือลูกค้าอย่างไรแล้วเขาสะดวกอย่างไร ไม่ใช่แค่เท่ว่ามีเทคโนโลยี เทคโนโลยีไม่ได้คำนึงว่าจะต้องล้ำยุคหรือไม่ ถ้ามันล้ำยุคแต่ลูกค้าไม่รู้สึกชอบและถามว่าทำมาทำไม เราคงเสียใจ เราไม่ภูมิใจที่มีเทคโนโลยีล้ำยุคแต่ลูกค้าไม่ใช้ เราไม่ได้ทำเพื่อโชว์ว่าเราเก่ง เราทำเพื่อให้ชีวิตลูกค้าดีขึ้น”
"นอกจากจะ Make THE Difference ให้กับองค์กร ตัวเองและลูกค้าได้แล้ว ธนาคารมีเป้าหมายจะ Make THE Difference ให้กับสังคมผ่านโครงการไฟฟ้าซึ่งจะยังดำเนินต่อไป ล่าสุดธนาคารได้รับรางวัล 5 Star Charity Award จาก Giving Back Association ได้ส่งมอบ 59 โครงการแก่ชุมชน เป็นองค์กรที่พนักงานให้เวลาส่วนตัวเพื่อมาร่วมทำโครงการกับชุมชนให้สังคมน่าอยู่มากขึ้น มากกว่า 50% ของพนักงานทีเอ็มบีมาเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ เพื่อช่วยกันพัฒนาโครงการต่างๆ ของชุมชนที่เขาคิดขึ้นเอง ระดมทุนกันเอง ทำให้เด็กที่มีโอกาสน้อยได้เข้าถึงโอกาสต่างๆ ปัจจุบันมีเด็กเข้าร่วมกับโครงการไฟฟ้ากว่า 2 แสนคนแล้ว ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อยากนำเสนอ และอยากจะบอกว่าสำหรับผมไม่ใช่แค่การรับตำแหน่งต่อจากคุณบุญทักษ์ แต่เป็นการรับปรัชญาของการ Make THE Difference คือปรัชญาที่เราเชื่อว่าพวกเราสามารถทำสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นได้ และเป็นความยิ่งใหญ่ของทีมงานในการรับไม้ต่อในการสืบทอดปรัชญานี้”
ต้องจับตาดูต่อไปว่า ผู้บริหารคนใหม่ TMB จะนำพาองค์กรสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจแบงก์ที่รุนแรงขึ้นทุกวัน??
  --  
iClickNews.com