Go to www.iclicknews.com iclick
World-ASEAN News

อีอีซี- อาลีบาบา กรุ๊ป 'หนุน'สินค้า-ท่องเที่ยวไทย เสนา โซลาร์ฯ ติดตั้งโซลาร์/ EV Charger
กสิกรไทย หนุนเอสเอ็มอีค้าปลีก เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัว “เบาหวานเบทเทอร์แคร์”
ต่อยอด “ปลาร้า” ไทย กลุ่มทรู สร้างสรรค์โฆษณา
อุทยานธรณีโลก สตูล'ชู' ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ผุดโครงการพัฒนาผู้ขับขี่รถแท็กซี่
โกโก้ 'โกย'รายได้กว่า 6 หมื่นบาท

อีอีซี- อาลีบาบา กรุ๊ป 'หนุน'สินค้า-ท่องเที่ยวไทย
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ อาลีบาบา กรุ๊ป ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นของ อีอีซี 2 ฉบับ เป็นความสำเร็จของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเจรจาจนได้บรรลุเป็นข้อตกลงความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กับกลุ่มคนหลากหลายในประเทศไทย ทั้งเกษตรกร และผู้ประกอบการไทยขนาดกลางและขนาดเล็ก ผู้ประกอบการอีคอมเมอร์สในประเทศ และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่จะนำสินค้าสู่ตลาดโลก การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง อีอีซี และ อาลีบาบา กรุ๊ป มีทั้งสิ้น 2 ฉบับ ซึ่งมีขอบเขตความร่วมมือ ดังนี้ 1. ความร่วมมือในด้านการค้าการลงทุนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ระหว่าง สกรศ. และAlibaba.com Singapore E-commerce Private Limited โดยบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นกรอบรวมความร่วมมือ ครอบคลุมถึงการส่งออกสินค้าด้านการเกษตร สินค้าไทยอื่นๆ เข้าสู่ตลาดโลก โดยอาศัยแพลตฟอร์มของ อาลีบาบา การพัฒนาความรู้ความสามารถของผู้ประกอบการไทยด้าน E-commerce และการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวชุมชนและเมืองรอง ทั้งนี้ อาลีบาบา ได้แสดงเจตจำนงในการลงทุน Smart Digital Hub ใน EEC ในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ 2. ความร่วมมือด้านการลงทุน Smart Digital Hub ในพื้นที่ EEC ระหว่าง สกรศ. กรมศุลกากร และบริษัท Cainiao Smart Logistic Network Hong Kong Limited อาลีบาบา กรุ๊ป โดยบริษัท Cainiao จะลงทุนประมาณ 11,000 ล้านบาทในการพัฒนาศูนย์ดิจิทัลอัจฉริยะ (Smart Digital Hub) เริ่มต้นในปีนี้ และร่วมมือกัน พัฒนาความรู้ทางด้านการจัดการสำหรับ E-commerce ระหว่างประเทศ ระบบโลจิสติกส์ พิธีการทางศุลกากร กรอบด้านกฎระเบียบศุลกากรที่ทาง อาลีบาบา และ Cainiao มีความเชี่ยวชาญ และร่วมวางระบบการทำงานที่เป็นสากลร่วมกับกรมศุลกากรของไทย เพื่อสนับสนุน E-commerce เข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามมาตรฐานโลก การลงทุนใน Smart Digital Hub นี้จะทำให้เปิดโอกาสตามมาอย่างมหาศาลต่อประเทศไทย และมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการค้าในภูมิภาค CLMVT
ทางอาลีบาบา กรุ๊ป ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานอื่นอีก 2 ฉบับ ได้แก่ ความร่วมมือด้านการพัฒนา SMEs และบุคลากรด้านดิจิทัลระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ Alibaba Business School เพื่อร่วมถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี ให้กับผู้ประกอบการชาวไทยในหลายภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ได้วางแผนเอาไว้ โดยทางอาลีบาบาตั้งเป้าว่าจะทำการอบรมให้ได้อย่างน้อย 30,000 คนต่อปี ซึ่งจะทำให้คนไทยมีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ในยุคที่ E-commerce จะทวีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต นอกจากนั้นได้มีการลงนาม ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านดิจิทัลและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองระหว่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัท Zhejiang Fliggy Network Technology Company Limited หรือชื่อเดิม Alitrip เพื่อเป็นแพลตฟอร์มในการอำนวยความสะดวกในการจองห้องพัก จองตั๋วเดินทางและขายทัวร์ทั่วโลกของอาลีบาบา ซึ่งจะมีส่วนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย

Go To Lead


เสนา โซลาร์ฯ ติดตั้งโซลาร์/ EV Charger
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด ในฐานะผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่พัฒนาหมู่บ้านโซลาร์ และเป็นผู้นำตลาดด้านธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ทั้งให้บริการในธุรกิจโซลาร์ฟาร์มและโซลาร์รูฟท็อป เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเพื่อทำการติดตั้งโซลาร์เพื่อที่อยู่อาศัยมาแล้วกว่า 300 หลังคาเรือน นอกจากนี้ ทางเสนา โซลาร์ ยังได้ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ/การติดตั้ง ตลอดจนการบริการหลังการขายแบบครบวงจรในเรื่องโซลาร์รูฟท็อปด้วย ที่ผ่านมา ทางเสนาโซลาร์ฯ ได้เป็นพันธมิตรธุรกิจกับ Toshiba ซึ่งเป็นผู้นำด้านแผงโซลาร์จากประเทศญี่ปุ่น และอีกหนึ่งพันธมิตร คือ ABB ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเครื่องแปลงไฟจากประเทศอิตาลี ยิ่งไปกว่านั้น ทางบริษัทยังมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านการติดตั้งระบบการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาด้วย
บริษัทเสนาโซลาร์ฯ เรามุ่งมั่นในการนำพลังงานทดแทนมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า และในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดมิติใหม่เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการติดตั้งโซลาร์ หรือ EV Charger ให้กับบ้านที่อยู่อาศัย ด้วยการร่วมมือกับทาง Refinn.com สตาร์อัพฟินเทคผู้นำธุรกิจบริการค้นหาข้อมูลสินเชื่อออนไลน์เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกให้ลูกค้าที่สนใจติดตั้งโซลาร์ หรือ EV Changer โดยตั้งเป้ายอดขาย 100 ล้านบาท ภายใน 5 ปี ปัจจุบันเริ่มมีผู้สนใจติดตั้งแผงโซลาร์มากยิ่งขึ้นเพราะมีความคุ้มทุนในการประหยัดพลังงานประกอบกับแผงโซลาร์มีราคาลดลงต่อเนื่องและประสิทธิภาพดีขึ้นมากทำให้มีผู้คนสนใจเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ลูกบ้านในโครงการของเสนาเท่านั้น แต่เริ่มมีลูกค้าทั่วไปสนใจต้องการติดตั้งเพิ่มด้วยโดยในปีนี้เอง ทางบริษัทตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์เพิ่ม 20 เมกะวัตต์ทั้งในโครงการของเสนาและลูกค้าทั่วไปที่สนใจ ควบคู่กับการให้บริการลูกค้านอกโครงการที่สนใจติดตั้ง ที่สำคัญเรามีแอพพลิเคชั่น SENA 360 องศา SERVICE ซึ่งเป็นระบบที่สามารถคำนวณการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์ให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานจริงที่เกิดขึ้นภายในบ้านมั่นใจได้ว่าระบบดังกล่าวจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการของเสนา
ส่วนธุรกิจโซลาร์ปีนี้ ทางบริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 480 ล้านบาท (จากปีที่ผ่านมา มีรายได้กว่า278.4 ล้านบาท) คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี’60 อยู่ที่ 72%” นอกจากทุกโครงการของเสนาจะติดตั้งโซลาร์ให้กับบ้านทุกหลังแล้ว ในปีนี้ทางบริษัทได้มีการนำร่องติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า (EV Charger) ภายใต้ชื่อ EV ready รองรับยานยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งแบบไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ให้กับบ้านทุกหลัง นับว่าเสนาเป็น The First EV ready รายแรกในไทยที่ติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า (EV ready) โดยจับกลุ่มบ้านระดับราคา 5-10 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนั้นจะขยายการติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้าทุกโครงการใหม่ในอนาคตด้วย สำหรับสิทธิพิเศษ ลูกค้าที่สนใจติดตั้งโซลาร์/ EV Charger และสมัครเข้ามาผ่านทาง “รีฟินท์” นอกจากได้อัตราดอกเบี้ยพิเศษแล้ว ทางเสนา โซลาร์ยังได้เตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้น ฟรี! ค่าบำรุงรักษาระบบ 2 ปี มูลค่า 10,000 บาท (ล้างทำความสะอาดปีละสองครั้ง, ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ปีละครั้ง)

Go To Lead


กสิกรไทย หนุนเอสเอ็มอีค้าปลีก
นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมการชอปปิ้งออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เอสเอ็มอีที่ค้าขายหน้าร้านเพียงอย่างเดียวประสบปัญหายอดขายและจำนวนลูกค้าที่ลดลง จึงเริ่มหันมาใช้ช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น แต่การขายของผ่านออนไลน์ก็มีการแข่งขันสูง รวมถึงมีความยากในการบริหารจัดการธุรกิจในรูปแบบ Omni Channel ให้ประสบความสำเร็จ ทั้งการจัดการข้อมูล การบริหารสต๊อก ช่องทางการชำระเงิน และการสื่อสารกับผู้บริโภค ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้บริหารจัดการธุรกิจมาโดยตลอด รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชัน K PLUS SHOP โซลูชั่นทางการเงินที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีรับเงินในการขายออนไลน์ได้คล่องตัวยิ่งขึ้น และการเชื่อมต่อกับพันธมิตร เช่น ระบบบัญชี โลจิสติกส์ และโซเชียลมีเดีย เพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีทำธุรกิจในยุคดิจิทัลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งโครงการ K SME Good to Great นี้ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ธนาคารตั้งใจทำขึ้น เพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีสามารถดำเนินธุรกิจและแข่งขันได้
ด้วยเหตุนี้ธนาคารกสิกรไทย จึงร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) บริษัท Google (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท LINE ประเทศไทย จัดโครงการ K SME Good to Great ธุรกิจค้าปลีก เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีธุรกิจค้าปลีกสามารถบริหารจัดการธุรกิจ ทั้งการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ หรือ Omni Channel ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อก้าวไปสู่การเป็นธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สำหรับรายละเอียดโครงการจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.งานสัมมนา “ค้าปลีกยุคใหม่ ปรับอย่างไรให้อยู่รอด” ให้ความรู้เรื่องเทรนด์ธุรกิจค้าปลีกและกลยุทธ์การปรับตัว รวมถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการจัดการธุรกิจ 2. การอบรมเชิงลึก 5 วัน กับผู้เชี่ยวชาญตัวจริง โดยคัดเลือกผู้สมัครเพียง 50 รายเท่านั้นเพื่อเข้าร่วมการอบรม และ 3. การให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวในการทำตลาดออนไลน์ สำหรับ 5 ธุรกิจที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งจะได้รับเงินรางวัลรายละ 100,000 บาท เพื่อเป็นเงินสนับสนุนการทำตลาดออนไลน์ โดยธนาคารหวังว่าโครงการนี้จะช่วยผู้ประกอบการค้าปลีกไทยให้สามารถปรับกลยุทธ์ธุรกิจสู่การเป็นค้าปลีกยุคใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ

Go To Lead


เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัว “เบาหวานเบทเทอร์แคร์”
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพอย่างครบวงจร ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเข้าใจและเข้าถึง พร้อมต่อยอดโปรแกรม “Healthy is a Trend” อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดในมิติของการคุ้มครอง ป้องกัน และการสร้างความมั่นคงให้ชีวิต (Protection) ทาง Fuchsia Innovation Centre ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เบาหวานเบทเทอร์แคร์ (Bao Wan BetterCare)” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นจากความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก พร้อมจับมือพันธมิตรด้านสุขภาพตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างครบถ้วน และนับเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่เกิดขึ้นในธุรกิจประกันชีวิต ภายใต้ Insurance Regulatory Sandbox ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งเป็นแนวคิดที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาระบบประกันภัยในประเทศไทยให้พัฒนาและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันประกันสุขภาพส่วนใหญ่ไม่สามารถรับคุ้มครองผู้ที่เกิดอาการเจ็บป่วยแล้วเนื่องจากความเสี่ยงที่สูงเกินไปแต่ผู้ป่วยเหล่านี้มีความต้องการความคุ้มครองเพื่อช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น เมืองไทยประกันชีวิตเล็งเห็นความต้องการของคนจำนวนมากนี้ประกอบกับเทคโนโลยีในด้าน Healthcare ที่พัฒนาขึ้นมากมายสามารถช่วยผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางโรคให้มีความสามารถในการดูแลตนเองติดตามผลและในหลายๆ โรคสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้สุขภาพดีขึ้นได้
“เบาหวานเบทเทอร์แคร์” เป็นแบบประกันภัยสำหรับผู้เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 โดยเฉพาะ ขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ www.mtlBetterCare.com โดยความคุ้มครองครอบคลุมทั้งกรณีเจ็บป่วยและเสียชีวิต มีจุดเด่นอยู่ 3 ประการ ประกอบด้วย 1.การให้สิทธิผู้เอาประกันภัยสามารถควบคุมค่าเบี้ยของตนเองได้ โดยจะใช้ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C) ของตนเองเป็นตัวตั้ง กล่าวคือหากระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C) ของผู้เอาประกันภัยลดลง เบี้ยประกันก็จะลดลงตามไปด้วย ซึ่งส่วนลดที่ได้รับสามารถลงได้มากกว่า 40% โดยที่ความคุ้มครองคงเดิม การปรับเบี้ยนี้จะเกิดขึ้นทุกๆ 6 เดือนเมื่อผู้เอาประกันภัยส่งผลระดับน้ำตาลสะสมในเลือด HbA1C ใหม่ผ่านช่องทาง Online และสามารถทราบและชำระเบี้ยในอัตราใหม่ได้ทันที

Go To Lead


ต่อยอด “ปลาร้า” ไทย
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดทำแผนในการส่งเสริม “ปลาร้า” ไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในด้านคุณภาพและมาตรฐาน และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับปลาร้า หลังจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดมาตรฐานสินค้าปลาร้าออกมาแล้ว โดยมีแผนที่จะเข้าไปช่วยพัฒนาผู้ประกอบการที่ผลิตปลาร้าทั้งในส่วนของการบริหารจัดการ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัยสวยงามดึงดูดใจแก่ผู้พบเห็น และขยายผลิตภัณฑ์ปลาร้าให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกบริโภคได้ตามความต้องการ กรมฯ จะเข้าไปช่วยพัฒนาผู้ผลิตพื้นบ้าน ผู้ประกอบการชุมชน ที่ผลิตปลาร้า ให้มีการพัฒนาเป็นผู้ประกอบการ โดยจะเข้าไปช่วยสอนวิธีการทำธุรกิจ การสร้างเรื่องราวให้กับปลาร้า เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการซึมซับและทราบถึงความเป็นไปเป็นมาของปลาร้าก่อนที่จะบริโภค และจะช่วยแนะนำช่องทางการตลาด เพื่อให้ปลาร้าจำหน่ายได้เพิ่มขึ้น
สำหรับช่องทางการจำหน่ายปลาร้า ที่กรมฯ จะช่วยเหลือผู้ประกอบการนั้น เบื้องต้นได้มีการประสานนำปลาร้าที่ได้มาตรฐานของผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการสินค้า OTOP เข้าไปจำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ปัจจุบันกำลังจะมีถึง 4 หมื่นแห่ง และร้านเครือข่ายของธุรกิจ MOC Biz Club ของกระทรวงพาณิชย์ และนำเข้าไปจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ โดยมีเว็บไซต์ ของดีทั่วไทย หรือ www.kongdeetourthai.com สำหรับจำหน่ายในประเทศ และ www.thaitrade.com สำหรับการขยายตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้ร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai Select ทั้งที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และที่กรมฯ กำลังส่งเสริมให้ร้านอาหารไทยในประเทศได้รับตราสัญลักษณ์ดังกล่าว จะต้องใช้ปลาร้าที่ได้มาตรฐานเป็นส่วนผสมในการประกอบการไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายปลาร้าได้อีกทางหนึ่ง

Go To Lead


กลุ่มทรู สร้างสรรค์โฆษณา
บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น หนึ่งใน 12 องค์กรผู้ร่วมก่อตั้งโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน - คอนเน็กซ์-อีดี (CONNEXT ED) ภายใต้ “นโยบายสานพลังประชารัฐ” ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ตอกย้ำเจตนารมณ์ ร่วมสร้างสังคมไทยแห่งการเรียนรู้ ล่าสุด...สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณา 2 ชุด ได้แก่ “โลกในห้องเรียน” และ “ครู Wi-Fi” เพื่อสื่อถึงความตั้งใจของกลุ่มทรู ในการนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีการสื่อสารมาร่วมยกระดับการศึกษาไทยให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับภาพยนตร์โฆษณาชุดแรก “โลกในห้องเรียน” เป็นเรื่องราวการสนับสนุน ICT Connectivity เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของกลุ่มทรู ให้แก่โรงเรียนประชารัฐในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงติดตั้งชุดอุปกรณ์ไอซีทีและสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา ครอบคลุม 3,351 โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ครู นักเรียน ได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสาร สาระการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ทัดเทียมกับโรงเรียนในเมืองใหญ่
ส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้ หาคำตอบในสิ่งที่สงสัย และได้มองเห็นโลกทั้งใบในห้องเรียนขณะที่ภาพยนตร์โฆษณาชุดที่ 2 “ครู Wi-Fi” สะท้อนเรื่องราวบทบาทของผู้นำด้านเทคโนโลยีการศึกษา หรือ ICT Talent ซึ่งเป็นบุคลากรที่กลุ่มทรู ได้ส่งเข้าไปประจำในโรงเรียนประชารัฐที่รับผิดชอบกว่า 100 คน เพื่อทำหน้าที่ครูเผยแพร่ความรู้ด้านเทคโนโลยี ผลักดันให้นักเรียนได้ใช้อุปกรณ์ไอซีทีและสื่อมัลติมีเดียให้เกิดประโยชน์สูงสุด ติดตามชมภาพยนตร์โฆษณา ชุด “โลกในห้องเรียน” และ “ครู Wi-Fi” ได้แล้ววันนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ และทางออนไลน์ ได้ที่ยูทูบและเฟซบุ๊ก CONNEXT ED

Go To Lead


อุทยานธรณีโลก สตูล'ชู' ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า ยูเนสโกประกาศให้พื้นที่แหล่งธรณีวิทยาของจังหวัดสตูลเป็นอุทยานธรณีโลก ซึ่งเป็นอุทยานธรณีระดับโลกแห่งแรกในประเทศไทย และเป็นแหล่งที่ 5 ของอาเซียน ปัจจุบันมีอุทยานธรณีโลก ทั้งสิ้น 140 แหล่ง ใน 38 ประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านรอบๆ ประเทศไทยที่มีอุทยานธรณีโลก ได้แก่มาเลเซีย 1 แห่ง อินโดนีเซีย 2 แห่ง และเวียดนาม 1 แห่ง อุทยานธรณีสตูลเกิดขึ้นจากความต้องการของคนในพื้นที่จังหวัดสตูลที่มีแหล่งมรดกทางธรณีวิทยาที่ทรงคุณค่าและมีความสําคัญหลายแห่ง เช่น ถ้ำเล-สเตโกดอน ถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคต น้ำาตกวังสายทอง ปราสาทหินพันยอด ฯลฯ โดยการสนับสนุนทางวิชาการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี จังหวัดสตูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งชุมชนและองค์กรท้องถิ่นที่มีแหล่งมรดกทางธรณีเหล่านี้ได้รวมตัวกัน พัฒนาเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์แหล่ง มีการพัฒนาการบริหารจัดการการศึกษาและการสื่อความหมายแหล่ง การท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ตัวอย่างที่สําคัญ ได้แก่ ความร่วมมือกันระหว่างชุมชน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อุทยานแห่งชาติ ตะรุเตา อุทยานธรณีสตูลและมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบริเวณปราสาทหินพันยอด ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อุทยานแห่งชาติตะรุเตาซึ่งเป็นการผสานกันอย่างลงตัว ทําให้เกิดการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์โดยท้องถิ่น มีการปกป้องและเฝ้าระวังทรัพยากรทางทะเล และสร้างรายได้แก่ ชุมชนอย่างยั่งยืน ความโดดเด่นของอุทยานธรณีสตูล เมื่อประมาณ 500 ล้านปีที่ผ่านมา พบซากดึกดําบรรพ์หรือฟอสซิล ที่สามารถบ่งชี้อายุทางธรณีได้อย่างสมบูรณ์ คือพบฟอสซิลหลากหลายชนิดตลอดช่วงเวลา 500-250 ล้านปีก่อน ซึ่งเก่าแก่มากก่อนยุคไดโนเสาร์หรือจูแรสซิก

Go To Lead


ผุดโครงการพัฒนาผู้ขับขี่รถแท็กซี่
พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะหรือแท็กซี่ให้มีมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ ระหว่างบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)กรมพัฒนาฝีมือแรงงานสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพองค์การมหาชนและมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ว่า สำหรับความร่วมมือครั้งนี้จะมุ่งเน้นผู้ขับรถแท็กซี่ที่ให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีคุณภาพที่ดีให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าสากลโดยจะมีเกณ์ว่าจะทำอย่างไรให้เป็นที่พึ่งพอใจของผู้ใช้บริการมากที่สุด มีความปลอดภัย ทั้งหมดจะอยู่ในหลักสูตรการอบรม โดยในปีนี้ตั้งเป้าจะพัฒนาอบรมผู้ขับรถให้ได้1,000คน ซึ่งขณะนี้มีผู้ผ่านทดสอบแล้วและมอบประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพแล้ว 175คน จากนี้จะขยายผลให้ครบ1,000คนภายในปีนี้ มั่นใจว่ากลุ่มแท็กซี่เหล่านี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มาใช้บริการ หลังจากนั้นจะขยายการยกระดับไปยัง ภูเก็ต เชียงใหม่ ดอนเมืองตามลำดับ
สำหรับบทลงโทษนั้นได้มีการเตรียมการไว้ทั้งหมดสามระดับในการติดตามพฤติกรรมของผู้ขับรถแท็กซี่ที่ได้ผ่านการอบรมแล้ว โดยจะมีการจัดคณะทำงานประเมินพฤติกรรมการขับขี่ในรอบ3เดือน อยู่ระหว่างการเตรียมการจัดตั้ง ซึ่งหากผลการประเมินไม่ดีจะต้องมีบทลงโทษ หรือจะต้องชี้แจง คาดว่าจะออกมาตรการดังกล่าวในเดือนหน้า กรณีที่รถแท็กซี่ได้มีการเรียกเก็บอัตราค่าโดยสารเกินกว่าที่กำหนดหรือมีการโกงอัตราค่าบริการของผู้โดยสารนั้นเรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้ผู้บริหารของกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการหาแนวทางแก้ไขต่อไป

Go To Lead


โกโก้ 'โกย'รายได้กว่า 6 หมื่นบาท
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน โกโก้เป็นพืชทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจของเกษตรกรในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจากการติดตามของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 (สศท.10) พบว่า เกษตรกรหันมาปลูกต้นโกโก้เป็นพืชเสริมในสวนปาล์มน้ำมัน และสวนมะพร้าว เนื่องจากโกโก้เป็นพืชที่ต้องการร่มเงา นับเป็นการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่งแก่เกษตรกร โดยโกโก้ปลูกได้ทั้งเชิงเดี่ยว และแซมในพืชอื่น หากปลูกในสวนมะพร้าว 1 ไร่ สามารถแซมโกโก้ได้ประมาณ 84 ต้น และในสวนปาล์ม 1 ไร่ สามารถปลูกแซมโกโก้ได้ประมาณ 54 ต้น โกโก้ เป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตเร็ว สามารถให้ผลผลิตได้ตั้งแต่อายุ 3 ปี เมื่อต้นยิ่งมีอายุมาก ยิ่งให้ผลผลิตสูง อีกทั้งเป็นพืชที่ให้ผลผลิตทั้งปี ตลาดมีความต้องการสูง เพราะสามารถป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมได้มากมาย ทั้งบริโภคเป็นอาหาร ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและเครื่องสำอาง ซึ่งนอกจากการปลูกโกโก้เป็นพืชเสริมเพื่อเพิ่มรายได้แล้ว ยังสามารถช่วยเรื่องความสมบูรณ์ของดิน เนื่องจากโกโก้ที่ปลูกมานาน จะมีเศษใบไม้ทับถมเน่าเปื่อยผุพังตามธรรมชาติกลายเป็นอินทรียวัตถุอย่างดี ประกอบกับโกโก้เป็นไม้ใบใหญ่มีใบมากและร่มเงาทึบ บริเวณใต้ต้นจึงไม่มีวัชพืช จึงมีส่วนช่วยให้ไม่ต้องคอยกำจัดวัชพืชในสวนปาล์มและสวนมะพร้าวนั่นเอง

Go To Lead

  --  
iClickNews.com