Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

@“เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ พัทยา” จับตา 'ตลาดตราสารหนี้' รุ่ง
วิริยะ ประกันสุขภาพ เปี่ยมใจรักษ์ 'ดัน' SMEs เกษตรแปรรูป
SACICT Shop Application “GovTech Mission” เวทีแข่งขัน Startup
ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 6 อำเภอ นนทบุรี กรุงศรี ออโต้ 'ชวน' ลูกค้าเช็กวงเงิน
ขาวเจ๊กชัยนาท’ประกัน' ราคาสมาชิก ตันละ 1 หมื่น

@“เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ พัทยา”
นายโฟลเคอร์ เฮลสเติร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและครัวเรือน พร้อมทั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ คุณภาพมาตรฐานเยอรมนี เปิดเผยว่า “เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ พัทยา” มีพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร และสินค้ามากมาย ให้เดินเลือกซื้อ เลือกหาได้อย่างจุใจ เปิดให้บริการมากว่า 15 ปี ภายในโชว์รูม มีการจำลองพื้นที่ภายในบ้านเสมือนจริง เพื่อให้สามารถสัมผัสและทดลองใช้สินค้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ โชว์รูมแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ตรงข้ามเอาท์เล็ทมอลล์ 140/89 หมู่ 11 ต. หนองปรือ อ. บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 โทรศัพท์ (038) 332 485-8 เปิดบริการ จันทร์ – ศุกร์ 09.00 – 18.00 น. และวันเสาร์ 9.00 - 16.00 น. ปิดทำการในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยมีชาลี เกเซอร์ เป็นผู้จัดการโชว์รูม มีการจัดแบ่งเป็น ส่วนจัดแสดงสินค้า ได้แก่ หมวดผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ สุขภัณฑ์ อุปกรณ์ภายในห้องครัว อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ และส่วนของคลังสินค้า มากกว่าพันรายการ เพื่อความสะดวกแก่ลูกค้าในการเลือกชมสินค้า หรือรับคำปรึกษาด้านต่างๆสินค้าในโชว์รูมแห่งนี้จะเน้นดีไซน์ที่โดดเด่นและคุณภาพระดับนานาชาติ ที่สอดคล้องกับรสนิยมและความต้องการของตลาด ทั้งยังตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งคนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ภายในโชว์รูมมีการจัดพื้นที่แบ่งออกเป็น 6 โชน ได้แก่ โซนอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์, โซนสุขภัณฑ์และห้องน้ำ, โซนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ในห้องครัว, โซนโฮมออฟฟิศ, โซนอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ประตูหน้าต่างเฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอจะเป็นทั้งแหล่งรวมสินค้าและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน คุณภาพมาตรฐาน เยอรมนีที่ครบครันที่สุดและยังเป็นแหล่งรวมสินค้านำเทรนด์การตกแต่งบ้านที่ลูกค้าจะได้เข้ามาเห็นเทรนด์ใหม่ในการตกแต่งบ้านที่นำสมัย และกำลังเป็นเทรนด์ฮิตของโลก ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร เฮเฟเล่ที่ต้องการให้ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่ความเป็นผู้นำเทรนด์ใหม่ๆของสินค้าสำหรับบ้าน

Go To Lead


จับตา 'ตลาดตราสารหนี้' รุ่ง
นางสาวแจ่มจันทร์ เปิดเผยกับ นิตยสาร ไอคลิกแมก (www.iclickmag.com) ว่า ตลาดตราสารหนี้มีการเติบโต นักลงทุนกลุ่มสถาบันให้ความสนใจลงทุนมากขึ้น เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว ความเสี่ยงน้อย แต่ผลตอบแทนคุ้ม ปัจจุบันมีสถาบันหลายแห่ง เข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้มากขึ้น และลงทุนต่อเนื่องถึงปีหน้านักลงทุนมีความเข้าใจการลงทุน ในแต่ละแบบมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดการลงทุนตราสารหนี้ ส่วนคนทำงานส่วนใหญ่ คนรุ่นใหม่จะนิยมการเล่นหุ้นมากกว่า ความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนสูงจะเน้นขนาดของดีลมูลค่าอย่างน้อย 5,000 ล้านบาท ในด้าน การออกจำหน่ายตราสารหนี้ กรุงศรีมุ่งเน้นบริการแบบครบวงจรที่มีมูลค่าดีลอย่างน้อย 2,000 ล้านบาท รวมทั้งมุ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในเรื่องการควบรวมกิจการซึ่ง ครอบคลุมทั้งดีลภายในประเทศและระหว่างประเทศ (Cross-border M&A) ผ่านการเชื่อมโยงของเครือข่าย MUFG ขณะที่ในด้านบริการการระดมทุนจากตราสารทุน กรุงศรี มุ่งเน้นการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (IPO) และการเป็นที่ปรึกษาการเสนอขายกอง REIT โดยผ่านเครือข่ายกรุงศรีผสานความร่วมมือ กับ KSS และแพลตฟอร์มระดับโลกของ MUFG เพื่อส่งมอบบริการที่สร้างความแตกต่าง ช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับลูกค้า เพื่อนำ ไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจไทย

Go To Lead


วิริยะ ประกันสุขภาพ เปี่ยมใจรักษ์
นายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทได้ลอนช์ "แผนประกันสุขภาพเปี่ยมใจรักษ์" ซึ่งลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท โดยออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์คนทำงานที่ต้องการเพิ่มเติมสวัสดิการ เติมเต็มความคุ้มครองให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจุดเด่น คือ ผลประโยชน์เข้าใจง่าย เหมาจ่ายรายปี คุ้มครองสูงสุด 770,000 บาท ,คุ้มครองค่าห้องผู้ป่วยปกติสูงสุด 4,500 บาท/คืน และค่าห้องผู้ป่วย หนัก (ICU) สูงสุด 9,000 บาท/คืน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด) ยื่นบัตรไม่ต้องสำรองจ่าย,ไม่ปฏิเสธต่ออายุเเม้มีเคลม,ไม่ต้องตรวจสุขภาพก่อนทำประกัน,ซื้อประกันสุขภาพโดยไม่ต้องพ่วงประกันชีวิต,พิเศษส่วนลดประวัติดี โดยมีแผนประกันสุขภาพเปี่ยมใจรักษ์ทั้งแบบเหมาจ่ายรายปีและรายเดือน ตามช่วงอายุ ฯลฯ ส่วนการลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพ ว่าตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 315 กำหนดให้ประชาชน สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพ มาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ 4 ประเภท คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล อันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ

Go To Lead


'ดัน' SMEs เกษตรแปรรูป
นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เร่งส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ SMEsในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องผ่าน “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารธุรกิจ SMEs ในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป” ซึ่งขณะนี้โครงการฯ ดังกล่าวได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วและผลการดำเนินงานนับว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ในด้านของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ลดต้นทุนภายในองค์กร ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต นำมาซึ่งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตรของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวมได้กว่า 1,900 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม ยังคงเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนา SMEs และวิสาหกิจชุมชนอย่างต่อเนื่องท่ามกลางปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่สำคัญคือผู้ประกอบการจะต้องประเมินขีดความสามารถของตนเองว่ามีความพร้อมมากเพียงใด และหาข้อบกพร่องของตนเองให้เจอและเร่งปิดข้อบกพร่องนั้น รวมทั้งยังต้องให้ความสำคัญกับการนำระบบดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านของกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการภายในองค์กรเพื่อเป็นการปรับกระบวนทัพองค์กรให้มีความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 อย่างเข้มแข็ง และสอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่รัฐบาลได้วางเป้าหมายระยะยาวในการที่จะยกระดับให้ประเทศไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโดยรวม

Go To Lead


SACICT Shop Application
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ SACICT เปิดเผยว่า SACICT Shop เป็นร้านจัดแสดงและจำหน่ายงานหัตถศิลป์ไทยทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย จากฝีมือการสร้างสรรค์ของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก SACICT อาทิ ของใช้ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ ของที่ระลึก และอื่นๆ ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.อยุธยาฯ และยังมี SACICT Shop ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูเก็ตอีกด้วย เพื่อให้เกิดจุดเชื่อมโยงระหว่างการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของงานหัตถศิลป์ในโลกอันไร้พรมแดน และเพิ่มโอกาสผลักดันงานหัตถศิลป์ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ SACICT จึงได้ต่อยอดการพัฒนาร้าน SACICT Shop ในอนาคต SACICT ได้วางแผนการเพิ่มขีดความสามารถ และขยายโอกาสทางการค้าให้กับร้าน SACICT Shop เพิ่มมากขึ้น โดยจะดำเนินการคัดเลือกผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทย จากครูศิลป์แห่งแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิกของ SACICT ที่มีการผลิตงานหัตถศิลป์ที่โดยเด่น สวยงาม ปราณีต ทันสมัย เข้ามาจำหน่ายภายในร้าน SACICT Shop เพิ่มมากขึ้น โดย SACICT จะทำหน้าที่เปรียบเสมือน “ผู้รับรองคุณภาพ” และความสวยงามของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นที่คัดสรรมาจำหน่ายว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและสามารถใช้งานได้จริงกับวิถีชีวิตปัจจุบัน นอกจากนี้ SACICT ยังได้มีการจัดทำ SACICT Shop Application ขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น ซึ่งระบบนี้ลูกค้าจะสามารถเข้าไปเลือกชมและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเดินทางมาถึงหน้าร้าน ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด SACICT Shop Application ได้ทั้งระบบ IOS และระบบ Android และพิมพ์คำว่า “SACICT Shop” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1289

Go To Lead


“GovTech Mission” เวทีแข่งขัน Startup
ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย (Future Innovative Thailand Institute: FIT) กล่าวว่า สถาบันฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ เพราะคนถือเป็นหัวใจสำคัญมากที่สุดในการพัฒนาประเทศไทยให้ไปสู่เศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0 จึงเป็นที่มาของการจัดทำโครงการ “GovTech Mission: One Nation, One Mission – ยกระดับประเทศไทย” ซึ่งเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ Startup ไทย ที่มีความมุ่งมั่นและมีความคิดสร้างสรรค์จากทั่วประเทศ มานำเสนอออกแบบแนวคิดและแผนงานที่ผสมผสานกับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษา (EdTech) และด้านสาธารณสุข (HealthTech) เพื่อการพัฒนาประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มคุณภาพและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและสาธารณสุขไทย และช่วยยกระดับอนาคตประเทศไทย พร้อมชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 700,000 บาท โดยในระหว่างดำเนินโครงการจะมีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ อาทิ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง นักธุรกิจ และกลุ่มทุน (Venture Capital) ร่วมให้คำแนะนำและตั้งคำถามแก่ผู้เข้าแข่งขัน เพื่อให้ผู้แข่งขันสามารถออกแบบแนวคิดและแผนงานได้อย่างตรงเป้าหมาย ซึ่งผลงานที่น่าสนใจจะได้รับการผลักดันเพื่อยกระดับ (Scale up) ให้สามารถนำไปต่อยอด และพร้อมสำหรับการส่งต่อให้เป็นนโยบายระดับประเทศ

Go To Lead


ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี 6 อำเภอ นนทบุรี
นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดนนทบุรี ประกอบไปด้วยชุมชนเป้าหมาย จำนวน 30 หมู่บ้าน จาก 19 ตำบล 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ. บางกรวย อ. บางใหญ่ อ. บางบัวทอง อ. ปากเกร็ด และ อ.ไทรน้อย และทั้งหมดได้ผ่านการสำรวจข้อมูลชุมชนและคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการพิจารณาแล้วว่ามีเอกลักษณ์ แหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมท่องเที่ยว และวิถีถิ่นที่น่าสนใจ สมควรแก่การส่งเสริมและเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว เมืองหลัก เมืองรอง แอ่งใหญ่ และแอ่งเล็ก พัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญต่อไป สำหรับกิจกรรมเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ทั้ง 6 อำเภอ เปรียบเสมือนการเปิดประตูเพื่อต้อนรับเพื่อนบ้าน และนักท่องเที่ยวจากทุกพื้นที่ ให้รู้จักกับหมู่บ้านชุมชนเป้าหมายของจ. นนทบุรี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ที่นำเอาอัตลักษณ์ และวิถีถิ่น นำเสนอผ่านแหล่งท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์อาหาร การแสดงท้องถิ่น การสาธิตการทำสินค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้มาเยี่ยมเยือน สืบทอดวิถีถิ่นให้เข้มแข็ง นำมาซึ่งรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนอีกด้วย” จังหวัดนนทบุรี ขอเชิญชวน “เที่ยวแอ่งเล็กเช็คอินนนทบุรี” ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จังหวัดนนทบุรี มาร่วมชมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนนทบุรี ที่คุณอาจยังไม่รู้อีกมากมาย สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี โทร. 02-580-0704

Go To Lead


กรุงศรี ออโต้ 'ชวน' ลูกค้าเช็กวงเงิน
นายพรเทพ ถิรสุนทรากุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาด ธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า Motor Expo ในปีนี้ กรุงศรี ออโต้ เตรียมยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อรถในฝันและวางแผนการเงินอย่างไร้กังวลยิ่งขึ้น ด้วยนวัตกรรมสินเชื่อยานยนต์ดิจิทัล ‘กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ท’ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยลูกค้าสามารถเช็กวงเงินประเมินสินเชื่อเบื้องต้น รวมถึงระยะเวลาการผ่อนชำระ และยอดเงินดาวน์ ได้ด้วยตนเองผ่านโมบายเว็บ prompstart.krungsriauto.com ผ่านขั้นตอนง่ายๆ คือ ตอบ-ถ่าย-ส่ง และรับผลประเมินผ่าน SMS ภายใน 30 นาทีในวันและเวลาทำการ เพียงเท่านี้ลูกค้าก็จะรู้วงเงินในมือและสามารถเลือกซื้อรถภายในงานได้อย่างมั่นใจ กรุงศรี ออโต้ ยังคัดสรรโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์ใหม่ป้ายแดงอีกเช่นเคย กับสินเชื่อ ‘กรุงศรี นิว คาร์’ ด้วยข้อเสนอดาวน์เริ่มต้น 5% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน ดอกเบี้ยพิเศษ (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) พร้อมสิทธิเลือกรับของรางวัลที่โดนใจด้วยตนเอง เช่น สมาร์ทโฟน แก็ดเจ็ต เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์กีฬาไฮเทค และสินค้าไลฟ์สไตล์ รวมมูลค่าสูงสุดถึง 1.7 ล้านบาท พิเศษสำหรับลูกค้าเก่า ‘กรุงศรี นิว คาร์’ รับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 2,000 บาท เมื่อขอสินเชื่อในงาน และออกรถภายใน 31 มกราคม 2562
สำหรับลูกค้าที่เตรียมออกรถจักรยานยนต์คันใหม่ สินเชื่อ ‘กรุงศรี บิ๊ก ไบค์’ และ ‘กรุงศรี มอเตอร์ไซค์’ มอบข้อเสนอดาวน์เริ่มต้น 0% ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน และดอกเบี้ยพิเศษ (เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) นอกจากนี้ ลูกค้าที่ออกรถบิ๊ก ไบค์ ตั้งแต่ 250 cc และราคา 100,000 บาทขึ้นไป รับทันทีกระเป๋า The Biker มูลค่า 1,000 บาท ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและขอสินเชื่อได้ที่บูธกรุงศรี ออโต้ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ที่บูธ V09 – V13 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ประตู 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี www.krungsriauto.com หรือ www.facebook.com/krungsriauto

Go To Lead


ขาวเจ๊กชัยนาท’ประกัน' ราคาสมาชิก ตันละ 1 หมื่น
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สภาพพื้นที่ปลูกข้าวจังหวัดชัยนาท ส่วนใหญ่จะเป็นนาที่อาศัยน้ำจากชลประทาน อย่างไรก็ตาม พบว่ามีพื้นที่นาบางส่วนใน อ.วัดสิงห์ ระบบชลประทานเข้าไม่ถึง จึงจำเป็นต้องอาศัยแหล่งน้ำจากปริมาณน้ำฝนที่ตกตามฤดูกาล เกษตรกรจึงทำนาได้เพียงปีละครั้ง ดังนั้น เกษตรกรจึงได้ปรับใช้พันธุ์ข้าวที่แตกต่างจากพื้นที่ข้าวทั่วไป ซึ่งพันธ์ข้าวที่เกษตรกรให้ความนิยมมานาน คือ “ขาวเจ๊ก” ข้าวพื้นเมืองสายพันธุ์ดี รสชาติอร่อยและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่แพ้ข้าวหอมมะลิ ชื่อพันธุ์ “ขาวเจ๊ก” มาจากในอดีตซึ่งมีผู้ได้พันธุ์ข้าวจากเกษตรกรเชื้อสายจีน ต่อมาก็นำไปปลูกขยายพื้นที่ขึ้นเรื่อยๆ และบอกต่อกันมาว่าเป็นพันธุ์ข้าวขาวของตาเจ๊ก จนเรียกกันว่า “ขาวตาเจ๊ก” และกลายเป็น “ขาวเจ๊ก” ในที่สุด ด้วยมีลักษณะเป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง อายุเบา เก็บเกี่ยวประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน สามารถทนต่อน้ำหลากฤดูนาปีในช่วงที่มีฝนตกชุกได้ดีเป็นข้าวเจ้านาปีที่มีเมล็ดค่อนข้างยาว ใหญ่ และอ้วน ที่สำคัญสีของเปลือกเมล็ดเป็นสีฟางอ่อนสวย ด้วยความที่เป็นข้าวพื้นเมืองคุณภาพดี แต่คนทั่วไปยังไม่รู้จักข้าวพันธุ์นี้มากนัก

Go To Lead

  --  
iClickNews.com