Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผยพฤติกรรมคนซื้อบ้านเปลี่ยน ออมสิน เปิดกู้ “SMEs เต็มสุข เต็มสิบ”
โปรดียืน 1! เคทีซีเปิดใช้คะแนนแลกโค้ด ลดช้อปปี้สูงสุด 500 บาท ธนาคารกสิกรไทย 'โกย'กำไร 11,211 ล้าน
กรุงศรี-MUFG ทั่วโลก ขยายโอกาสธุรกิจไทยโตต่อเนื่อง อลิอันซ์ อยุธยา-มูลนิธิ SOS ตั้งธนาคารอาหารออนไลน์ แห่งแรกในไทย
OCEAN LIFE ไทยสมุทร ส่งวอลเปเปอร์เสริมดวง โอชิพยากรณ์ x มูเตเวิร์ล เจนเนอราลี่ หนุน“Khaokho Marathon 2022”
เมืองไทยประกันชีวิต เผย “ฟิทช์ เรทติ้งส์” คงอันดับเครดิต ‘A-’ ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ ๑๗
BKI โปรสุดพิเศษMoney Expo-Bamrungrad Health Fair 2022

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผยพฤติกรรมคนซื้อบ้านเปลี่ยน
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี’ เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมสถานการณ์ของประเทศไทยในแต่ละปีจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม แต่การแสวงหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ยังคงเกิดขึ้นเป็นปกติในทุกสถานการณ์ ดังข้อมูลจากรายงาน Google Year in Search 2021 ที่เจาะลึกถึงเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ไทยผ่านการค้นหาข้อมูลในด้านต่างๆเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยในปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันผู้บริโภคกำลังก้าวเข้าสู่สังคมเชิงเดี่ยวเพิ่มมากขึ้น พิจารณาจากเหตุผลในการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่กว่า 73% ต้องการความเป็นส่วนตัวและต้องการแยกตัวจากครอบครัวใหญ่ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะขยายครอบครัวในอนาคต ที่สำคัญยังพบว่า 95% ของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อค้นหาข้อมูลของผลิตภัณฑ์หรือบริการก่อนการตัดสินใจซื้อ
จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคทำให้บริษัทฯ ได้พัฒนาช่องทางการค้นหาข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยผ่านโซเชียลมีเดียครบทุกแพลตฟอร์ม ปัจจุบันพบว่าการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นผ่านช่องทาง Facebook และการค้นหาผ่าน google search ตามลำดับ” นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กล่าวถึงภาพรวมช่องทางที่ผู้บริโภคใช้ค้นหาข้อมูลบ้านของบริษัทฯ ในปัจจุบัน โดยคำค้นหายอดนิยมยังคงเป็นคำว่า ‘บ้าน’, ‘ทำเล’ และ ‘ราคา’การเก็บข้อมูลและวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภคในโลกออนไลน์ ทำให้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ สามารถเข้าถึงความต้องการที่แท้จริง และพัฒนาภาพรวมการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียสู่ผู้บริโภคได้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้นเพื่อให้ทุกครั้งที่ลูกค้ามองหาบ้าน ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆในใจของผู้บริโภคเสมอ และสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในการตลาดยุคดิจิตอลที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบันนี้ คือการดึงความสนใจจากผู้บริโภค ผ่านรูปแบบ Content ต่างๆให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งบริษัทของเรามีการทำ Content ต่างๆในช่องทาง อาทิ Website , Facebook, Instagram, Youtube ,Tiktok เป็นต้น โดยจะเลือกรูปแบบการนำเสนอให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย และตรงกับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในเรื่องเทคนิคการขายผ่านช่องทางออนไลน์และสร้างการจดจำที่ดีในแง่ของแบรนด์ได้อีกด้วย “การนำข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคสูงสุดคือเป้าหมายหลักของเรา ปัจจุบันข้อได้เปรียบของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ในสายตาผู้บริโภคคือ Design ที่มีเอกลักษณ์สวยงาม และฟังก์ชันหรือพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่เมื่อเทียบมูลค่าต่อตารางเมตร ถือว่าคุ้มค่าที่สุดแบรนด์หนึ่งในตลาด อีกทั้งด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันเรายังได้พัฒนาทีมเพื่อคอยให้คำปรึกษาแก่ผู้บริโภคให้เข้าใจและเตรียมความพร้อมทุกขั้นตอนในการยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ การดำเนินการที่ควบคู่กันทั้งเติมเต็มความต้องการด้านโครงการและสร้างความพร้อมด้านการเงินจึงมีส่วนช่วยผู้บริโภคอย่างมาก ทั้งนี้ทางบริษัทยังได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในเรื่องการเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัว เพื่อให้สามารถซื้อบ้านได้อย่างง่ายขึ้นและสะดวกสบายแก่ลูกค้า

Go To Lead


ออมสิน เปิดกู้ “SMEs เต็มสุข เต็มสิบ”
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ขนาดกลางและขนาดย่อม โดยที่ผ่านมาธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือในหลายมาตรการตามข้อสั่งการของรัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ยังมีอยู่ ล่าสุดธนาคารออมสิน ได้เปิดให้กู้ สินเชื่อ GSB SMEs เต็มสุข เต็มสิบ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่มกิจการ โดยเปิดให้กู้ได้ทั้งผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก เริ่มต้นที่ 2.99% ต่อปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 2 ปีและผ่อนได้นานสูงสุด 10 ปี สำหรับหลักประกันการกู้สามารถจะเลือกใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อทั้งวงเงิน (กรณีกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท) หรือใช้สมุดเงินฝากออมสิน สลากออมสินพิเศษ พันธบัตร ที่ดินและอาคาร โฉนดที่ดิน หรือคอนโดมีเนียม เป็นหลักประกัน กรณีหลักประกันไม่เพียงพอสามารถใช้ บสย.ร่วมค้ำประกันด้วยก็ได้ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถยื่นกู้ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2565 ที่สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ
สินเชื่อ GSB SMEs เต็มสุข เต็มสิบ จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อผู้ประกอบการ SMEs ขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มีศักยภาพและต้องการเงินทุน แต่ขาดหลักประกันหรือมีหลักประกันไม่เพียงพอ โดยกู้เพื่อเป็นเงินลงทุนและเสริมสภาพคล่องในกิจการ หรือกู้เพื่อการรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินอื่น ซึ่งเป็นความตั้งใจของธนาคารออมสินที่อยากช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้อย่างทั่วถึงด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน สามารถผ่านพ้นความยากลำบากนี้และดำเนินธุรกิจต่อไปได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115 และที่ facebook : GSB Society

Go To Lead


โปรดียืน 1! เคทีซีเปิดใช้คะแนนแลกโค้ด ลดช้อปปี้สูงสุด 500 บาท
นางประณยา นิถานานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – การตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซีได้พัฒนารูปแบบและคุณค่าของคะแนนสะสมบัตรเครดิตมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยความมุ่งหวังให้สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่มีคะแนนสะสม KTC FOREVER สามารถเลือกรับความคุ้มค่าได้หลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ และมีประสบการณ์ที่ดีจากการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเคทีซีทุกแพลทฟอร์ม”
“ล่าสุดเคทีซีได้ร่วมกับช้อปปี้ “Shopee” แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยืน 1 ในใจนักช้อปชาวไทย เฉลิมฉลองแคมเปญ Shopee 5.5 Half Price Sale เปิดให้สมาชิกสามารถแลกคะแนน KTC FOREVER ผ่านแอปพลิเคชัน KTC Mobile เพื่อรับมูลค่าโค้ดส่วนลด Shopee ที่มากกว่าเคย โดยแลกรับโค้ดส่วนลด 500 บาท เมื่อใช้คะแนน 3,100 คะแนน (ปกติใช้ 5,000 คะแนน) แลกรับโค้ดส่วนลด 200 บาท เมื่อใช้ 1,400 คะแนน (ปกติใช้ 2,000 คะแนน) สำหรับสิทธิพิเศษนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2565 – 15 กรกฎาคม 2565 หรือจนกว่าโค้ดส่วนลดจะครบตามจำนวนที่กำหนด ซึ่งสมาชิกเคทีซีสามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ktc.today/ShopeePoint
นอกจากนี้ สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซียังสามารถใช้คะแนนเท่ายอดใช้จ่ายต่อรายการ และลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดผ่าน www.ktc.co.th/shoponline เพื่อแลกรับเครดิตเงินคืน 10% และคะแนน KTC FOREVER ได้สูงสุด 10 เท่า ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 – 31 กรกฎาคม 2565 สนใจสมัครบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภทคลิก https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อ KTC Phone โทร. 0-2123-5000 หรือศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

Go To Lead


ธนาคารกสิกรไทย 'โกย'กำไร 11,211 ล้าน
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2565 ยังคงเผชิญข้อจำกัดในการฟื้นตัว โดยแม้จะมีแรงหนุนจากการส่งออกสินค้า การใช้จ่ายและมาตรการสนับสนุนกำลังซื้อของภาครัฐ แต่การใช้จ่ายของภาคเอกชน ทั้งในส่วนของการบริโภคและการลงทุนยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการขยับสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิต สำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี มองว่า เส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอน เพราะยังคงต้องรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 และผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่มีต่อทิศทางราคาพลังงานและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 11,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 584 ล้านบาท หรือ 5.50% หลัก ๆ เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 3,618 ล้านบาท หรือ 12.86% จากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อซึ่งเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ส่วนใหญ่เกิดจากการให้สินเชื่อใหม่ตามยุทธศาสตร์ของธนาคารแก่ลูกค้าที่มีศักยภาพ และมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าโดยการเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้าสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ปกติ รวมทั้งลูกค้าบางส่วนยังอยู่ภายใต้มาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ทำให้ธนาคารยังคงต้องมีการบริหารจัดการดอกเบี้ยค้างรับอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 3,032 ล้านบาท หรือ 25.49% ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรม (Mark to market) ของสินทรัพย์ทางการเงินซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาด สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เพิ่มขึ้นจำนวน 859 ล้านบาท หรือ 5.20% หลัก ๆ จากค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการตลาด รวมทั้งธนาคารและบริษัทย่อยตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 686 ล้านบาท หรือ 7.93% สอดคล้องกับการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19 และแนวโน้มจากเศรษฐกิจโลก
ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2565 จำนวน 11,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 1,310 ล้านบาท หรือ 13.23% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 951 ล้านบาท หรือ 3.09% ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อซึ่งเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.19% ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 2,861 ล้านบาท หรือ 24.40% ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรม (Mark to market) ของสินทรัพย์ทางการเงินซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาด และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่ลดลง สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ลดลงจำนวน 3,088 ล้านบาท หรือ 15.08% เนื่องจากในไตรมาสก่อนมีค่าใช้จ่ายในกิจกรรมร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดซึ่งเป็นปกติตามฤดูกาล ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับ 42.82% นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) ในระดับที่ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยยังคงใช้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องในการพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ท่ามกลางการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19 และแนวโน้มจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 อยู่ที่ระดับ 158.33% เป็นระดับที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 4,133,248 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 จำนวน 29,849 ล้านบาท หรือ 0.73% ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ สำหรับเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 อยู่ที่ระดับ 3.78% โดยธนาคารมีการติดตามดูแลคุณภาพเงินให้สินเชื่อของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด ขณะที่สิ้นปี 2564 อยู่ที่ระดับ 3.76% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 อยู่ที่ 18.34% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 16.35%

Go To Lead


กรุงศรี-MUFG ทั่วโลก ขยายโอกาสธุรกิจไทยโตต่อเนื่อง
นายโยชิยูกิ โฮริโอะ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC Banking) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เราครองความเป็นผู้นำในฐานะธนาคารพันธมิตรภายใต้เครือข่าย MUFG ที่กลุ่มธุรกิจญี่ปุ่นไว้วางใจมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี นับเป็นจุดแข็งของกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC Banking) ที่เราให้บริการทั้งกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ และยังมีความเข้าใจธุรกิจเป็นอย่างดีทั้งในไทยและการขยายเครือข่ายในระดับโลก พร้อมส่งมอบให้ลูกค้าทั้งบริการทางการเงินและบริการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าต่างๆ เช่น การจับคู่ทางธุรกิจ นอกจากนี้ การผสานพลังกับ MUFG ช่วยให้เรามีเครือข่ายระดับโลกที่ครอบคลุมถึง 50 ประเทศ พร้อมทั้งเครือข่ายในอาเซียน 9 ประเทศ คือ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเมียนมา เรียกได้ว่าเรามีความพร้อมที่จะเชื่อมต่อกลุ่มบริษัทญี่ปุ่น บรรษัทข้ามชาติ และบริษัทไทย และด้วยเครือข่ายระดับโลก เราจึงสามารถส่งมอบโซลูชั่นแก่ลูกค้าธุรกิจที่สนใจจะขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศได้
ความสำเร็จในการออกพันธบัตรสีเขียวและสินเชื่อสีเขียวเป็นครั้งแรกสำหรับลูกค้าธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทยแก่บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับ MUFG และ MUFG Innovation Partners ในการสนับสนุนการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตและขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ สนับสนุนกิจกรรมการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ หรือ Business Matching ระหว่างลูกค้าบริษัทไทย ญี่ปุ่น และเครือข่าย MUFG ในอาเซียนอย่างต่อเนื่องในปี 2564 ที่ผ่านมา มีการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจถึง 473 คู่ ร่วมมือกับ Mitsubishi UFJ Research & Consulting (MURC) ในการสนับสนุนลูกค้าธุรกิจในการวิจัยการตลาดและการให้บริการที่ปรึกษาอื่นๆ ซึ่งกรุงศรีประสบความสำเร็จในการสนับสนุนการลงทุนในประเทศอินเดียของลูกค้าธุรกิจกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ส่งเสริมการลงทุนใน EEC ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นทางการเงินและการทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าสำนักงาน EEC รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI และนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ นำมาซึ่งความสำเร็จในการลงทุนของลูกค้าธุรกิจจากประเทศสิงคโปร์ใน EEC

Go To Lead


อลิอันซ์ อยุธยา-มูลนิธิ SOS ตั้งธนาคารอาหารออนไลน์ แห่งแรกในไทย
นายโทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า “ตลอดการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อลิอันซ์ อยุธยา ได้ดำเนินตามนโยบายของกลุ่มอลิอันซ์ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งสร้างความยั่งยืน โดยยึดมั่นในหลักการ ESG (Environment Social และ Governance) ในสองสามปีที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ การลดขยะ และการใช้พลังงาน เป็นต้น นอกจากนั้นในช่วงสถานการณ์โควิด ที่หลายคนประสบปัญหาเรื่องรายได้และความเป็นอยู่ เราได้สนับสนุนอาหารให้กับชุมชนที่ขาดแคลนทั่วกรุงเทพ ทำให้เรามองเห็นถึงความต้องการอาหารที่มีอยู่ และมองหาพันธมิตรที่จะร่วมช่วยกันเติมเต็มความต้องการดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิเอสโอเอส ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มุ่งทำภารกิจเพื่อการลดปริมาณการสูญเสียอาหาร โดยนำอาหารส่วนเกินไปบริจาคให้แก่ผู้ที่ต้องการ โดยอลิอันซ์ อยุธยา ในฐานะบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี จึงอาสานำเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดภารกิจนี้ โดยได้จัดทำแพลตฟอร์ม คลาวด์ ฟู้ด แบงค์ ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางในการเชื่อมโยงผู้ที่ต้องการบริจาคอาหาร และกลุ่มคนที่ขาดแคลนอาหารมาเจอกัน สามารถจัดสรรการรับและการส่งต่ออาหารได้อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทฯ ได้ลงทุนเงินจำนวนประมาณ 2 ล้านบาทในการจัดทำแพลตฟอร์มนี้ ถือเป็น ธนาคารอาหารออนไลน์แห่งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย”

Go To Lead


OCEAN LIFE ไทยสมุทร ส่งวอลเปเปอร์เสริมดวง โอชิพยากรณ์ x มูเตเวิร์ล
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต เปิดเผยว่า ได้ส่งพลังความรักและความปรารถนาดีให้ลูกค้า ด้วยไอเทมเสริมดวงมอบความปัง! เอาใจลูกค้าสายมู กับกิจกรรม “โอชิพยากรณ์” จับมือกับ “มูเตเวิร์ล” ผู้นำเทรนด์ศาสตร์แห่งวอลเปเปอร์มือถือเสริมดวงชื่อดัง สร้างสรรค์ “วอลเปเปอร์เสริมดวง” จากศาสตร์ในการพยากรณ์ต่าง ๆ ที่ถูกผสมผสานขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับลูกค้า OCEAN LIFE ไทยสมุทร โดยสามารถเลือกเสริมความปัง! กับวอลเปเปอร์บนหน้าจอมือถือ ได้ถึง 5 ด้าน ทั้งด้านสุขภาพ ความรัก การงาน การเงิน โชคลาภ ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องรางยุคใหม่ที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ ให้คุณติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา ตอบโจทย์สายมูในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว สนใจดาวน์โหลดวอลเปเปอร์เสริมดวง เพียงลงทะเบียนที่ www.ocean.co.th/ochi-wallpaper-horoscope หรือคลิก https://bit.ly/36YEf0e และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามที่กำหนด เท่านี้ก็สามารถกดดาวน์โหลดวอลเปเปอร์เสริมดวง โอชิพยากรณ์ x มูเตเวิร์ล กันได้เลย...งานนี้ไม่ว่าสายมู หรือ สายไหน ก็ไม่ควรพลาด! ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2565 นี้
OCEAN LIFE ไทยสมุทร พร้อมสนับสนุนให้ลูกค้าได้มีความสุขกับการใช้ชีวิต และเตรียมพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงในอนาคต สนใจติดตามเรื่องราวดี ๆ จาก OCEAN LIFE ไทยสมุทร ผ่านทาง OCEAN CLUB APP หรือช่องทาง LINE / Facebook / Instagram / Youtube : oceanlife และเว็บไซต์ www.ocean.co.th หรือติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 0 2207 8888

Go To Lead


เจนเนอราลี่ หนุน“Khaokho Marathon 2022”
ผู้บริหาร เจนเนอราลี่ เปิดเผยว่า “เจนเนอราลี่ พรีเซนต์ เขาค้อ มาราธอน 2022” (Generali presents Khaokho Marathon 2022) เชิญชวนเหล่านักวิ่งมาราธอนและลูกค้าเจนเนอราลี่ที่รักสุขภาพ ร่วมวิ่งพิชิตใจตัวเองกับเส้นทางสุดท้าทายของเมืองไทยที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติท่ามกลางทุ่งกังหันลม ในวันที่ 5 มิถุนายน 2565 ณ จอลลี่ แลนด์ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยการแข่งขันแบ่งระยะการวิ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Super Full Marathon 45 กิโลเมตร Super Half Marathon 24 กิโลเมตร และ Super Mini Marathon 13 กิโลเมตร
สิทธิพิเศษ!!! เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ได้มอบ ‘ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เจนเนอราลี่’* โดยมีทุนประกันชีวิต กรณีเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ หรือทุพพลภาพถาวร เป็นวงเงิน 50,000 บาทต่อคน และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ เป็นวงเงิน 5,000 บาทต่อคน สำหรับผู้เข้าแข่งขันที่สมัครเข้าร่วมรายการก่อนวันที่ 30 เมษายนนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักวิ่งทุกท่านเข้าเส้นชัยด้วยความปลอดภัย ผู้สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ https://www.runlah.com/events/kho22 หมายเหตุ *คุ้มครอง 1 วัน จากเวลา 0.00- 23.59 น. ของวันที่ 5 มิถุนายน 2565 รายละเอียดเงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อยกเว้น ให้เป็นไปตาม ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม บมจ. เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์)

Go To Lead


เมืองไทยประกันชีวิต เผย “ฟิทช์ เรทติ้งส์” คงอันดับเครดิต ‘A-’
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength Rating: IFS Rating) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 ที่ ‘A-’ หรืออยู่ในระดับ “แข็งแกร่ง” และคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating หรือ IDR) ที่ ‘BBB+’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ พร้อมกันนี้ ฟิทช์ยังคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นอันดับเครดิตในระดับประเทศที่สูงที่สุดแล้ว อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทฯ สะท้อนถึงโครงสร้างธุรกิจประกันชีวิตที่แข็งแรง ระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ฐานะทางการเงินที่มั่นคงของบริษัทฯ โดยฟิทช์ เรทติ้งส์ ให้ความเห็นว่า การประกาศคงอันดับเครดิต โดยแนวโน้มมีเสถียรภาพนั้น สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทฯ ที่สามารถรักษาผลประกอบการให้มีเสถียรภาพและรักษาความแข็งแกร่งของระดับเงินกองทุน เนื่องจากบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับอัตรากำไร และนโยบายการลงทุนที่อยู่ในเกณฑ์ดี มีโครงสร้างธุรกิจ (Business Profile) ที่แข็งแกร่ง (Favorable) และการมีบรรษัทภิบาลที่ดี (moderate/favorable) เมื่อเทียบกับบริษัทประกันชีวิตอื่นภายในประเทศไทย
บริษัทฯ ยังคงมีเครือข่ายทางธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ โดยบริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ระดับ 12%-13% ของจำนวนเบี้ยประกันภัยรวมของตลาด และยังได้รับการสนับสนุนด้านการดำเนินงานและด้านเทคนิคจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการกระจายตัวของโครงสร้างธุรกิจที่ดี ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ครอบคลุม และฐานลูกค้าภายในประเทศรวมถึงช่องทางการขายที่หลากหลาย ดังนั้น ฟิทช์ เรทติ้งส์ จึงจัดให้โครงสร้างการดำเนินงานของเมืองไทยประกันชีวิต ที่ระดับ ‘a-’ ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาปัจจัยเครดิตของฟิทช์ บริษัทฯ สามารถดำรงระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยรองรับการผันผวนของสินทรัพย์และผลกระทบจากความเสี่ยงด้านลบ โดยบริษัทฯ มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฏหมายที่ 316% ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ซึ่งยังคงสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ที่ 120% ฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่าระดับเงินกองทุนของบริษัทฯ น่าจะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฏหมายมากกว่า 300% อีกทั้ง ยังคาดว่าการออกตราสารด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ของบริษัทฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ยังจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับฐานะเงินกองทุนของบริษัทฯ โดยฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินของบริษัทฯ จะอยู่ในระดับต่ำกว่า 25% ซึ่งจะดีกว่าค่าเฉลี่ยตามเกณฑข์องฟิทช์ เรทติ้งส์ ที่ช่วงอันดับเครดิตปัจจุบัน

Go To Lead


ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ ๑๗
เปิดรับสมัคร ครู อาจารย์ ทั่วประเทศ เข้าร่วม โครงการ "ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ ๑๗" จัดโดย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด สำนักโครงการและจัดการความรู้ (OKMD) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มูลนิธิธรรมดี สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย สำหรับครู อาจารย์ และหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่สนใจได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดรหัสพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ในการทรงงานพัฒนาชุมชนด้วยหลักบวร บ้าน- วัด- โรงเรียน และให้ความสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ร่วมทำกิจกรรม และเรียนรู้เรื่องราวจากโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร และโครงการป่าสิริเจริญวรรษ แหล่งพัฒนาการเกษตร พัฒนาแหล่งน้ำ ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่บริเวณโครงการให้เป็นวนอุทยานรักษาป่าและสัตว์ป่า และช่วยให้ราษฎรในพื้นที่สามารถประกอบอาชีพทางการเกษตรได้ดีขึ้น พร้อมทั้งกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงทางสถาบันพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์ เพื่อการสร้างแรงบันดาลใจร่วมกันถ่ายทอดนวัตกรรมแบบก้าวกระโดดของในหลวงรัชกาลที่ ๙ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ๑๗ ข้อ ขององค์การสหประชาชาติ หรือ UNSDG เพื่อนำไปบูรณาการ พัฒนา และปรับใช้ในหลักสูตรการสอนสำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่อไป
ในวันเสาร์ที่ 28 – วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2565 ณ จังหวัดชลบุรี (2 วัน 1 คืน) ณ โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการป่าสิริเจริญวรรษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ชลบุรี เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ คุณจารุกัญญ์ โทรศัพท์ 099 397 5333 และคุณภาณุวัฒน์ โทรศัพท์ 084 953 8361 FB : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey LINE : The King’s Journey

Go To Lead


BKI โปรสุดพิเศษMoney Expo-Bamrungrad Health Fair 2022
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน. ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด มหาชน เปิดเผยว่า บริษัทร่วมออกบูท 2 งานใหญ่ ที่เตรียมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าภายในงาน ด้วยเบี้ยประกันภัยสุดคุ้มกับส่วนลดพิเศษ และของสมนาคุณมากมาย อีกทั้งยังสามารถผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ โดยมีทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาการประกันภัยที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในสถานการณ์ปัจจุบัน งานมหกรรมการเงินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย Money Expo 2022 ในวันที่ 12-15พฤษภาคม 2565 ณ บูท K3 อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้คอนเซปต์ Wealth to Wellness ความสมดุลแห่งชีวิต ความมั่งคั่งทางการเงินและสุขภาพ
อีกหนึ่งงานดีๆ สำหรับคนรักสุขภาพ ในงาน Bamrungrad Health Fair 2022 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-25 พฤษภาคม 2565 ชั้น G อาคาร B โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยทีมงาน พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพที่หมาะกับคุณและคนที่คุณรัก ทั้งประกันภัยโรคมะเร็ง ประกันภัยสุขภาพ ประกันภัยสุขภาพแผนผู้ป่วยใน Health IPD Plan ประกันภัยสุขภาพ Health IPD+OPD เป็นต้น

Go To Lead

  --  
iClickNews.com