Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

CKP 'รุก' ธุรกิจเชิงพาณิชย์ ตั้ง'ส.ว.'ผลประโยชน์ทับซ้อน
"CHEWATHAI "เปิดโครงการใหม่ 10 โครงการ TMB 'ชี้' EEC โอกาสผู้ประกอบการไทย
กสิกรไทย 'โหม'สินเชื่อบ้าน ธุรกิจประกัน'แข่ง' อีเวนท์
งาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม” ซีพีเอฟ'ยอดขาย'พุ่ง 541,937 ล้าน
เดลล์ อีเอ็มซี ปกป้องคุ้มครองข้อมูล งานแฟร์ สายการบินเอมิเรตส์
สแกนเนีย 'ลอนช์' รถบรรทุกใหม่ 'ปั้น' ช่างเกษตรท้องถิ่น

CKP 'รุก' ธุรกิจเชิงพาณิชย์
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยว่า ปี 2561 ที่ผ่านมา เป็นปีที่บริษัทสามารถทุบสถิติสร้างนิวไฮทั้งรายได้และกำไร สะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 30% จากปีก่อนเป็น 9,115 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้การขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ซึ่งปีที่ผ่านมาเป็นปีที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในรอบ 70 ปี รวมทั้งรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการ 2 เต็มปี ยิ่งไปกว่านั้น โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ยังได้มีการออกหุ้นกู้เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้กำไรสุทธิของ CKP สำหรับปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 599 ล้านบาท นับเป็นการเติบโตที่สูงขึ้นถึง 277% จากปีก่อน ในปีที่ผ่านมานี้ บริษัทฯ ได้เข้าทำการลงทุนเพิ่มใน บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (“XPCL”) ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี อีกร้อยละ 7.5 ของทุนจดทะเบียน โดยมีมูลค่าลงทุนเพื่อซื้อหุ้นดังกล่าวรวมที่ 2,065 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL อยู่ที่ร้อยละ 37.5 ช่วยเสริมให้ผลประกอบการในอนาคตมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ณ สิ้นปี 2561 การก่อสร้างโครงการคืบหน้าไปแล้ว 97% คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามแผนได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2562

Go To Lead


ตั้ง'ส.ว.'ผลประโยชน์ทับซ้อน
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เตรียมตั้ง ส.ว. ที่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐว่า ถือเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจน เป็นการใช้อำนาจที่ก่อให้เกิดความไม่ชอบธรรม เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้า คสช. แต่งตั้ง ส.ว. และ ส.ว. มีสิทธิ์เลือกนายกรัฐมนตรี จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ ส.ว. จะเลือกคนที่แต่งตั้งตนเองให้ได้เป็น ส.ว. คือ เลือก พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง กรณีที่พรรคการเมืองที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ รวมเสียง ส.ส. ได้ไม่ถึงครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ส.ว. ก็ไม่ควรสนับสนุนบุคคลที่ได้เสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรให้จัดตั้งรัฐบาล แต่ ส.ว. ควรสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มีพรรคการเมืองสนับสนุนเกินกว่าครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเท่ากับ ส.ว. เคารพเสียงของประชาชน ข้างมากของประเทศที่ออกมาแสดงเจตนารมณ์ผ่านการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

Go To Lead


"CHEWATHAI "เปิดโครงการใหม่ 10 โครงการ
นายบุญ ชุนเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2562 อยู่ที่ 2,880 ล้านบาทเนื่องมาจากคาดว่าจะมีการโอนคอนโดมิเนียมอยู่ที่1,664 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 58% และการโอนบ้าน 1,216 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 42% และบริษัทยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ 585 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 406 ล้านบาท โดยมีบ้านและทาวน์โฮมอยู่ที่ 179 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ทั้งหมดภายในปี2562บริษัทยังวางแผนจะเปิดโครงการในปี 2562 ประมาณ 10 โครงการ แบ่งเป็น โครงการแนวราบ 5 โครงการ ได้แก่1.โครงการชีวาโฮม สุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศมูลค่าโครงการ 890 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวประมาณไตรมาส1/62,2.โครงการชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทรซึ่งเป็นแบบ Luxury มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวประมาณไตรมาส2/623.ชีวารมย์ นครอินทร์มูลค่าโครงการ 1,593 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวประมาณไตรมาส4/62นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน เพื่อเปิดโครงการใหม่สำหรับทาวน์โฮมอีก 2 โครงการมูลค่าโครงการละ 700 ล้านบาท สำหรับโครงการแนวสูงบริษัทยังวางแผนเปิดอีกจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.ชีวาทัยเกษตร-นวมินทร์ มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวโครงการประมาณไตรมาส2/62, 2.ฮอลล์มาร์คโชคชัย4ซึ่งมีมูลค่าโครงการ 2,011 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวโครงการประมาณ 2/62 และ 3.ชีวาทัยปิ่นเกล้ามูลค่าโครงการ 1,587 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวประมาณไตรมาส3/62 อีกทั้งบริษัทจะเปิดโครงการร่วมทุนอีก 2 โครงการ ได้แก่ 1.ฮาร์ท สุขุมวิท36 ซึ่งชีวาทัย มีการถือหุ้นอยู่ที่ 70% โดยมีมูลค่าโครงการ 270 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดโครงการในช่วงไตรมาส 4/62 และ 2.กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่งที่ชีวาทัย มีการถือหุ้นอยู่ที่25 % และมูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2562 บริษัทยังมีการตั้งงบเพื่อพัฒนาโครงการทั้งหมด 5,191 ล้านบาท แบ่งออกเป็นงบประมาณการซื้อที่ดินจำนวน 3,261 ล้านบาท และงบประมาณการก่อสร้างและพัฒนาที่ดิน 1,930 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนดังกล่าวในปี 2562 ประมาณ 4,800 ล้านบาท และที่เหลือจะเป็นการใช้ในการก่อสร้างในปี 2563

Go To Lead


TMB 'ชี้' EEC โอกาสผู้ประกอบการไทย
นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยโดยรวม โครงการ EEC จะมีส่วนยกระดับการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ได้อย่างยิ่ง จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าโครงการ EEC ยังสามารถรองรับผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้เพิ่มอีกจำนวนมาก จากตัวเลขรายรับที่ผู้ลงทุนได้เก็บเกี่ยวจากการลงทุน ประกอบกับช่องทางการรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นอันจะยกระดับศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โอกาสทองที่พร้อมให้ผลตอบแทนในระยะยาวแก่นักธุรกิจไทยจึงอยู่เพียงแค่เอื้อม โอกาสทองที่สำคัญอยู่ที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC: Eastern Economic Corridor) แผนยุทธศาสตร์ภายใต้ ไทยแลนด์ 4.0 อันเป็นโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ต่อยอดจาก Eastern Seaboard ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยให้แข็งแกร่งและสามารถค้ำจุนเศรษฐกิจโดยรวมได้ในระยะยาว ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูง โดยโอกาสทางธุรกิจอันดีมี 2 ส่วน ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และด้านการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของ EEC เป็นเม็ดเงินมูลค่า 988 พันล้านบาท การก่อสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรม และการก่อสร้างโรงงาน โดยมีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ได้แก่ ทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อสนามบิน 3 แห่ง มูลค่า 220 พันล้านบาท, เมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 300 พันล้านบาท, ท่าเรือแหลมฉบังเฟสที่ 3 มูลค่า 110 พันล้านบาท และท่าเรือมาบตะพุดเฟสที่ 3 มูลค่า 55 พันล้านบาท

Go To Lead


กสิกรไทย 'โหม'สินเชื่อบ้าน
นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สินเชื่อบ้านกสิกรไทยในปี 2561 ที่ผ่านมา มียอดสินเชื่อใหม่ 2561 ประมาณกว่า 74,000 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้างประมาณ 280,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตประมาณ 12% เมื่อเทียบปี 2560 โดยปัจจัยที่ทำให้สินเชื่อบ้านกสิกรไทยมีอัตราเติบโตสูง มาจากความร่วมมือด้านการตลาดและช่องทางการขายร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ รวมทั้งธนาคารพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านกสิกรไทยให้สามารถบริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร ทั้งบริการก่อนและหลังการขาย และมีความพร้อมของทีมงานสาขาและทีมขายที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทย ยังพัฒนาช่องทางให้ลูกค้าที่ต้องการใช้บริการสินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ หรือสินเชื่อบ้านช่วยได้กสิกรไทย สามารถดูรายละเอียดเบื้องต้นและแจ้งความประสงค์ให้เจ้าหน้าติดต่อกลับผ่านช่องทาง K PLUS อีกทั้งยังพัฒนาช่องทางต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสะดวกในการขอข้อมูลและใช้บริการสินเชื่อบ้านกับธนาคาร
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีการขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 1/2562 ซึ่งเป็นผลจากเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2562 ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว สำหรับไตรมาสแรกของปี 2562 ธนาคารยังคงกระตุ้นยอดสินเชื่อบ้านผ่าน 2 แคมเปญใหญ่ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เพื่อขยายโอกาสให้แก่ลูกค้าในการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ได้แก่ สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์ ชูจุดเด่นฟรีค่าจดจำนองสูงสุดถึง 200,000 บาท ดอกเบี้ยพิเศษ และสินเชื่อบ้านช่วยได้กสิกรไทย ชูจุดเด่นด้วยข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2 ปีแรก MRR-1% ต่อปี หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR-0.5% และฟรีค่าประเมินหลักประกันมูลค่า 3,000 บาท ธนาคารตั้งเป้าหมายมียอดสินเชื่อใหม่ในไตรมาสแรกของปีนี้ ประมาณ 16,000 ล้านบาท และคาดว่าจะยอดสินเชื่อใหม่ในปี 2562 รวมมูลค่า 66,000 ล้านบาท

Go To Lead


ธุรกิจประกัน'แข่ง' อีเวนท์
นางสาวสุกัญญา อิสรานุวัฒน์ชัย รองประธานอาวุโส สื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ผู้สนับสนุนหลัก ขอเชิญชวนผู้รักสุขภาพทุกท่าน ทั้งผู้พิการและไม่พิการเข้าร่วมมหกรรมวิ่ง “Run2Gether - วิ่งด้วยกัน ปีที่ 4 The Championship” เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนได้ออกมาร่วมวิ่ง เพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดีร่วมกัน นอกจากนี้ ยังช่วยลดช่องว่างความแตกต่างทางร่างกายและก้าวข้ามข้อจำกัด รวมทั้ง ยังสามารถเติมเต็มซึ่งกันและกันของคู่นักวิ่งที่จะก้าวเข้าสู่เส้นชัยไปด้วยกัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ที่เน้นความเสมอภาค และสนับสนุนการให้โอกาสมากกว่าการทำการกุศล มหกรรมงานวิ่งดังกล่าว จะจัดขึ้นในวันที่ 10 มีนาคม 2562 ณ สนามกีฬาแห่งชาติ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัคร และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/run2gether

Go To Lead


งาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม”
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้หารือร่วมกับสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ผู้ผลิตผู้แทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของประเทศ จำนวน 27 ราย และตัวแทนร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบทั่วประเทศที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมฯ ในการกำหนดแนวทางความร่วมมือและเชื่อมโยงเครือข่ายให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้นเพื่อร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็ง ช่วยลดค่าครองชีพและเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชน ตลอดจนกำหนดจัดงาน “ค้าส่งรวมใจ โชวห่วยไทยคู่สังคม” อย่างยิ่งใหญ่ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเป็นกลไกสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดการหมุนเวียน รวมถึง เร่งยกระดับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกให้มีความแข็งแกร่งทั้งในส่วนของการประกอบธุรกิจ และการขยายช่องทางการตลาดเพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยใช้ระบบอี-คอมเมิร์ซเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เบื้องต้นผลการหารือสรุปว่า “1) ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับช่องทางค้าส่งค้าปลีกแบบดั้งเดิมมากขึ้น ทั้งการจัดส่งสินค้าให้ร้านค้าโดยตรงในราคาพิเศษ การจัดโปรโมชั่นพิเศษบริเวณร้านค้า การช่วยตกแต่งร้านค้าให้มีความทันสมัยเพื่อดึงดูดผู้บริโภค รวมทั้ง การจัดคอร์สอบรมต่างๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้ร้านค้า ทำให้เกิดการกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาคมากขึ้นตามลำดับ อีกทั้ง ผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เช่น การนำโปรแกรม POS มาช่วยบริหารจัดการร้านค้า การขยายช่องทางการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ฯลฯ เป็นต้น ทำให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกของไทยมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ผู้ผลิตผู้แทนจำหน่ายรายใหญ่ของประเทศ ฯลฯ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ะกระบวนการผลิตโดยรวมทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Go To Lead


ซีพีเอฟ'ยอดขาย'พุ่ง 541,937 ล้าน
นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) เปิดเผยว่า หากพิจารณาผลการดำเนินธุรกิจในสกุลเงินของแต่ละประเทศ ซีพีเอฟจะมีการเติบโตของยอดขายถึงร้อยละ 12 โดยมองว่าในปี 2562 นี้ น่าจะเติบโตได้ต่อเนื่องจากปี 2561 ร้อยละ 8-10 จากการเติบโตต่อเนื่องของกิจการในต่างประเทศอันเป็นผลมาจากการขยายงานทั้งธุรกิจสัตว์บกและสัตว์น้ำ พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นอกเหนือไปจากการให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาสินค้าอาหารที่มีรสชาติสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น การพัฒนาสูตรอาหารที่ใส่ใจในวัตถุดิบที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้นทางจนปลายทาง รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ที่รักษ์โลก ช่องทางการจำหน่ายสินค้าของบริษัทเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่บริษัทต้องให้ความสำคัญ โดยวันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2562) มีการเปิดร้านอาหารฮาร์เบอร์ บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลที่ไอคอนสยาม ซึ่งเป็นการร่วมมือกับไห่หลายกรุ๊ป ผู้นำด้านร้านอาหารบุฟเฟ่ต์จากไต้หวัน

Go To Lead


เดลล์ อีเอ็มซี ปกป้องคุ้มครองข้อมูล
นายเบธ ฟาเลน ประธานด้านการปกป้องคุ้มครองข้อมูล เดลล์ อีเอ็มซี เปิดเผยว่า อุปกรณ์ของเราทั้งทรงพลัง ทั้งง่ายต่อการจัดการ และยังให้กลายเป็นเรื่องง่ายต่อการขยายไปสู่พับบลิค คลาวด์ด้วยความสามารถของ native cloud เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Alibaba Cloud และแพลตฟอร์ม Google Cloud ในฐานะของพับบลิค คลาวด์ใหม่ที่เราสนับสนุน แพลตฟอร์มทั้งสองช่วยเติมเต็มการนำเสนอระบบ Cloud Tier ของเดลล์ อีเอ็มซีให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากพับบลิค คลาวด์ในระยะยาว" อเล็กซ์ เล รองประธานฝ่ายการขาย โซลูชั่นด้านการปกป้องคุ้มครองข้อมูล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และประเทศญี่ปุ่น เดลล์ อีเอ็มซี "ส่วนขยายของระบบนิเวศด้านคลาวด์ของเรา ที่รวมเข้ากับส่วนเสริมของฟีเจอร์ที่พร้อมใช้งานบนคลาวด์ (cloud-ready) จะช่วยแปลงไปสู่ทางเลือกที่มากขึ้นสำหรับลูกค้าของเรา จากการที่พวกเขาดำเนินการปรับปรุงให้ระบบการคุ้มครองข้อมูลมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงมองหาระบบที่จะมาทดแทนแอปพลิเคชันการสำรองข้อมูลแบบเดิม ผลลัพธ์ของความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องยาวนานของเรากับเดลล์ เอ็มซี สามารถเห็นได้จากความสำเร็จอย่างมากมายในการดำเนินการด้านธุรกิจของเรา เราได้รับประสบการณ์ด้านการประหยัดต้นทุน การได้รับประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม ไปจนถึงการสำรอง ตลอดจนเวลาที่ใช้ในการกู้คืนข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการใช้ Dell EMC Data Domain

Go To Lead


งานแฟร์ สายการบินเอมิเรตส์
นายมูฮัมหมัด ซาร์ฮาน ผู้จัดการประจำ ประเทศไทย เมียนมาร์และกัมพูชา สายการบินเอมิเรตส์ เปิดเผยว่า เอมิเรตส์ ทราเวล แฟร์ 2019 เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าของเราในประเทศไทย ผ่านข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับบัตรโดยสารและของสมนาคุณมากมาย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานในครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้ประชาชนไทยสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายของสายการบินเอมิเรตส์ ซึ่งออกแบบเพื่อประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่า เรามุ่งมั่นส่งเสริมการเดินทางโดยการสร้างแรงบันดาลใจผ่านเครือข่ายจุดหมายปลายทางทั่วโลกที่ครอบคลุมของเอมิเรตส์ พร้อมด้วยระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินชั้นนำ อาหารรสเลิศ และการบริการระดับโลก ที่เอมิเรตส์มอบให้แก่ลูกค้าของเราอย่างเสมอมา
เอมิเรตส์เป็นสายการบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันให้บริการเดินทางสู่จุดหมายปลายทางทั่วโลกกว่า 150 แห่ง ใน 86 ประเทศ โดยสายการบินเอมิเรตส์เปิดให้บริการ 35 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากสนามบินนานาชาติภูเก็ตสู่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ (ในช่วง ฤดูหนาว) โดยมีตารางการบินหลากหลายเวลาให้เลือกตลอดทั้งวันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้โดยสาร

Go To Lead


สแกนเนีย 'ลอนช์' รถบรรทุกใหม่
นายสเตฟาน ดอร์สกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม เปิดเผยว่า การนำเสนอสินค้าและบริการที่จะยกระดับสแกนเนียในประเทศไทย และจะเติบโตไปพร้อมกันกับประเทศไทยในทศวรรษหน้า วันนี้สแกนเนียเปิดตัวรถบรรทุกรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ หากยังเป็นเหมือนเครื่องมือพิเศษที่ชาญฉลาด ในรูปแบบของโซลูชันสินค้าและบริการที่ยั่งยืนอย่างครบวงจร โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ลูกค้าของเรามีเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืนในธุรกิจของลูกค้า คุณสมบัติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือหัวเก๋งที่ออกแบบใหม่หมด รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ที่ล้าสมัย เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ และมีทัศนวิสัยดียิ่งขึ้น จากการปรับตำแหน่งผู้ขับขี่และการใช้แดชบอร์ดที่ต่ำกว่าเดิม อีกทั้งอากาศพลศาสตร์ พร้อมทั้งระบบขับเคลื่อนใหม่ที่ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 5% ด้านความปลอดภัยในการขับขี่ สแกนเนียได้ปรับปรุงคุณสมบัติด้านความปลอดภัยใหม่ทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟ อย่างเช่น การเป็นเจ้าแรกในอุตสาหกรรมนี้ ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านข้างแบบโรลโอเวอร์ เพื่อปกป้องผู้ขับขี่จากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ปัจจุบันนี้สัญญาการบำรุงรักษา มีแบบแผนการที่ยืดหยุ่น ซึ่งจะคำนวณช่วงเวลาการบำรุงรักษาที่เหมาะสมสำหรับรถแต่ละคัน ตามการใช้งานจริงของรถ เพิ่มเวลาทำงานรวมสูงสุด และเพิ่มศักยภาพการทำกำไรของลูกค้า “สินค้าและและบริการใหม่ ๆ ของเราให้นิยามคำว่า “พรีเมียม” อย่างชัดเจนในอุตสาหกรรมรถบรรทุก

Go To Lead


'ปั้น' ช่างเกษตรท้องถิ่น
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผล ติดตามการดําเนินกิจกรรมสร้างช่างเกษตรท้องถิ่น ภายใต้โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าและการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรทดแทนแรงงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ซึ่งมีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักกิจกรรม โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ ในด้านเทคนิคการใช้และการบํารุงรักษาเครื่องจักรกลการเกษตร ตลอดจนสร้างช่างเกษตรประจําท้องถิ่น เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรของประเทศ กำหนดเป้าหมายเกษตรกร 2,100 ราย รวม 38 จังหวัดในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และ ศพก. ซึ่งปี 2561 ดำเนินการได้ 2,106 รายตามเป้าหมายที่กำหนด การดำเนินกิจกรรมโครงการ ได้จัดถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านทักษะเทคนิคการใช้และการบํารุงรักษา และการบริหารจัดการเครื่องจักรกล โดยหน่วยงานกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ช่างเกษตรท้องถิ่นระดับ 1 ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เบื้องต้น โดยพัฒนาทักษะและเทคนิคในการใช้งานและบำรุงรักษาเครื่องยนต์เบื้องต้น ซึ่งภายหลังการอบรม จะได้รับวัสดุอุปกรณ์ อาทิ ไส้กรอง และน้ำมันเครื่อง เพื่อนำไปใช้บำรุงรักษาเครื่องยนต์ของตนเอง ช่างเกษตรท้องถิ่นระดับ 2 เป็นช่างเกษตรที่ผ่านการฝึกอบรมช่างเกษตรท้องถิ่นระดับที่ 1 มาแล้ว ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เบื้องต้นด้านการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตร และ ช่างเกษตรท้องถิ่นระดับ 3 เป็นช่างเกษตรที่ผ่านการฝึกอบรมช่างเกษตรท้องถิ่นระดับที่ 2 มาแล้ว ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เบื้องต้นด้านการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการทำงานของเครื่องจักรกล โดยเมื่อผ่านการอบรม ช่างเกษตรท้องถิ่นระดับ 2 และ 3 จะได้รับอุปกรณ์เพื่อใช้ในการดูแลและซ่อมแซมเครื่องจักรกล เช่น ประแจแหวนปากตาย ประแจบล็อกตัวที่ และด้ามขันบล็อก เป็นต้น

Go To Lead

  --  
iClickNews.com