Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

เอพี จัดประกวดออกแบบห้องชุด ออมสิน ลอนช์ “สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท
“TMB ABSOLUTE CARE” ทิพยประกันภัย 'ชู' นวัตกรรมบุกตลาด
FWD ลอนช์ประกันสุขภาพ ทีเอ็มบี แอปโซลูท แคร์ 'เร่ง'ส่งเสริมและพัฒนา SMEs ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม
CAT ธุรกิจใหม่ศึกษาเทคโนโลยี 5G 'หนุน' ท่องเเที่ยวเมืองรอง ไฮซีซั่น
“ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” เจเนอเรชันที่ 5 ยกระดับฐาน 'ข้อมูล'ยางพารา

เอพี จัดประกวดออกแบบห้องชุด
นายประจักษ์ ประภามณฑล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ความตั้งใจของเอพีในการจัดประกวดออกแบบห้องชุด เพื่อเปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาในสายวิชาชีพสถาปัตยกรรมและออกแบบตกแต่งภายใน ได้แสดงความสามารถหรือมุมมองความคิดใหม่ๆ ในการออกแบบพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย โดยไอเดียที่ได้รับรางวัลชนะเลิศทางเอพีจะนำมาสร้างจริง ซึ่งความท้าทายสำหรับ น้องๆ ในการออกแบบนอกจากความคิดสร้างสรรค์แล้ว หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ ต้องสามารถก่อสร้างและอยู่อาศัยได้จริงอย่างยั่งยืน ภายใต้งบประมาณค่าก่อสร้างที่กำหนด เราจะเห็นหลายงานประกวดที่เป็นไอเดียสุดล้ำแต่ท้ายสุดแล้วไม่สามารถทำได้จริง ดังนั้น การประกวดครั้งนี้น้องๆ ทุกคนจะได้รับโจทย์ในการออกแบบบนพื้นฐานของการทำธุรกิจจริง ซึ่งมั่นใจว่าน้องกว่า 200 คนที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่ได้รับรางวัล แต่เชื่อว่าทุกคนจะได้แนวคิดและองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่มีในตำราเรียนกลับไปอย่างแน่นอน”
นายพัชร ชยาสิริ ผู้อำนวยการ เอพี ดีไซน์ แล็บ กล่าวว่า "เอพี ดีไซน์ แล็บมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมด้านพื้นที่ให้กับที่อยู่อาศัยภายใต้การพัฒนาของเอพี ไทยแลนด์ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของคนเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ยิ่งโดยเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่เลี่ยงไม่ได้กับขนาดของพื้นที่ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากที่จะออกแบบให้ตอบสนองทั้งด้านการใช้งาน และเอกลักษณ์ด้านการดีไซน์ เพราะถ้าหากดีไซเนอร์ไม่เข้าใจพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ ก็จะใส่ทุกๆ ฟังก์ชั่นเข้ามาในห้อง ซึ่งบางสิ่งไม่มีความจำเป็นสำหรับผู้อยู่อาศัย ซึ่งเราตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่าเราจะเพิ่มมูลค่าให้กับทุกพื้นที่ด้วยวิธีคิดในการออกแบบได้อย่างไร ซึ่งกิจกรรม Design Contest ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เอพี ดีไซน์ แล็บจะได้แบ่งปันองค์ความรู้เรื่องดีไซน์ให้กับนิสิต นักศึกษาที่กำลังจะก้าวสู่อาชีพดีไซเนอร์ ได้ฝึกคิดฝึกออกแบบบนโจทย์จริงที่ท้าทายในเรื่องพื้นที่และพฤติกรรมการอยู่อาศัยของคนกลุ่มนิวเจเนอเรชั่น โจทย์ในการประกวดคือ การออกแบบห้องชุด 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘NEW GEN NEW TREND’ การออกแบบพื้นที่แห่งโลกอนาคต ที่ปรับเปลี่ยนได้ และเติบโตไปตามผู้อยู่อาศัย ภายใต้งบประมาณในการก่อสร้าง 300,000 บาท ซึ่งผลงาน ‘MULTIPLE LIVING SPACES IN CO-LIVING SPACE’ ของนายธรณ์นนท์ พีระญาณ์โกเศส ได้รับรางวัลชนะเลิศและนำไปก่อสร้างจริง ด้วยแนวคิดในการออกแบบที่เชื่อที่ว่า เราต่างก็ต้องการพื้นที่ย่อยๆ ที่ซ้อนทับกัน ดังนั้น ธรณ์นนท์เลือกที่จะแก้โจทย์ข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ ด้วยแนวคิดการใช้พื้นที่บนอากาศจนเกิดเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่นำมาซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากขึ้น เราจะเห็นที่ทำงานไม่ใช่เพื่อทำงานเพียงอย่างเดียว หรือที่นอนไม่ได้ใช้นอนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

Go To Lead


ออมสิน ลอนช์ “สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ธนาคารออมสินได้เตรียมวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท ในการดำเนินการออกผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท” เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการมีที่อยู่อาศัยในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะช่วงปลายปี ทั้งซื้ออยู่อาศัยใหม่ ปลูกสร้างบ้านบนที่ดิน ต่อเติม ซ่อมแซม หรือต้องการรีไฟแนนซ์ ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถแจ้งความจำนงได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2562 เป็นต้นไป สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท ให้กู้ตามความสามารถชำระหนี้ของลูกค้าแต่ละราย โดยไม่จำกัดวงเงินกู้สูงสุด คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ คือ อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 0.010% ปีที่ 2-3 เท่ากับ 4.350% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR-0.50% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารฯ ปัจจุบัน = 6.745% ต่อปี) คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี = 2.903% โดยวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 20 ปี ในปีแรกคิดเป็นเงินงวดผ่อนชำระ 10 บาทต่อเดือน ปีที่ 2-3 ผ่อนชำระ 3,700 บาทต่อเดือน และปีที่ 4 เป็นต้นไป ผ่อนชำระ 8,300 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ ยังได้รับการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งให้ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์จาก 2.00% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนองจาก 1.00% เหลือ 0.01% ขณะเดียวกันธนาคารออมสินได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สามารถผ่อนชำระได้สูงสุดถึง 40 ปี โดยลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระได้ยาวนานขึ้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ให้มากที่สุด ขณะที่สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท ได้คิดคำนวณเงินงวดให้ผ่อนสบาย ๆ ในช่วงภาวะที่เศรษฐกิจปัจจุบัน เพื่อให้แบ่งเงินนำไปเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงเก็บออมไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้

Go To Lead


“TMB ABSOLUTE CARE”
นางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้าบุคคลระดับกลาง ทีเอ็มบี เปิดเผยถึง ภาพรวมทางสังคมที่ส่งผลถึงพฤติกรรมและความต้องการใช้ผลิตประกันสุขภาพในปัจจุบันว่า “เนื่องจากปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความสนใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ก็ยิ่งทำให้ผู้คนได้รับโอกาสที่จะมีอายุยืนยาวมากขึ้น ส่งผลให้ประชากรทั่วโลกมีอายุยืนยาวเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับประเทศไทยที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัวในปี 2564 ที่จะถึงนี้ ซึ่งพบว่าคนไทยจะมีผู้สูงอายุจำนวนมากถึง 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งการมีอายุยืนยาวเป็นเรื่องที่ดีแต่ระหว่างทางก็จะมีความเสี่ยงที่เกิดจากการกินอยู่ การใช้ชีวิต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เมื่ออายุมากขึ้นเราก็ต้องต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคภัยไข้เจ็บเรื้อรัง หรือที่ต้องได้รับการดูแลรักษาพิเศษ เช่น โรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง โรคปอด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต โรคตับ เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้เมื่อเป็นแล้วต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของตัวเองและครอบครัว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องวางแผนเผื่อไว้สำหรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากความเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งหากมีหลักประกันสุขภาพที่ดีและตอบโจทย์ก็จะช่วยให้เรารับมือกับภาวะดังกล่าวได้เป็นอย่างดี”
ทีเอ็มบี ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการรับมือภาวะความเจ็บป่วยดังกล่าวจึงได้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพแผนใหม่ขึ้น ไม่เพียงแต่เพื่อให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมมากกว่าตัวลูกค้าหรือผู้เป็นเจ้าของกรมธรรม์เท่านั้นเท่านั้น แต่จะต้องเป็นแผนประกันที่สามารถดูแลได้ครอบคลุมถึงบุคคลรอบข้าง ดูแลทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจไปพร้อมกันในทุกช่วงเวลาของชีวิตอีกด้วย ดังนั้น ทีเอ็มบีจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่างเอฟดับบลิวดี (FWD) ออกแบบประกันสุขภาพที่เรียกว่า “ทีเอ็มบี แอปโซลูท แคร์” (TMB Absolute Care) ” ขึ้น

Go To Lead


ทิพยประกันภัย 'ชู' นวัตกรรมบุกตลาด
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์ ไอคลิกนิวส์ (www.iclicknews.com) ว่า แผนปีหน้าของบริษัท เตรียมขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น คาดว่ากำไรสุทธิปี 2563 เติบโตตามเป้า 2,000 บาท เทียบกับปีนี้ ตั้งเป้าไว้ 1,700 ล้านบาท อัตราการเติบโตปีละ 5 %ส่วนแผนการดำเนินงานไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทคงยึดนโยบายดำเนินกลยุทธ์ในเชิงรุก เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทั้งกลุ่มองค์กรและรายย่อยเพิ่มขึ้น อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างนวัตกรรมการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภค การบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ ตลอดจนการชดเชยสินไหมที่รวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าสูงสุด เป็นต้น คาดว่ากำไรไตรมาสนี้ 1,700 ล้านบาท" ดร.สมพร กล่าว
ผลการดำเนินงานประจำงวด 9 เดือน สิ้นสุด วันที่ 30กันยายน 2562 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวมกว่า 1,413.37 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 2.36บาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 1,247.64 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 2.08 บาท หรือกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 165.73 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้น 13.28 % ปัจจัยที่สนับสนุนให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากบริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่ดี เบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 13,391.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 12,689.82 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 702.16 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้น 5.53% โดยเบี้ยประกันภัยรับจำนวน 13,391.98 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันอัคคีภัย 1,405.42 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 255.34 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรถยนต์ 2,802.76 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ด 8,928.46 ล้านบาท ฐานะการดำเนินงานของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 สินทรัพย์รวม 38,732.73 ล้านบาท หนี้สินรวม 30,562.68 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 8,170.05 ล้านบาท

Go To Lead


FWD ลอนช์ประกันสุขภาพ ทีเอ็มบี แอปโซลูท แคร์
นายปรีชา รุธิรพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท เอฟดับบลิวดี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แบบประกันสุขภาพ ทีเอ็มบี แอปโซลูท แคร์ เป็นประกันที่ดูแลมากกว่าสุขภาพกาย แต่รวมถึงสุขภาพใจและคนข้างเคียง เพื่อให้เขากลับมาเข้มแข็งได้เหมือนเดิม ซึ่งแบ่งการดูแลเป็น 4 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 เตรียมความพร้อมสุขภาพให้ดีในทุกวัน ได้แก่ ตรวจสุขภาพประจำปี ดูแลรักษาสายตาและการทำเลสิค ดูแลและรักษาทางทันตกรรม และการฉีดวัคซีน รวมถึงการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร ช่วงที่ 2 การดูแลรักษาเมื่อยามป่วย เมื่อเข้ารับการรักษาจากโรคร้าย ทั้งกรณีเป็นผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ค่าอุปกรณ์หรืออวัยวะเทียม การเจ็บป่วยระหว่างอยู่ต่างประเทศ และการเข้ารักษาด้านจิตเวช รวมทั้งการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ทางเลือก และจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วย 5 โรคร้ายแรง ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ และการผ่าตัดเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วงที่ 3 การดูแลต่อเนื่อง หลังรับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน ทั้งด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู/กายภาพบำบัด การรักษาแบบการแพทย์บูรณาการสำหรับโรคมะเร็ง รวมทั้งการดูแลรักษาแบบประคับประคองระยะสุดท้าย และช่วงที่ 4 หมดกังวลในทุกสถานการณ์
แม้จะเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บฉุกเฉินทั้งในและต่างประเทศและภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์และการคลอดบุตร โดยแบบประกันสุขภาพ ทีเอ็มบี แอปโซลูท แคร์ มี 3 แผนความคุ้มครอง ให้ลูกค้าของทีเอ็มบีเลือกสรรตามความต้องการ ได้แก่ แผนไดมอนด์ (Diamond) วงเงินคุ้มครอง 100 ล้านบาท คุ้มครองทั่วโลก แผนแพลทินั่ม (Platinum) วงเงินคุ้มครอง 100 ล้านบาท คุ้มครองในประเทศไทย และแผนโกลด์ (Gold) วงเงินความคุ้มครอง 20 ล้านบาท คุ้มครองในประเทศไทย นอกจากนี้ ทีเอ็มบี แอปโซลูท แคร์ ยังมีบริการประสานงานเพื่อเดินทางไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในต่างประเทศ รวมทั้งมีบริการสายด่วนสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลกให้กับลูกค้า ทีเอ็มบี แอปโซลูท แคร์ เป็นประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษาด้วยการแพทย์บูรณาการสำหรับโรคมะเร็ง และครอบคลุม Targeted Therapy หรือการรักษาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลส์มะเร็ง รวมถึงแพทย์ทางเลือก ทำให้ลูกค้าอุ่นใจได้มากกว่าเพราะสามารถเลือกวิธีการรักษาที่ต้องการในสถานพยาบาลระดับ World-Class ในทุกที่ทั่วโลกได้ตั้งแต่วันแรก และเบาใจได้มากกว่าจากการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย

Go To Lead


'เร่ง'ส่งเสริมและพัฒนา SMEs ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม
นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราในทุกด้าน ทั้งการทำงาน การเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะการซื้อสินค้าออนไลน์ จากข้อมูลสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2561 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีมูลค่าสูงถึง 3,150,232.96 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี พ.ศ. 2565 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยคาดว่าเติบโตขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 22 จากมูลค่ามหาศาลนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จึงต้องมีการปรับตัว เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เป็นหน่วยงานสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้ปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งสร้างโอกาสทางการตลาดและก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ทั้งนี้ กสอ. จึงได้มีการปรับปรุงและสร้างระบบ SMEs Ecosystem หรือระบบนิเวศในการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอีขึ้น โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มในการเอื้อให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจและเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม เช่น การปรับการให้บริการในรูปแบบดิจิทัลเซอร์วิส ทั้งการรับสมัครเข้าร่วมโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายต่อการเข้าถึงบริการมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ i-Industry ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบัน กสอ. มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกในระบบแล้วกว่า 400,000 ราย แบ่งเป็นรูปแบบบุคคลกว่า 320,000 ราย และรูปแบบกิจการกว่า 93,000 ราย สำหรับปี พ.ศ. 2563 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่า 2,000 กิจการ และบุคลากรภาคธุรกิจอุตสาหกรรมและที่เกี่ยวข้องกว่า 20,000 ราย นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระบบดิจิทัลในการกำกับติดตามการดำเนินงานสำหรับโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี โดยผู้เชี่ยวชาญ ณ สถานประกอบการ ซึ่งเรียกว่าระบบ Self-Declare โดยจะมีการเช็คอิน (Check-in) การเข้าปฏิบัติงานในสถานประกอบการของที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และรายงานผลแบบ Real time ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถประเมินผลการทำงานของที่ปรึกษาได้ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Go To Lead


CAT ธุรกิจใหม่ศึกษาเทคโนโลยี 5G
พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม หรือ CAT เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2562 ว่า ได้มีการประมาณการรายได้ในปี 62 นี้อยู่ที่ 87,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้นอกจากการดำเนินธุรกิจแบบปกติแล้ว ยังมีรายได้จากเงินข้อพิพาทซึ่ง กสท เป็นผู้ชนะเข้าเป็นรายได้อีกส่วนหนึ่ง ส่งผลให้กำไรสุทธิของปีนี้ น่าจะอยู่ราวๆ 38,000-40,000 ล้านบาท ปีนี้ผลประกอบการจะมากกว่าปกติ ต้องแยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นผลดำเนินการธุรกิจของ กสท เอง จะมีกำไรสุทธิราวๆ 2,400 ล้านบาท และยังมีรายได้จากข้อพิพาทอีก 8-9 พันล้านบาท และยังมีเงินที่กันไว้สำหรับคดีพิพาทอีกบางคดีที่ทาง กสท กันเงินเอาไว้แต่ศาลยังไม่ตัดสิน ก็สามารถนำมาลงเป็นรายได้ในปีนี้ได้ สำหรับประมาณการปี 2563 กสท โทรคมนาคม วางเป้าหมายมีกำไรสุทธิจากการดำเนินธุรกิจ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ 39,600 ล้านบาท และรายจ่าย 36,200 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้ในปี 2563 จะยังคงมีกำไร แม้จะไม่ได้มีรายได้พิเศษเข้ามาเหมือนปี 62 โดยในส่วนที่คาดว่า จะเป็นผลกระทบต่อ กสท. อันดับแรก กำหนดประมาณ?การหนี้สินทางบัญชี?ค่าชดใช้ตามคำพิพากษา?และตามสัญญา FTTX กว่า 5,000 ล้านบาทซึ่งทางบอร์ดได้มีมติเห็นชอบอนุมัติงบดังกล่าวแล้ว ประการต่อมาจะหันมาเน้นการสร้างรายได้จากดิจิท้ลเซอร์วิส เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็น ดาต้าเซ็นเตอร์ ไอทีซีเคียวริตี้? คลาวด์? ซึ่งในส่วนของคลาวด์ก็มีโครงการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกจากนี้จะมีการพัฒนาระบบดิจิทัลโซลูชั่น เช่นการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐ มาใช้ประโยชน์ อาทิ พัฒนาเพรตฟอร์ม?ในสาธารณสุข?เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ลดความซ้ำซ้อนกระบวนการทำงาน ถ้าสามารถ?ทำได้จะทำให้ทุกโรงพยาบาลในประเทศ?ไทยมีข้อมูลเชื่อมโยงกัน ด้านการท่องเที่ยวจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยว สนใจมาใช้แพลตฟอร์ม?เมื่อเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ?ไทย เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัย และเพรตฟอร์ม?ด้านการป้องกันด้านภัยพิบัติ ส่วนธุรกิจใหม่เราจะศึกษาเทคโนโลยี 5G เพื่อเสนอแนวทางเข้าร่วมประมูล นอกจากนี้ เรายังเตรียมความพร้อมเรื่องดาวเทียม?ที่จะมีการเปิดเสรีเป็นใบอนุญาต? ซึ่งเราเองมีธุรกิจดาวเทียม?อยู่แล้วในลักษณะ?บรอดแคสต์ ซึ่งจะใช้วิธีหาคู่ค้าหรือพาร์ทเนอร์?เข้ามาร่วมทำธุรกิจ โดยมองว่าในอนาคตธุรกิจดาวเทียมจะเป็นส่วนหนึ่งของ โครงสร้างพื้นฐาน 5G รวมถึงอินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนด์

Go To Lead


'หนุน' ท่องเเที่ยวเมืองรอง ไฮซีซั่น
นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า จะเร่งผลักดัน การเพิ่มเที่ยวบินในสังกัดของกรมท่าอากาศยาน หรือ ทย.ทั้ง 29 แห่ง ทั้งในแง่ของจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสาร เพิ่มขึ้นปีละ 8-10?% จากปัจจุบันนี้ ท่าอากาศยานในสังกัดของกรมท่าอากาศยานนั้นมีผู้โดยสารเดินทาง32 ล้านคน/ปีสำหรับการขับเคลื่อนดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการผลักดัน การท่องเที่ยวเมืองรองของประเทศ รวมทั้งนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ได้สั่งการในขณะนี้คือการนำสินค้า OTOP เข้าไปจำหน่ายในพื้นที่ท่าอากาศยานทั้ง 29 แห่ง โดยเน้นย้ำว่า ให้วางจำหน่ายในตำแหน่งที่เหมาะสม และสวยงาม ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวและผู้เดินทาง เป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณเที่ยวบิน และจำนวนผู้โดยสาร ของสนามบินสังกัด ทย.มั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยขณะนี้ทย. มีสนามบินในทุกภูมิภาค ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นสนามบินแม่สอด, สนามบินเบตง, สนามบินอุดรธานีและสนามบินกระบี่? ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพทั้งสิ้น
การโอนสนามบินในสังกัดกรมท่าอากาศยานไปให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท)ไปบริหาร ซึ่งในจำนวน 4 สนามบินนั้น มีท่าอากาศยานจังหวัดอุดรธานีอยู่ นอกจากท่าอากาศยานกระบี่, บุรีรัมย์, และตาก,ปัจจุบันนี้ท่าอากาศยานอุดรธานี จะอยู่ภายใต้ กำกับของหน่วยงานราชการแต่ก็บริหารได้แบบมืออาชีพ ส่วนการจะโอนสนามบินใด ไปให้ทอท.บริหารส่วนนี้เห็นว่า จำเป็นต้องเปิดกว้าง ให้รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนรายใดก็ได้ ที่มีความสามารถมีการบริหารงานเป็นมืออาชีพ เข้ามาบริหารงานไม่จำเป็นต้องผูกขาดว่าจะต้องให้ทอท.บริหารเท่านั้น

Go To Lead


“ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” เจเนอเรชันที่ 5
นายมาซายูคิ อิงาราชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ งานปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ฮอนด้า ซิตี้ นับเป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่สำคัญของฮอนด้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นยนตรกรรมสำหรับภูมิภาค (Regional Model) โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี พ.ศ. 2539 และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เจเนอเรชัน 1 ถึง เจเนอเรชัน 4 ด้วยยอดขายสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลกกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียเป็นตลาดที่สำคัญของฮอนด้า ซิตี้ เห็นได้จากยอดขายกว่า 100,000 คัน ในปี 2562 (มกราคม – กันยายน 2562) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% จากยอดขายฮอนด้า ซิตี้ ทั่วโลก และประเทศไทย ถือเป็นตลาดหลักของ ฮอนด้า ซิตี้ ทั้งในแง่ของการเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของฮอนด้าในภูมิภาคอีกด้วย ในวันนี้ลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัสกับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นครั้งแรกในโลก โดยจะเป็นยนตรกรรมที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้าและสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถยนต์ไทยได้อีกครั้งหนึ่ง”
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซิตี้ เป็นยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระดับรถซิตี้คาร์ ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาดซับคอมแพคท์ จากความสำเร็จของ ฮอนด้า ซิตี้ กว่า 2 ทศวรรษ การพัฒนา ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันใหม่ จึงถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ โดยจะเป็นรถซิตี้คาร์ที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมและเหนือกว่ารถในระดับเดียวกันในทุกด้าน แต่ยังเพิ่มความคุ้มค่าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ซึ่งมาพร้อมราคาที่ปรับลดลงในทุกเกรด ด้วยคุณค่าใหม่นี้ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 5 จะเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกครั้ง”

Go To Lead


ยกระดับฐาน 'ข้อมูล'ยางพารา
นายมาซายูคิ อิงาราชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ งานปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ฮอนด้า ซิตี้ นับเป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่สำคัญของฮอนด้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นยนตรกรรมสำหรับภูมิภาค (Regional Model) โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี พ.ศ. 2539 และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เจเนอเรชัน 1 ถึง เจเนอเรชัน 4 ด้วยยอดขายสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลกกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียเป็นตลาดที่สำคัญของฮอนด้า ซิตี้ เห็นได้จากยอดขายกว่า 100,000 คัน ในปี 2562 (มกราคม – กันยายน 2562) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% จากยอดขายฮอนด้า ซิตี้ ทั่วโลก และประเทศไทย ถือเป็นตลาดหลักของ ฮอนด้า ซิตี้ ทั้งในแง่ของการเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของฮอนด้าในภูมิภาคอีกด้วย ในวันนี้ลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัสกับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นครั้งแรกในโลก โดยจะเป็นยนตรกรรมที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้าและสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถยนต์ไทยได้อีกครั้งหนึ่ง”
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซิตี้ เป็นยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระดับรถซิตี้คาร์ ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาดซับคอมแพคท์ จากความสำเร็จของ ฮอนด้า ซิตี้ กว่า 2 ทศวรรษ การพัฒนา ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันใหม่ จึงถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ โดยจะเป็นรถซิตี้คาร์ที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมและเหนือกว่ารถในระดับเดียวกันในทุกด้าน แต่ยังเพิ่มความคุ้มค่าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ซึ่งมาพร้อมราคาที่ปรับลดลงในทุกเกรด ด้วยคุณค่าใหม่นี้ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 5 จะเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกครั้ง”

Go To Lead

  --  
iClickNews.com