Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

'อาเซียน' ร่วมต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 'ลุย' นักการเมืองถือหุ้นสื่อ
เอพี 'บุก'ตลาดคอนโดระดับบน TMB 'ชี้'เทรนด์'เงินบาท' แข็งค่า
บัตรเครดิตทีเอ็มบี โปรแรง ประกันแข่งดุ 'บุก'ตลาดคนทำงาน
LAZADA presents BOB Baby Oh! Baby สหรัฐฯ ปรับสถานะไทยดีขึ้น
ทรูบิสิเนส เปิดบริการ “WiFi Move” “นกแอร์” เดินหน้าแผน 'ฟื้น' ธุรกิจ
“ไทยบริดจสโตน" ชวนเยาวชนนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ประกวด รัฐพร้อมมาตรการช่วยเหลือ รองรับสินค้าสำคัญ

'อาเซียน' ร่วมต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
นายเออร์ลิง เวสเตอร์การ์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ศูนย์สังเกตการณ์การละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาแห่งยุโรป (European Observatory on Infringements of IP Rights) เปิดเผยว่า ย้ำถึงความริเริ่มหลากหลายโครงการของสหภาพยุโรปเพื่อการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ “การออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในสหภาพยุโรปช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและศุลกากรมีอำนาจที่จำเป็นในการสกัดกั้นสินค้าปลอมได้เป็นผลสำเร็จ การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการบังคับใช้กฎหมายคือหนึ่งในชุดกิจกรรมเนื่องในวันทรัพย์สินทางปัญญาโลกในปีนี้ ดำเนินงานโดย อะไรส์พลัส ไอพีอาร์ (ARISE+ IPR) ซึ่งเป็นแผนงานระยะ 5 ปีที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป โดยต่อเนื่องหลังจากจบการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ อะไรส์พลัส ไอพีอาร์ ได้จัดการประชุม ASEAN Network of IPR Enforcement Experts (ANIEE) ครั้งที่ 4 ในวันที่ 25-26 เมษายน 2562 ณ กรุงมะนิลา รวมถึงการสนับสนุนสมาชิกในงาน ANIEE ให้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในวันทรัพย์สินทางปัญญาโลกกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศฟิลิปปินส์
การประชุม ASEAN Network of IPR Enforcement Experts (ANIEE) รวบรวมผู้แทนจากชาติสมาชิกอาเซียนซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ดำเนินการจัดงานโดย ASEAN Working Group on Intellectual Property Cooperation (AWGIPC) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลการจัดกิจกรรรมส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้แผนการดำเนินงานด้านสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของภูมิภาคอาเซียน ปี ค.ศ. 2016-2025 (ASEAN IPR Action Plan 2016-2025) งานวันทรัพย์สินทางปัญญาโลกเป็นกิจกรรมประจำปีซึ่งจัดขึ้นทุกวันที่ 26 เมษายน เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญาในการส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ แนวคิดของวันทรัพย์สินทางปัญญาโลกประจำปีนี้คือ “ทรัพย์สินทางปัญญาและวงการกีฬา (IP and Sports)”

Go To Lead


'ลุย' นักการเมืองถือหุ้นสื่อ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 2 จังหวัดสมุทรสาคร และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยว่า เรื่องของธนาธร อาจจบด้วย กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ได้เชียร์ธนาธร แต่ประเด็นธนาธรยังมีมุมที่ใครต่อใครไม่ได้นึกถึง รวมทั้ง กกต.เองด้วย ต้องบอกว่า กม.เลือกตั้ง ส.ส.ฉบับนี้มีประเด็นที่ต้องอ่านอย่างละเอียดถึงจะเข้าใจจริงๆ และขอบคุณที่มีเรื่องโน้นเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้ต้องอ่าน ต้องค้นคว้ากฎหมายอยู่เรื่อยๆประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครในส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น ให้ดูที่ มาตรา ๖๐ และ มาตรา ๖๑ ของพรป. ส.ส. โดยสรุปให้ฟังง่ายคือ มาตรา ๖๐ กล่าวว่าหาก กกต.รับสมัครผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดแล้ว ก็ให้ประกาศรายชื่อผู้สมัครภายใน ๗ วัน นับแต่วันรับสมัคร และหากจะมีใครทักท้วง ให้ยื่นภายใน ๗ วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ (ประกาศรายชื่อ ๑๕ กุมภาพันธ์ ดังนั้นร้องได้ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒)มาตรา ๖๑ กล่าวว่า หากก่อนวันเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่าผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ถอนรายชื่อจากผู้สมัคร (เลือกตั้ง ๒๔ มีนาคม ดังนั้นก่อนวันเลือกตั้งวันสุดท้ายคือ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๒) คำแถลงของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒ แจ้งว่ามีมติ กกต. ให้แจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร เนื่องจากมี”ผู้ร้อง”ว่า นายธนาธรเป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ถ้าไปค้นดูผู้ร้องคือ นายศรีสุวรรณ จรรยา มีการร้องธนาธร ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เรื่องนายธนาธรลงประวัติตัวเองเป็นเท็จเรื่องตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่สองเมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๒ เรื่องการถือหุ้นสื่อการยื่นทั้งสองครั้ง จึงเป็นการยื่นคัดค้านคุณสมบัติตามมาตรา ๖๐ ซึ่งต้องดำเนินการภายในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒การยื่นที่เกินกำหนดเวลา เป็นเรื่องที่ กกต.ไม่อาจรับคำร้องมาพิจารณาได้ นี่รับ แล้วตั้งอนุกรรมการไต่สวน และมีมติแจ้งข้อกล่าวหา กรณีจะเป็นความปรากฏต่อ กกต.เองตามมาตรา ๖๑ ก็ต้องดำเนินการก่อนวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ กรณีที่จะใช้ มาตรา ๑๓๒ ว่าเป็นการกระทำที่ให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จนให้ใบส้ม ต้องตั้งเรื่องใหม่ ไม่สามารถนำคำร้องที่เกินกำหนดมาเป็นต้นเรื่องในการพิจารณาได้ ระวัง จะโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบครับ

Go To Lead


เอพี 'บุก'ตลาดคอนโดระดับบน
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนในทำเลที่ดินติดแนวรถไฟฟ้าสยาม-สถานีอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิย้อนหลังใน 5 ปี โดยพบว่า มีจำนวนโครงการที่เปิดตัวรวมจำนวน 13 โครงการ แบ่งเป็นโครงการระดับลักชัวรี ระดับราคา 150,000-190,000 บาทต่อตร.ม. 7 โครงการ มียอดขายเฉลี่ย 55% โครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี ระดับราคา 200,000-300,000 บาทต่อตร.ม. 5 โครงการ มียอดขายเฉลี่ย 89% และโครงการระดับอัลต้าลักชัวรี่ 1 โครงการ มียอดขาย 56% เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จึงได้พัฒนาโครงการ ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนระหว่างบริษัทและ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ประเทศญี่ปุ่น พัฒนาบนพื้นที่กว่า 3 ไร่ จำนวน 1 อาคาร ความสูง 50 ชั้น รวม 880 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 8,800 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 5.9 ล้านบาท หรือราคาขายเริ่มต้น 200,000 บาทต่อตร.ม. เจาะความต้องการกลุ่มลูค้าซูเปอร์ลักชัวร์รี่ ทั้งนี้บริษัทเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 8-9 มิถุนายน นี้ โดยตั้งเป้ามียอดพรีเซลล์ในวันเปิดตัวที่ประมาณ 30-40% ปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 39 โครงการ มูลค่ารวม 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท แนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท โดยในไตรมาสแรกเปิดตัวไปแล้วจำนวน 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 13,220 ล้านบาท และมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาส 2 จำนวน 13 โครงการ มูลค่า 19,720 ล้านบาท และสำหรับในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 18 โครงการ มูลค่า 23,860 ล้านบาท

Go To Lead


TMB 'ชี้'เทรนด์'เงินบาท' แข็งค่า
นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหาร TMB Analytics เปิดเผยว่า TMB Analytics ประเมินเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของปีแตะระดับ31.16บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 4% จากสิ้นปี 2018 หนุนด้วยปัจจัยนักท่องเที่ยวต่างชาติ การคาดการณ์ดุลการค้าที่ยังคงเป็นบวก และการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้นของธนาคารกลางหลักของโลก อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทอาจผันผวนเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปีจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น อาจเผชิญความความผันผวนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ผู้ประกอบการรวมถึงนักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินที่เหมาะสม
ปัจจัยที่จะกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คิดเป็นเกือบ 40% ของดุลการชำระเงินทั้งหมด โดยTMB Analytics คาดว่าในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะสูงถึง 40.4 ล้านคน หรือขยายตัวกว่า 5.5% จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีหลังเหตุการณ์เรือฟีนิกซ์ล่มที่ภูเก็ตเมื่อกลางปีที่แล้วและมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องแม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจะต่ำลงเมื่อเทียบกับฐานที่สูงจากปีก่อน ดุลการค้าที่คาดว่าจะยังคงเกินดุลต่อเนื่อง รวมมูลค่ากว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นถึงแม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวลดลงจากการชะลอของเศรษฐกิจโลก แต่การนำเข้าอาจชะลอมากกว่าจากปัจจัยการลงทุนในประเทศที่รอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าการนำเข้าจะชะลอลงจาก 12.5% ในปีก่อน เหลือเพียง 2% ในปีนี้

Go To Lead


บัตรเครดิตทีเอ็มบี โปรแรง
บัตรเครดิตทีเอ็มบี ให้ลูกค้าเดินทางปลอดภัย มั่นใจทุกระยะทาง ออกโปรแรง ให้คุ้มถึง 2 ต่อ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทีเอ็มบีที่ FIT Auto ทุกสาขา ต่อที่ 1: รับส่วนลดเพิ่มทันที 5% เมื่อซื้อสินค้า หรือใช้บริการที่ FIT Auto 3,000 บาท ขึ้นไป ต่อที่ 2: รับเงินคืนสูงสุด 6,600 บาท (ชำระเต็มจำนวน) เมื่อมียอดใช้จ่าย 3,500 บาท ขึ้นไป/เซลส์สลิป รับเครดิตเงินคืน 100 บาท เมื่อมียอดใช้จ่าย 15,000 บาท ขึ้นไป/เซลส์สลิป รับเครดิตเงินคืน 650 บาทเมื่อมียอดใช้จ่าย 40,000 บาท ขึ้นไป/เซลส์สลิป รับเครดิตเงินคืน 2,200 บาท จำกัด 1 ท่าน /1 สิทธิ์ /เดือน (รวมสูงสุด 3 สิทธิ์ / ตลอดรายการ) จำกัดเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 6,600 บาท/ตลอดรายการ ลงทะเบียน SMS เพื่อรับสิทธิ์ (ข้อความละ 3 บาท) พิมพ์ TMBFA ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต TMB 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า So GooOD ช้อปแล้วอย่าลืมแบ่งจ่ายกับ ทีเอ็มบี โซกู๊ด แบ่งจ่ายได้ทุกชิ้น ทั้งร้าน 0% 3 เดือน (ขั้นต่ำ 1,000 บาท/ เซลล์สลิป) ระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2562 นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ TMB Contact Center โทร. 1558

Go To Lead


ประกันแข่งดุ 'บุก'ตลาดคนทำงาน
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้กรุงเทพประกันภัยได้ร่วมมือกับทีคิวเอ็ม โดยการนำโปรดักท์ประกันมนุษย์เงินเดือนมาพัฒนาต่อยอดด้วยการออกแบบความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ขึ้นมาเป็นแคมเปญพิเศษใช้ชื่อว่า “มนุษย์เงินเดือน MAY DAY” โดยใช้แนวคิดจากวันผู้ใช้แรงงานแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นลูกค้าในกลุ่มมนุษย์เงินเดือนเช่นกัน ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ได้นำเสนอเป็นโปรดักท์ที่เหมาะกับช่วงวันสำคัญ ได้แก่ “ประกันอุบัติเหตุทำงานสบายใจ” ประกันอุบัติเหตุที่ออกแบบความคุ้มครองให้ครอบคลุมทุก ค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับคนทำงานในภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้เครื่องจักรในการทำงาน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง โดยให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงที่เกิดจากการทำงาน สูงสุดถึง 500,000 บาท นอกจากนี้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อคนในครอบครัว ประกันนี้ยังมีเงินชดเชยรายได้กรณีต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุอีก 500 บาท ต่อวัน และเข้ารับการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ด้วยเบี้ยประกันภัยที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้เพียง 999 บาทต่อปี
“ประกัน Care คุณว่างงาน” ประกันคุ้มครองการว่างงาน เพราะมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบันมีความเสี่ยงต่อการที่นายจ้างปิดกิจการหรืออาจจะถูกเลิกจ้าง เนื่องจากการชะลอตัวของสภาพเศรษฐกิจและการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนในบางธุรกิจ โดยกรมธรรม์นี้จะให้เงินชดเชยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างการไม่มีงานทำ สูงสุด 75,000 บาท สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีอายุระหว่าง 20 – 60 ปี ที่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างประจำและเป็นผู้ประกันตนกับประกันสังคม “ประกันรถยนต์มนุษย์เงินเดือน” เพราะมนุษย์เงินเดือนทำงานยุ่งจนไม่มีเวลา รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ประกันภัยรถยนต์มนุษย์เงินเดือนซึ่งเป็นประกันรถยนต์ส่วนบุคคลประเภท 1 , 2+ และ 3+ จึงได้ออกแบบความคุ้มครองและบริการเสริมเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนทำงานได้อย่างตรงจุด ด้วยบริการขับรถรับ-ส่งทำธุระแทน มีรถให้ใช้ระหว่างซ่อม บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง พร้อมให้ความคุ้มครอง Gadget ในรถยนต์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้วยบริการผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน “ประกันสุขภาพ Health on Top” เพียงมีประกันสุขภาพหรือมีสวัสดิการของบริษัทอยู่แล้วก็สามารถซื้อประกันสุขภาพมนุษย์เงินเดือนกับเราได้ เริ่มต้นเพียง 3 พันกว่าบาท คุ้มครองสูงสุด 50,000 บาท ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลอีกต่อไป ประกันจ่ายให้ “ประกันอุบัติเหตุ 2 เด้งสำหรับวัยทำงาน” คุ้มครองอุบัติเหตุและหนี้สินค้างชำระหากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ “ประกันภัย Motor Add On” ให้มนุษย์เงินเดือนซื้อประกันเพิ่มได้ มีเงินชดเชยรายได้ขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล สูงสุด 3,000 บาทต่อวัน “ประกันมะเร็ง” โรคร้ายเกิดขึ้นได้เสมอเพื่อความไม่ประมาท ประกันมะเร็งสำหรับมนุษย์เงินเดือน เจอ จ่าย จบ คุ้มครองสูงสุด 5,000,000 บาท “ประกันภัยบ้านอยู่อาศัย Home & Content” คุ้มครองอัคคีภัย น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ รวมถึงให้ความคุ้มครองการโจรกรรม

Go To Lead


LAZADA presents BOB Baby Oh! Baby
LAZADA presents BOB Baby Oh! Baby –ลาซาด้า ผู้น าด้านอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมมือกับ ทีจีไอเอฟ มาร์เก็ต ผู้เชี่ยวชาญการจัดอีเว้นท์ เตรียมจัดปรากฏการณ์งานแสดงสินค้าและบริการเพื่อแม่ และเด็กกว่า 120 แบรนด์ดังครั้งใหญ่ใจกลางเมือง ณ GMM LIVE HOUSE ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์โดย งานนี้ได้ทีมงานระดับโปรงานอีเว้นท์มามากกว่า 5 ปีอย่าง TGIF Market ร่วมมือกับลาซาด้า เนรมิตแหล่งช้ อปปิ้งแบรนด์สุดพรีเมี่ยมที่คัดสรรมาเพื่อคุณแม่สายช้อปโดยเฉพาะ โดยเปิดตัวงานสุดอลังครั้งแรก ในวันที่ 3-5 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00น. - 21.00น.
LAZADA presents BOB Baby Oh! Baby น าเสนอธีมงานห้องนอนคุณหนูสีพาสเทล ผสมผสาน ความละมุนละไมอย่างลงตัวพร้อมกับความสนุกสนาน และโดดเด่นในแบบฉบับของ TGIF Market สุดเซอร์ไพรส์ ไปกับฉากถ่ายรูปอลังการบริเวณหน้างาน ให้คุณแม่ได้ตื่นตาตื่นใจ ช้อป แชะ แชร์กันอย่างจุใจกับแบรนด์คุณภาพ ระดับพรีเมี่ยมมาพร้อมเสิร์ฟ ในโลเคชั่นเด็ดกลางใจเมือง สมทบด้วยแบรนด์เด่นแบรนด์ดังในวงการคุณแม่ อาทิ Enfagrow, Babyhills Thailand, Baby Gift Thailand, Nanny, Attitude Mom, Bentley Babies Style, Cherry Baby, Happy Bear, Mom to Mom, PUMPNOM, LEGO, ToysRus, Hasbro, Pororo Aqua Park และอื่นๆอีกมากมาย พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษส าหรับเหล่าคุณแม่ ที่ช้อปผ่านแอปพลิเคชันลาซาด้าเท่านั้น เช่น สินค้า ราคา 1 บาท, ซื้อ 1 แถม 1, คูปองส่วนลด และโปรโมชั่นของแถมสุดพิเศษ ภายในงานเตรียมพบกับกิจกรรมส าหรับ ลูกน้อยที่เนรมิตสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่มาไว้ใจกลางเมือง เช่น ขบวนพาเหรดของเหล่าการ์ตูนจาก Pororo Aqua Park กิจกรรมถ่ายภาพกับธีมที่ Unique จากช่างภาพมืออาชีพ และกิจกรรมเพ้นท์หน้าที่ต้องถูกใจ ทั้งคุณแม่และคุณลูก รวมถึงร่วมฟังบทสัมภาษณ์แชร์เรื่องราวประสบการณ์สุดประทับใจจากคุณแม่ชื่อดังและ ผู้เชี่ยวชาญแบบเอ็กซ์คลูซีฟ จากเพจดัง ‘คุณแม่เลอค่า’ ที่บอกเลยว่าคุณแม่ท่านไหนอยากเป็นคุณแม่มืออาชีพ ต้องห้ามพลาดเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศช้อปสุดยิ่งใหญ่เพื่อคุณแม่และลูกน้อยในงาน LAZADA presents BOB Baby Oh! Baby ในวันศุกร์ที่ 3 ถึงวนั อาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 - 21.00 น. ณ GMM LIVE HOUSE ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook/Instagram : bobevent.th หรือติดต่อเบอร์โทร 094-485-669

Go To Lead


สหรัฐฯ ปรับสถานะไทยดีขึ้น
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้ารายสำคัญ ภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ (Special 301) ประจำปี 2562 โดยในปีนี้ประเทศไทยสามารถรักษาสถานะอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch list: WL) ได้ต่อไป หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ปรับสถานะไทยให้ดีขึ้นจากบัญชีที่ต้องจับต้องพิเศษ (Priority Watch List: PWL) เป็น WL เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา การประกาศครั้งนี้สหรัฐฯ ได้ชื่นชมนโนบายและความก้าวหน้าด้านการคุ้มครองและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยหลายเรื่อง โดยเฉพาะการที่ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการปราบปรามการละเมิด โดยได้กำกับดูแลและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และมีการทำงานเชิงบูรณการของหน่วยงานด้านการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งทำให้เกิดผลที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม สหรัฐฯ ยังได้ชื่นชมการดำเนินการคุ้มครองและส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาในหลายด้าน เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา การมีระบบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด การเสนอแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการจดทะเบียนและเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ รวมถึงการปราบปรามการละเมิดทั้งในท้องตลาดและบนอินเทอร์เน็ต
การที่ไทยสามารถรักษาสถานะอยู่ในบัญชี WL ได้ในปีนี้ ถือว่าน่าพอใจ เพราะนอกจากการเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนของนักลงทุนสหรัฐฯ แล้ว การดำเนินการของไทยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเหมาะสมกับระดับการพัฒนาประเทศ อีกทั้งยังกระตุ้นให้คนไทยเห็นความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานและปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ กระทรวงพาณิชย์ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนที่ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด เช่น กอ.รมน. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงาน กสทช. สำนักงาน ปปง. และสำนักงาน อย. เป็นต้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดีเช่นนี้ต่อไป แม้สหรัฐฯ จะแสดงความชื่นชมในความพยายามของไทย แต่ไทยยังคงต้องมุ่งมั่นพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะการปราบปรามการละเมิด การปรับปรุงพัฒนากฎหมาย และการเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียนสิทธิบัตร เป็นต้น

Go To Lead


ทรูบิสิเนส เปิดบริการ “WiFi Move”
ทรูบิสิเนส ตอกย้ำผู้นำบริการสื่อสารและดิจิทัลโซลูชันครบวงจรสำหรับลูกค้าองค์กรธุรกิจ เปิดตัวบริการใหม่ “WiFi Move” รายแรกในไทยที่ให้บริการ WiFi Hotspot แบบพกพาใช้งานในต่างประเทศ บนเทคโนโลยี Cloud Sim เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรที่พนักงานต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ให้ท่องเน็ตได้ทั่วโลกครอบคลุมกว่า 89 ประเทศ ในราคาประหยัดเหมือนใช้งานในประเทศไทย โดยอุปกรณ์จะเชื่อมต่อสัญญาณจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดในประเทศนั้นๆแบบอัตโนมัติ สะดวก ใช้งานง่าย เชื่อมต่อได้พร้อมกัน 5 เครื่องไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ต และใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 12 ชั่วโมง มั่นใจไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสาร ไม่ต้องสมัครแพ็กเกจโรมมิ่งก่อนการเดินทาง หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงเกินความจำเป็นองค์กรธุรกิจที่สนใจสามารถซื้อเครื่องพร้อมสมัครใช้บริการ WiFi Move ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาง่าย ได้แล้ววันนี้ ในราคา 9,980 บาท พร้อมรับดาต้าใช้งานฟรี 20 GB นาน 1 ปี สำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการใช้งานดาต้าในปริมาณมาก สามารถเลือกซื้อแพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ตใช้งานได้นาน 6 เดือน ได้แก่ แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต(ดาต้า) 10 GB ราคา 1,199 บาท หรือ แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต(ดาต้า) 20 GB ราคา 2,199 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทรูบิสิเนส คอลล์เซ็นเตอร์ โทร.1239 กด 1 หรือ http://truebusiness.truecorp.co.th อีเมล: truebusiness-support@truecorp.co.th

Go To Lead


“นกแอร์” เดินหน้าแผน 'ฟื้น' ธุรกิจ
นายประเวช องอาจสิทธิกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการรับความช่วยเหลือทางการเงินกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ภายใต้วงเงินกู้ยืมจำนวน 3,000 ล้าน เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำรอง ในการดำเนินงานธุรกิจ วัตถุประสงค์ในการกู้ยืมเงินครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานทั่วไป ทำให้นกแอร์มีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจการเพื่อเดินหน้าแผนพลิกฟื้นธุรกิจต่อไป ซึ่งเงื่อนไขการกู้ยืมเงินผ่อนปรนกว่าสถาบันการเงิน เป็นการลดภาระของผู้ถือหุ้น เพราะไม่ต้องทำการเพิ่มทุนอีกและถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของแหล่งเงินทุน นกแอร์กำลังเร่งเดินหน้าตามแผนพลิกฟื้นธุรกิจ (TURNAROUND PLAN) เพื่อหยุดขาดทุนให้ได้โดยเร็ว ซึ่งในปี 2561 แม้ว่าบริษัทจะได้ดำเนินการตามแผนการพลิกฟื้นธุรกิจอย่างเต็มความสามารถ แต่เนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจสายการบินทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวน ทำให้ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจหลายด้าน ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการต้นทุน อันเห็นได้จากผลประกอบการของสายการบินส่วนใหญ่รวมถึงนกแอร์ประสบปัญหาขาดทุน
แนวทางในการบริหารจัดการจากนี้ไป บริษัทฯยังคงมุ่งเน้นบริหารจัดการเส้นทางบินให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำกำไรในแต่ละเส้นทางบิน รวมถึงการบริหารจัดการเครื่องบิน (Aircraft Utilization) โดยเฉพาะเส้นทางบินระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นตลาดที่สร้างรายได้และกำไรจากการขายบัตรโดยสารได้ดีกว่าตลาดภายในประเทศ

Go To Lead


“ไทยบริดจสโตน" ชวนเยาวชนนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ประกวด
นายฮิเดยูกิ ทาเคดะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จํากัด เปิดเผยว่า บริดจสโตนในฐานะผู้นําด้านการผลิตยางรถยนต์อันดับหนึ่งในประเทศไทย เรามุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสรรค์ นวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับความปลอดภัยในทุกการเดินทาง และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มศักยภาพให้กับเยาวชนของประเทศ จึงได้จัดโครงการ Bridge 2 Inventor 2019 อย่างต่อเนื่อง สำหรับในปีนี้นักเรียนจะได้นำเสนอไอเดียในหัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง” “Innovation for Smart Mobility” โครงการประกวดนี้เปรียบเสมือนเป็นเวทีเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ สนับสนุนให้เยาวชนไทยได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ สร้างสิ่งประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่ที่เรียกว่า “นวัตกรรม” จากการใช้คอมพิวเตอร์สมองกลฝังตัว (Embedded System) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ พร้อมจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดแรงบันดาลใจ สามารถต่อยอดสู่การสร้างผลงานนวัตกรรม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติต่อไปในอนาคต”
คุณสมบัติผู้สมัครนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 4-6 ทั่วประเทศ 1 ทีมประกอบด้วยนักเรียนจำนวน 3 คน อาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน (1 โครงงาน) รางวัลชนะเลิศมูลค่า 40,000 บาท พร้อมทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี เมื่อเข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยรัฐบาลในประเทศไทย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มูลค่า 30,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มูลค่า 20,000 บาท รางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม มูลค่า 10,000 บาท รางวัลนำเสนอยอดเยี่ยม มูลค่า 10,000 บาท รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม มูลค่า 10,000 บาท โอกาสในการโชว์ความสามารถ พร้อมอนาคตการศึกษาที่สดใสเป็นของผู้ที่ไขว่คว้าเท่านั้น น้องๆ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ Bridge 2 Inventor 2019 สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 23 มิถุนายนี้ สามารถดาวน์โหลดใบสมัครพร้อมระเบียบการได้ที่ www.bridge2Inventor.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.... ศูนย์อบรมที่ 1 โทร.045-353-300 ต่อ 3399 ติดต่อคุณคอยจิตร์ หรือ คุณเฉลิมชัย ศูนย์อบรมที่ 2 โทร.055-963 - 951 ติดต่อคุณนุชนารถ

Go To Lead


รัฐพร้อมมาตรการช่วยเหลือ รองรับสินค้าสำคัญ
นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลวิเคราะห์ดัชนีเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งภาพรวมวัดจากดัชนีรายได้เกษตรกรในเดือนมีนาคม 2562 ลดลงจากเดือนมีนาคม 2561 ร้อยละ 4.03 เป็นผลมาจากดัชนีราคาและดัชนีผลผลิตที่ปรับตัวลดลง โดยดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นาเดือนมีนาคม 2562 ลดลงจากเดือนมีนาคม 2561 ร้อยละ 2.19 ซึ่งสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ราคาลดลงเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และสต็อกน้ำมันปาล์มยังมีค่อนข้างมาก ขณะที่ตลาดชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และถูกแข่งขันจากน้ำมันถั่วเหลือง โดยภาครัฐ ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพื่อยกระดับราคา นำน้ำมันปาล์มส่วนเกินไปผลิตกระแสไฟฟ้า และส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 20 ในกลุ่มรถบรรทุกด้วยการอุดหนุนราคาต่ำกว่าดีเซลปกติ (บี 7) และผลักดันการใช้บี 10 เป็นพลังงานทางเลือก มันสำปะหลัง ราคาลดลงเนื่องจากเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตมาก ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากกว่าความต้องการของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการตามแนวทางบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหามันสำปะหลัง ปี 2561/62 ทั้งระบบ เช่น โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และ กุ้งขาวแวนนาไม ราคาลดลงเนื่องจากสต็อกกุ้งยังมีมากทำให้ผู้ประกอบการชะลอการรับซื้อ ประกอบกับภาวะการค้าภายในประเทศทรงตัว
ขณะที่สินค้าที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเดือนมีนาคม 2562 ได้แก่ สับปะรด ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่มีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงาน ทุเรียน ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงต้นฤดูที่ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะผู้ส่งออกมีความต้องการมาก และสุกร ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากตลาดภายในประเทศยังคงมีความต้องการบริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ผลิต สามารถป้องกันโรคระบาดในสุกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ส่งออกได้เพิ่มมากขึ้น แต่จากสถานการณ์การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF) แพร่ระบาดขยายเป็นวงกว้างขึ้น ครม. จึงได้เห็นชอบแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทยเป็นวาระแห่งชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอแล้ว เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 มีแผนใช้จ่ายงบประมาณในปี 2562 - 2564 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 148 ล้านบาท โดยดำเนินการระยะเร่งด่วนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค สำหรับระยะยาวให้ยกระดับมาตรการการควบคุมป้องกันโรคให้มีมาตรฐานสากล ด้านดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเดือนมีนาคม 2562 ลดลงจากเดือนมีนาคม 2561 ร้อยละ 1.88 สินค้าสำคัญที่ดัชนีผลผลิตลดลง ได้แก่ อ้อยโรงงาน สับปะรด และหอมแดง ด้านสินค้าสำคัญที่ดัชนีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน กระเทียม ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ดัชนีรายได้ของเกษตรกรในเดือนเมษายน 2562 คาดว่าลดลงจากเดือนเมษายน 2561 ร้อยละ 0.96 เป็นผล มาจากดัชนีผลผลิตสินค้าปรับตัวลดลง ร้อยละ 0.65 ได้แก่ อ้อยโรงงาน สับปะรด และหอมแดง เช่นเดียวกับดัชนีราคาที่ปรับตัวลดลง ร้อยละ 0.31 จากสินค้าสำคัญอ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน หอมแดง กระเทียม และกุ้งขาวแวนนาไม ทั้งนี้ เดือนพฤษภาคม 2562 คาดว่า ดัชนีรายได้เกษตรกรจะทรงตัว ส่วนดัชนีราคา จะมีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อย ในขณะที่ดัชนีผลผลิตจะยังทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ของเกษตรกร โดยมีหน่วยงานต่างๆ บูรณาการร่วมและปรับแผนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อรองรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ออกตลาดและมีราคาปรับตัวลดลงในขณะนั้นอย่างต่อเนื่อง

Go To Lead

  --  
iClickNews.com