Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

'เตือน' อาเซียนบางประเทศโดนโจมตีค่าเงิน SC ASSET เจาะตลาดคนรุ่นใหม่
แบงก์ 'หนุน' สินเชื่อสร้างอาชีพ-แฟรนไชส์ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกวดภาพถ่าย #กินให้สุดสนุกเต็มที่
ต่างชาติ 'แห่'ลงทุนธุรกิจ'บริการ'ในไทย “ซีพีเอฟ”คัดเลือก 2 โรงเรียนเข้าร่วม ศธ.
แคนนอน 'ชู'กล้อง EOS 1500D- EOS 3000D MICE ไทย ผงาด No.1“จุดหมายปลายทางสุดฮิต”
'หนุน' เกษตรกรปลูกกระเทียมภาคเหนือ

'เตือน' อาเซียนบางประเทศโดนโจมตีค่าเงิน
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า การไหลออกของเงินทุนระยะสั้นและการโจมตีค่าเงินว่า เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ Emerging Markets และอาเซียนบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อาร์เจนตินา บราซิล ตุรกี รัสเซีย มีความเสี่ยงถูกโจมตีค่าเงินและตลาดการเงินอีก เงินทุนเคลื่อนย้ายระยะสั้นในตลาดการเงินไหลออกกลับสหรัฐอเมริกาซึ่งคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งในปีนี้และเศรษฐกิจโดยภาพรวมขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯอยู่ที่ระดับ 2.5% ภาวะดังกล่าวทำให้ค่าเงินของประเทศในกลุ่ม Emerging Markets อ่อนตัวถ้วนหน้าโดยเฉพาะประเทศที่มีการฐานะดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดอ่อนแอและมีทุนสำรองระหว่างประเทศไม่สูงนัก รวมทั้งมีระดับเงินเฟ้อสูง ประเทศไหนที่มีเงินไหลออกมากๆจะเป็นเป้าหมายของการถูกโจมตีค่าเงินได้อีกบางประเทศอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดการไหลออกของเงินทุนอย่างประเทศฟิลิปปินส์ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ระดับ 3.5% เพื่อสกัดเงินไหลออกและเงินเฟ้อ บางประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอจะอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากหากต้องตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่
ขณะที่เงินบาทไทยยังมีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกโจมตีเพราะมีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง เงินเฟ้อต่ำและยังคงเกินดุลการค้าและเกินดุลบัญชีเดินสะพัด แต่ยังต้องเผชิญกระแสเงินทุนระยะสั้นไหลออกอีกระยะหนึ่ง อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 33.50-34.00 ในไตรมาสสามได้ เงินบาทอ่อนลงส่งผลดีต่อภาคส่งออกไม่มากนักเพราะมีความผันผวนสูง และ ค่าเงินกลุ่มประเทศคู่แข่งใน Emerging Markets ก็ปรับตัวอ่อนค่าเช่นกัน และตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแต่อย่างใด หากอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน เงินยังคงไหลออกจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ทางการไทยอาจต้องพิจารณาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี
ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไทยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยสำคัญการปรับตัวลดลงและการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ของราคาหุ้นจึงเป็นผลจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ การทำ QE Exit และ ความวิตกกังวลเรื่องสงครามการค้า ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิไปแล้ว 165,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากในช่วงสองไตรมาสแรกของปีนี้ หากรวมยอดขายสะสมสุทธิที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ที่เริ่มมีเงินทุนระยะสั้นไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ จะได้ยอดขายสะสมทั้งหมดที่สูงถึง 498,000 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติมีน้ำหนักหุ้นไทยเฉลี่ยที่ 2.8% ซึ่งใกล้เคียงกับน้ำหนักหุ้นไทยใน MSCI Asia ex. Japan Index ที่ 2.6% แรงขายเพิ่มเติมจะเกิดจากการลดน้ำหนักการลงทุนของกองทุนต่างชาติในตลาดเกิดใหม่ ส่วนปัจจัยภายในของไทยที่กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายจะเป็นผลมาจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง ความเสี่ยงทางการเมืองมากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน จีดีพีโดยมองอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี พ.ศ. 2561 ยังคงอยู่ที่ 4.1-4.7% อัตราเงินเฟ้อขยับขึ้นมาอยู่ที่1.0-1.5% เนื่องจากผลของสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯระยะสั้นและระยะปานกลางยังคงมีทั้งผลบวกและผลลบต่อภาคส่งออกของไทย หากปล่อยให้สงครามการค้ายืดเยื้อจะเกิดความเสียหายต่อปริมาณการค้าโลกและกระทบสุทธิต่อภาคส่งออกไทยเป็นลบ โดยในปี พ.ศ. 2561 ดุลการค้ายังคงเกินดุลต่อเนื่องที่ระดับ 29-30 พันล้านดอลลาร์ คาดว่าจะมีการเร่งตัวของการนำเข้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าทุน สะท้อนการฟื้นตัวดีขึ้นของการลงทุนภาคเอกชนโดยคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนน่าจะขยายตัวได้ในระดับ 3-4%

Go To Lead


SC ASSET เจาะตลาดคนรุ่นใหม่
นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ หัวหน้าสายงานการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพในทุกระดับราคา เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของบ้านกลุ่มตลาดแมสและขยายฐานกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น เอสซีฯ จึงได้สร้างสรรค์แคมเปญการตลาดชื่อ “Say Hi บ้านหลังใหม่” เพื่อจับกลุ่มคนเจเนอร์เรชั่นใหม่ ที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองในราคาที่จับต้องได้ โดยเลือก The Toys ศิลปินรุ่นใหม่ ที่มากความสามารถและกวาดรางวัลในด้านดนตรีมามากมาย มาต่อยอดร่วมทำเพลงพิเศษให้กับเอสซีฯ ทั้งแต่งเนื้อร้องและดนตรี ที่มีไอเดียมาจาก Character ของแบรนด์ Pave (เพฟ) และ Verve (เวิร์ฟ) เพื่อบอกเล่าเรื่องราวภายใต้คอนเซปต์ “สิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังใหม่” ถ่ายทอดเล่าผ่านทาง MV ที่พร้อมเปลี่ยนโลกเดิมๆ ให้เป็นวันดีๆ
ปัจจุบันทั้ง 2 แบรนด์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปีนี้เปิดรวมทั้งหมด 9 โครงการ มูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท โดยกลุ่มบ้านแบรนด์ Pave (เพฟ) ราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เพฟ รังสิต, ประชาอุทิศ 90, รามอินทรา-วงแหวน, บ้านโพธิ์-ฉะเชิงเทรา โดยจะเปิดใหม่เพิ่ม 2 ทำเล ได้แก่ มอเตอร์เวย์-ฉะเชิงเทรา กับ ปิ่นเกล้า-ศาลายา ขณะที่ทาวน์โฮมแบรนด์ Verve (เวิร์ฟ) เริ่มต้น 2 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เวิร์ฟ เพชรเกษม 81 มีเปิดใหม่ 2 ทำเลเช่นกัน ได้แก่ ติวานนท์-รังสิต กับ พระราม 9 ดังนั้น จึงนับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ระหว่าง เอสซีฯ และ The Toys ที่ได้มาร่วมงานกันและกล้าทำเพลงในแนวที่แหวกจากเดิมของ The Toys เอง เป็นเพลงเร็วมีจังหวะสนุกสนาน สะท้อนถึงตัวตนคนรุ่นใหม่ที่กล้าฉีกจากสิ่งเดิมๆ ลงมือทำอะไรใหม่ๆ โดย The Toys จะแสดง Live มินิคอนเสิร์ต 3 ครั้ง ยังโครงการ Pave (เพฟ) และ Verve (เวิร์ฟ) ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน 2561 โดย Live ครั้งแรกมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคมนี้ โดยสามารถรับชม Live สด ผ่านช่องทาง SC Asset แฟนเพจ ได้ที่ facebook.com/scasset

Go To Lead


แบงก์ 'หนุน' สินเชื่อสร้างอาชีพ-แฟรนไชส์
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า เอสเอ็มอีแบงก์ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฯ ซึ่งมีจำนวนกว่าแสนราย รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไปให้เข้าถึงแหล่งทุนโดยจะร่วมกันดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อคนตัวเล็กภายใต้แนวคิด “เข้าถึง-อยู่รอด-ยั่งยืน” โดย ธพว. จัดบริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1%และ3% วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย รู้ผลการพิจารณาภายใน 7 วัน เงื่อนไขผ่อนปรน ให้สิทธิ์ครอบคลุมทั้งกลุ่มบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล
ผลพวงมาจากการหารือร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มีแนวคิดตรงกันที่เห็นควรยุบโครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม วงเงิน 1 พันล้านบาท และโครงการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วงเงิน 2 พันล้านบาท เป็นกองทุนเดียว เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หลังจากมีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกว่า 3.6 หมื่นราย ขณะที่ สสว. ขาดกำลังคนที่จะดำเนินการให้ทันต่อความต้องการ
"เราพร้อมเปิดลงทะเบียนใหม่ และจะให้สิทธิ์กับผู้ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วก่อน โดยกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อ และคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ยื่นกู้เสียใหม่ให้มีความชัดเจนรวมถึง มุ่งเน้นวัตถุประสงค์ให้ใช้เป็นเงินทุนเพื่อนำไปเริ่มต้นสร้างอาชีพใหม่ โดยเฉพาะในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นการประกอบอาชีพที่เริ่มต้นได้ง่าย และความเสี่ยงต่ำ เพราะมีแฟรนไชซอร์ ทำหน้าที่พี่เลี้ยงธุรกิจในขณะที่ทางสมาพันธ์ฯ จะช่วยทำหน้าที่คัดเลือกแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุน รวมถึง ลงพื้นที่สำรวจพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงของผู้ลงทะเบียนขอสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาสะดวกและรวดเร็วโดยข้อเสนอต่างๆ ดังกล่าว ทางสมาพันธ์ฯ จะนำไปเสนอต่อคณะกรรมการของ สสว. ต่อไป" นายมงคล กล่าว

Go To Lead


กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกวดภาพถ่าย #กินให้สุดสนุกเต็มที่
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมกับนิตยสาร Tamago Free Magazine จัดโครงการประกวดภาพถ่ายปันรอยยิ้มสู่สังคม อยากเห็นคนไทยมีความสุขกับอาหารจานโปรด ในหัวข้อ “#กินให้สุดสนุกเต็มที่” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกรุงไทย-แอกซ่า ที่ว่า “เพื่อให้คนไทยได้มีชีวิตที่ดีขึ้นตามใจปรารถนา” ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 1 แสนบาท พิเศษ! ลูกค้ากรุงไทย-แอกซ่า ที่ได้รับคัดเลือกรับของที่ระลึกสุดพิเศษ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/tamagosnapshot หรือโทร 02-691-4126-30 ต่อ 1220

Go To Lead


ต่างชาติ 'แห่'ลงทุนธุรกิจ'บริการ'ในไทย
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าว 26 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 1,522 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 320 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน
สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่
1. ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม จำนวน 11 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 985 ล้านบาท ได้แก่ บริการรับค้ำประกันหนี้ บริการให้กู้ยืมเงิน บริการจัดเก็บเหล็กม้วนและอลูมิเนียม บริการจัดเก็บสินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อรอจัดส่งไปต่างประเทศ การบริหารจัดการด้านการจัดซื้อจัดหาชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับผลิตรถยนต์ โดยเป็นคนต่างด้าวจากประเทศญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์
2. ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 7 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 61 ล้านบาท ได้แก่ การซ่อมแซมและบำรุงรักษานาฬิกาข้อมือและนาฬิกาแขวน บริการให้เช่าพื้นที่อาคารบางส่วน บริการฝึกอบรมด้านการจัดการคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย บริการขายต่อบริการที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. บริการให้ใช้ช่วงสิทธิในการใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ บริการรับชำระเงินคืนที่เกิดจากผิดสัญญาว่าจ้าง โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศฮ่องกง สิงคโปร์ และญี่ปุ่น
3. ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาภาคเอกชน จำนวน 4 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 438 ล้านบาท ได้แก่ บริการขุดเจาะปิโตรเลียม บริการออกแบบทางวิศวกรรมจัดหาก่อสร้างเครื่องมือที่ใช้ในหน่วยงานเพิ่มออกเทน บริการออกแบบ จัดหา เครื่องมือสำหรับโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บริการให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการทำงานของระบบที่ใช้สำหรับการบริหารเงินสำรองและที่ใช้สำหรับดำเนินการนโยบายทางการเงิน โดยเป็นคนต่างด้าวจากประเทศสิงคโปร์ สาธารณรัฐเกาหลี และฮ่องกง
4. ธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง จำนวน 4 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 38 ล้านบาท ได้แก่ การค้าปลีกก๊าซอุตสาหกรรม การค้าส่งผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เครื่องสำอาง และอุปกรณ์แต่งหน้า การค้าส่งผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคในมนุษย์ การค้าส่งผลิตภัณฑ์ดูแลและรักษาสุขอนามัยบริเวณจุดซ่อนเร้น โดยเป็นคนต่างด้าวจากประเทศอินเดีย เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี
การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้จะมีผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในโครงการรถไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการทางเทคนิคการตรวจสอบและประเมินปัญหาการบริหารความเสี่ยงประเภทเรือขนส่ง องค์ความรู้เกี่ยวกับการซ่อมแซมเครื่องนาฬิกาขั้นสูง รวมทั้งองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหาร และเครื่องสำอาง เป็นต้น เดือนมกราคม – มิถุนายน 2561 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต จำนวน 140 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 7,023 ล้านบาท ในเดือนมกราคม – มิถุนายน 2560 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต จำนวน 136 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,743 ล้านบาท ซึ่งในปี 2560 ทั้งปี (มกราคม - ธันวาคม) คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 270 ราย และมีเงินลงทุนทั้งสิ้น 7,302 ล้านบาท

Go To Lead


“ซีพีเอฟ”คัดเลือก 2 โรงเรียนเข้าร่วม ศธ.
นายเอนก บุญหนุน ประธานบริหารโครงการการศึกษา ของซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทฯ สนับสนุนนโยบายขับเคลื่อนการศึกษายั่งยืนของรัฐบาล โดยเข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ Partnership School Project ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งที่รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อม และภาคส่วนต่างๆ รวมตัวกันจัดตั้งเป็นคณะกรรมการโครงการบริหารสถานศึกษา ประกอบด้วยภาคเอกชน , ภาคประชาสังคม , สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ,ผู้ปกครองและครู เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาการศึกษาของเด็กและเยาวชนในต่างจังหวัด เช่น การกำหนดหลักสูตรการศึกษาให้เหมาะกับความต้องการของชุมชน การพัฒนาครู การสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน ฯลฯ โดยยึดตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ผสานกับหลักสูตรที่ร่วมกันออกแบบในสัดส่วน 70: 30 โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา เป็นโครงการที่เพิ่มบทบาทชุมชนและเอกชนในท้องถิ่น เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อยกระดับการศึกษาของประเทศอย่างเป็นระบบ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
โดยมีภาคเอกชนเข้าไปสนับสนุนในด้านต่างๆที่โรงเรียนและชุมชนไม่สามารถดำเนินการได้ เพื่อให้หลักสูตรใหม่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ซีพีเอฟได้นำเสนอรายชื่อโรงเรียนและได้รับการพิจารณาเข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนธงชัยเหนือวิทยา (โคกศิลา) อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และ โรงเรียนชุมชนบ้านวัด อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา โดยทั้งสองโรงเรียนเป็นโรงเรียนในโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (คอนเน็กซ์ อีดี) ภายใต้ความรับผิดชอบของซีพีเอฟ โรงเรียนธงชัยเหนือวิทยา (โคกศิลา) ตำบลธงชัยเหนือ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียน 232 คน ครู 15 คน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ ชั้นอนุบาล1 - มัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งโรงเรียนมีความโดดเด่นด้านความพร้อมของผู้บริหารและการจัดทำ"โครงการศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง การเพาะเห็ดนางฟ้าพัฒนาคุณภาพชีวิต" เป็นโครงการที่สร้างกระบวนการเรียนรู้แบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการทำก้อนเชื้อเห็ด การเพาะเห็ดในโรงเรือน จำหน่ายผลผลิตเห็ดสด จนถึงการแปรรูปเห็ด ช่วยสร้างประสบการณ์ให้นักเรียนนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

Go To Lead


แคนนอน 'ชู'กล้อง EOS 1500D- EOS 3000D
แคนนอน ผู้นำด้านเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลและอิมเมจจิ้งระดับโลก เปิดตัว EOS 1500D และ EOS 3000D กล้องดีเอสแอลอาร์ระดับเริ่มต้นรุ่นใหม่ในตระกูล EOS มาพร้อมฟังก์ชันประสิทธิภาพสูงและอินเทอร์เฟซที่ใช้ง่าย เหมาะสำหรับนักถ่ายภาพมือใหม่ที่อยากพัฒนาฝีมือจากการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนมาเป็นการถ่ายภาพด้วยกล้องที่ฉลาดและให้ภาพถ่ายคุณภาพดีกว่า ทั้งสองรุ่นใช้ชิปประมวลผลภาพ DIGIC 4+ และเซ็นเซอร์ภาพ APS-C CMOS ความละเอียด 21.4 ล้านพิกเซล และ 18 ล้านพิกเซลตามลำดับ เพื่อภาพที่คมชัดแม้ถ่ายในสภาพแสงน้อย และในรุ่น EOS 1500D ยังมาพร้อมเลนส์คิทที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว ความสามารถหลากหลาย ควบคุมได้ดังใจ เซ็นเซอร์ APS-C CMOS ที่ใช้ในกล้องทั้งสองรุ่นมีขนาดใหญ่กว่าเซ็นเซอร์มาตรฐาน 1/3.2 ในกล้องสมาร์ทโฟนถึง 19 เท่า จึงตรวจจับแสงได้อย่างยอดเยี่ยมและให้ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพสูงกว่า แม้ในสภาพแสงน้อยกล้องทั้งสองรุ่นก็สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงและเก็บรายละเอียดได้ชัดเจนEOS 1500D และ EOS 3000D มีช่องมองภาพแบบออปติคัลที่ให้ภาพแบบเรียลไทม์ ช่วยในการโฟกัสและจับภาพอย่างรวดเร็วโดยไม่เกิดความล่าช้าจากการประมวลผลภาพ จึงเหมาะสำหรับการถ่ายภาพสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วกล้องทั้งสองรุ่นยังพร้อมตอบสนองความนิยมในการถ่ายวิดีโอ ด้วยฟังก์ชันการถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ Full HD เพื่อฟุตเทจที่ดูสวยงามและมีชีวิตชีวา หลากหลายฟีเจอร์ใช้สะดวกไม่ยุ่งยาก เพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพด้วยโหมดการถ่ายภาพที่มีให้เลือก 6 แบบ ได้แก่ portrait, landscape, close-up, sports, night portrait และ food mode ปรับเปลี่ยนได้สะดวกด้วยแป้นปุ่มเดียว นอกจากนี้ EOS 1500D และ EOS 3000D ยังมี Creative Filters ให้เลือกอีก 5 แบบ ให้ผู้ใช้ได้ทดลองสร้างสรรค์หรือขับเน้นอารมณ์ของภาพด้วยเอฟเฟกต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น soft focus feel, toy camera effect, fish-eye-effect, miniature effect และ grainy black and white effect กล้องทั้งสองรุ่นมีโหมด Scene Intelligent Auto ที่จะวิเคราะห์สถานการณ์การถ่ายภาพโดยอัตโนมัติและปรับรายละเอียดของภาพให้ดูสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าการเคลื่อนไหวหรือคอนทราสต์ในภาพ กล้องทั้งสองรุ่นยังมี Feature Guide เพื่อช่วยให้ผู้ใช้มือใหม่เข้าใจการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของกล้องได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงโหมด Creative Zone เพื่อการสร้างสรรค์ภาพถ่ายแบบต่างๆ ด้วยการตั้งค่าให้เหมาะสมเพื่อให้ภาพออกมาตรงหรือใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุดด้วยฟังก์ชันใช้ง่ายเหล่านี้ ผู้ใช้จึงสามารถถ่ายภาพได้อย่างมืออาชีพ เติมเต็มทุกความคิดสร้างสรรค์ พร้อมแชร์ในโซเชียลมีเดียได้ทันทีเชื่อมต่อไม่มีสะดุด แชร์ภาพได้ทันใจEOS 1500D และ EOS 3000D รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Wi-Fi โดยใช้แอปพลิเคชัน Canon Camera Connect เพื่อแชร์ภาพและวิดีโอไปยังโซเชียลมีเดีย EOS 1500D ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน NFC (Near-Field Communication) อีกด้วยCanon Camera Connect ยังใช้ในการสั่งถ่ายภาพจากระยะไกล รวมถึงการปรับตั้งค่าการทำงานของกล้อง ไม่ว่าจะเป็นความเร็วชัตเตอร์ รูรับแสง ความไวแสง ได้โดยตรงจากสมาร์ทโฟน เพื่อความสะดวกในการถ่ายเซลฟี่และภาพหมู่ รวมถึงการทดลองถ่ายภาพในมุมกล้องที่แปลกใหม่ได้ตามต้องการ กล้อง Canon EOS 1500D พร้อมเลนส์ EF-S 18-55 f3.5-5.6 IS II มีจำหน่ายแล้วในราคา 19,890 บาท ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แคนนอนทั่วประเทศ และ EOS 3000D พร้อมเลนส์ EF-S 18-55mm DC III ราคา 15,900 บาท โดยมีจำหน่ายเฉพาะที่ร้านบิ๊กคาเมร่าเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.canon.co.th

Go To Lead


MICE ไทย ผงาด No.1“จุดหมายปลายทางสุดฮิต”
นายสุกิจ ตันสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คัสต้อม เอเซีย จำกัด เปิดเผยกับ นิตยสาร ไอคลิกแมกดอทคอม (www.iclickmag.com) ว่า ) ประเทศไทยมีความพร้อมด้าน MICE ในหลายด้าน ทั้งบริการต้อนรับ ความคุ้มค่า ความหลากหลายอาหารและกิจกรรมไมซ์ รวมทั้งวัฒนธรรมไทย และความน้อบน้อมของคนไทย ผลการสำรวจพบว่า TOP 10 ประเทศจุดหมายปลายทางยอดนิยมนักเดินทางไมซ์อยากกลับมาจัดกิจกรรมไมซ์ซ้ำ 1.ไทย 2. ญี่ปุ่น 3.สิงคโปร์ 4.ฮ่องกง 5.ออสเตรเลีย 6.สหรัฐอเมริกา 7.เยอรมนี 8.สวิสเซอร์แลนด์ 9.อังกฤษ 10. จีน ส่วนปัจจัยพื้นฐานที่จุดหมายปลายทางไมซ์จำเป็นต้องมี คือ ความคุ้มค่าเงิน มีที่พักที่ได้มาตรฐานสากล การเดินทางไป-กลับจากประเทศที่จัดกิจกรรมไมซ์มีความสะดวกทั้งโดยเครื่องบินและรถไฟ ความเชี่ยวชาญในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ และการกำกับดูแลที่ดีสอดคล้องตามหลักนโยบายการดำเนินธุรกิจ / หลักบรรษัทภิบาล และเมื่อวิเคราะห์โดยจำแนกปัจจัยเด่นตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง พบว่า ผู้ประกอบการไมซ์จะคำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางในประเทศ นักเดินทางไมซ์คำนึงถึงการต้อนรับและความคุ้มค่า นักธุรกิจจะคำนึงถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงของจุดหมายปลายทางที่ดี ส่วนสมาคมและองค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ จะคำนึงถึงการควบคุมในเรื่องต้นทุนด้านที่พัก ความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษ และจุดหมายปลายทางที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง

Go To Lead


'หนุน' เกษตรกรปลูกกระเทียมภาคเหนือ
นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในจังหวัดต่างๆ เตรียมความพร้อมรับมือกับผลผลิตทางการเกษตรที่ออกสู่ตลาดอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันปัญหาราคาตกต่ำในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ล่าสุดสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ได้ทำการประสานนำผลผลิตกระเทียมแห้ง คัดเกรดมัดจุกของจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำไปจำหน่ายยังองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เพื่อช่วยระบายผลผลิต และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร โดยตั้งราคาไว้ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ซึ่งประชาชนให้ความสนใจเข้ามาซื้อกันเป็นจำนวนมาก เพราะผลผลผลิตมีคุณภาพดี และยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจจะทำคำสั่งซื้อ เช่น สมาคมแม่บ้านทหารบก รวมถึงมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่สนใจจะสั่งซื้อด้วย โดยอยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียด สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา ได้เข้าไปดูแลเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ โดยช่วยกระจายลิ้นจี่คุณภาพ ซึ่งเป็นลิ้นจี่ที่ใช้กระดาษห่อผลสดก่อนเก็บเกี่ยว ทำให้ผิวสวย รสชาติหวานหอม กรอบ อร่อย เนื้อแห้ง สามารถขยายตรงสู่ผู้บริโภคสามารถจำหน่ายได้ราคา 80 -120 บาท/กก. ซึ่งพื้นที่จำหน่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ SCB , กระทรวงพาณิชย์ , กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ , TOT สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ เป็นต้น

Go To Lead

  --  
iClickNews.com