Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

“เฮเฟเล่” เปิดตัวคลังสินค้าใหม่ บางนา-ตราด ทีเอ็มบี-ธนชาต ลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR และ MRR
เจนเนอราลี่ 'ผุด'บริการ หมอออนไลน์ ฟรี! กรุงเทพประกันชีวิต ขายกรมธรรม์ผ่าน App
เอไอเอ-ซิตี้กรุ๊ป เปิดตัว ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เชิญชวนร่วมกิจกรรม “AXASolidarityResponse”
การบินไทย เร่งฟื้นฟู'ติดปีก' ฝ่าวิกฤต 'ซัมมิท แคปปิตอล-แรบบิท ไฟแนนซ์' ขยายฐานลูกค้าผ่านออนไลน์
เน้นเก็บหัวมันฯ ครบอายุ ช่วยเปอร์เซ็นต์แป้งสูง ขายได้ราคา

“เฮเฟเล่” เปิดตัวคลังสินค้าใหม่ บางนา-ตราด
นายโฟลเคอร์ เฮลสเติร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การวางกลยุทธ์ตั้ง “คลังสินค้า” เป็นของตัวเอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับต่อการเติบโตของบริษัท ทั้งยังเป็นส่วนช่วยสนับสนุนคู่ค้าทั่วภูมิภาค ให้มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการระยะยาว
นายแฟรงค์ ไฮเยอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวว่า “คลังสินค้าใหม่ในไทย จะชี้ให้เห็นถึงมาตรฐานทางธุรกิจที่มั่นคงกว่าเดิม โดยการที่เฮเฟเล่ ไทยแลนด์ มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากยอดขายกว่า 4,000 ล้านบาท/ปี เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 3 ของโลก ทำให้บริษัทเปลี่ยนบทบาทของการกระจายสินค้าในประเทศ จากเดิมเช่าคลังสินค้า 2 แห่ง มาเป็นฮับของคลังสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน โปรเจคสร้างคลังสินค้าของ เฮเฟเล่ ก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้า บางนา-ตราด เพื่อเพิ่มพื้นที่จาก 10,000 ตรม. เป็น 24,000 ตารางเมตร พร้อมเปิดใช้งานในปี 2563 โดยภายในคลังสินค้า ได้เปลี่ยนระบบการบริหารจัดการทรัพยากร ERP จากระบบเดิม Orion เป็น SAP เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น ผ่านรูปแบบครอบคลุมทั้งทางเทคโนโลยี กลยุทธ์ และข้อกำหนดทางการดำเนินงานของระบบ ERP ในรูปแบบไอทีทำหน้าที่เป็นแบ็กโบนของโครงสร้างพื้นฐานและการซัพพอร์ต สามารถอำนวยความสะดวก และติดตามดูแลทรัพยากรที่แตกต่างกันทั่วทั้งองค์กรในระดับหลากหลาย
การออกแบบมีการคำนึงถีงการประหยัดพลังงาน ใน DC ส่วนขยายที่มีการใช้ หลอดไฟ LED และ หลังคามีแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อให้พลังงานไฟฟ้า ถึง 300 กิโลวัตต์ สามารถให้กำลังไฟฟ้าถึง 420 เมกาวัตต์ต่อชั่วโมงในแต่ละปี ประหยัดพลังงานไฟฟ้า คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้ 800,000 kg/ปี ซึ่ง เฮเฟเล่ คำนึงถึงการช่วยลดภาวะโลกร้อน และช่วยลดมลพิษที่จะเกิดขึ้น จากการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตโดยใช้น้ำมัน หรือถ่านหิน ปัจจุบัน เฮเฟเล่ ไทยแลนด์ ดำเนินกิจการในประเทศไทยกว่า 26 ปีและ 96 ปีในโลก เฮเฟเล่เป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์, อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว, อุปกรณ์ครัว, อุปกรณ์ล็อคอิเล็คทรอนิกส์, ไฟส่องสว่างแอลอีดี, สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำมาตรฐานจากประเทศเยอรมนี มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 45,000 รายการ

Go To Lead


ทีเอ็มบี-ธนชาต ลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR และ MRR
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด -19 ที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจไป ทั่วโลก ธนาคารได้ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยมาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ทีเอ็มบี และธนชาตจึงขอประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR (Minimum Lending Rate), MOR (Minimum Overdraft Rate) และ MRR (Minimum Retail Rate) โดย MLR จาก 6.25% ลดลง 0.125% เหลือ 6.125% MOR จาก 6.275% ลดลง 0.125% เหลือ 6.15% และ MRR จาก 6.63% ลดลง 0.35% เหลือ 6.28% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป โดยการลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ นอกจากเป็นการลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทแล้ว ธนาคารได้มีการปรับลดดอกเบี้ย MRR ลงมากกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยเหลือแบ่งเบาภาระทางการเงินลูกค้าผู้ประกอบการและรายย่อย โดยเฉพาะลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ต้องประสบปัญหาสภาพคล่องอันเนื่องจากเหตุการณ์ที่ยากลำบากในครั้งนี้ และเพื่อเป็นการช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโควิด-19 อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ที่ผ่านมาธนาคารทีเอ็มบี และธนาคารธนชาต ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ รวมถึงออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภทในครั้งนี้ ประกอบกับสถานการณ์ล็อกดาวน์ของประเทศที่ผ่อนคลายลง ธนาคารเชื่อมั่นว่าจะช่วยให้ลูกค้าของธนาคารมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น สามารถดำเนินธุรกิจได้ราบรื่น ทั้งยังช่วยสนับสนุนให้สภาพเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย

Go To Lead


เจนเนอราลี่ 'ผุด'บริการ หมอออนไลน์ ฟรี!
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันทุกคนยังต้องเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ทางเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เห็นถึงความสำคัญของชีวิตคนไทยเสมอมา จึงได้ร่วมกับเทลาดอค(Teladoc Health) หนึ่งในผู้ให้บริการเทเลเมดิซีน (Telemedicine) หรือการปรึกษาแพทย์ทางไกล หรือออนไลน์ ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาเปิดให้บริการสำหรับคนไทยที่มีอาการคล้ายติดเชื้อโควิด –19 ได้รับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ของโรงพยาบาลชั้นนำได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หากสงสัยว่ามีอาการติดเชื้อโควิด-19 สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือขอรับคำแนะนำเบื้องต้นได้ผ่าน Teladoc Health โดยลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านช่องทาง LINE Official "Generali Thailand" และลงทะเบียนตามขั้นตอนเพื่อนัดหมายและรอรับการติดต่อกลับจากทางทีมแพทย์ โดยเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่ 13 พ.ค.-20 มิ.ย. 63 ในช่วงเวลา 9.00 น. – 17.00 น.

Go To Lead


กรุงเทพประกันชีวิต ขายกรมธรรม์ผ่าน App
ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการออก การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทประกันชีวิต และการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต และธนาคาร ในระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เดือนเมษายน2563 นี้ กรุงเทพประกันชีวิตจึงได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยให้ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินของบริษัท สามารถทำการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ผ่านระบบดิจิทัลบนระบบปฏิบัติการของกรุงเทพประกันชีวิต ด้วยระบบบีแอลเอ สมาร์ท แอปพลิเคชัน การทำประกันภัยด้วยระบบเสียง (BLA Smart Application : Online Voice Confirmation) ซึ่งเป็นการขายประกันภัยเฉพาะกิจในช่วงนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มีความต้องการทำประกัน ซึ่งรวมถึงประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันสะสมทรัพย์ ประกันชีวิตประเภทมีเงินปันผล
ระบบดิจิทัล บีแอลเอ สมาร์ท แอปพลิเคชัน การทำประกันภัยด้วยระบบเสียง (BLA Smart Application : Online Voice Confirmation) จะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการนำเสนอความคุ้มครอง การยืนยันทำประกันภัย การส่งเอกสารเพื่อทำประกันภัย การชำระเบี้ยประกันภัย และการรับความคุ้มครองผ่านทาง SMS หรือ E-mail โดยลูกค้าเพียงยืนยันตกลงการทำประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ และส่งเอกสารทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยรักษาระยะห่างทางสังคม (social distancing) ลดการเดินทางออกจากบ้านและลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด รวมถึงการติดโรคโควิด-19 ในช่วงวิกฤตนี้ได้ ระบบที่พัฒนาขึ้นนี้กรุงเทพประกันชีวิตมั่นใจว่า จะเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และใช้งานง่าย สำหรับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน รวมถึงสะดวกปลอดภัยแก่ผู้ขอเอาประกัน Call Center โทร. 02 777 8888 (ตลอด 24 ชั่วโมง) Line @BangkokLife หรืออีเมล CSC@bangkoklife.com ด้วยความปรารถนาดีจากกรุงเทพประกันชีวิต #สู้ไปด้วยกัน #StaySafe #FightTogether

Go To Lead


เอไอเอ-ซิตี้กรุ๊ป เปิดตัว ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์
นายอัลเจอร์ ฟัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “เอไอเอ ประเทศไทย และซิตี้กรุ๊ป ประเทศไทย เรามีการดำเนินธุรกิจเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีต่อกันมายาวนาน ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพในการบริหารด้านการเงิน โดยการเปิดตัว ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจ โดยเอไอเอ เราเล็งเห็นถึงประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากการเปิดช่องทางขายใหม่ผ่าน ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงประกันชีวิตได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังได้รับคำแนะนำด้านการลงทุนจากที่ปรึกษามืออาชีพ และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนมีความต้องการในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีของธุรกิจประกันภัย ดังนั้น การมีช่องทางขายใหม่เพิ่มเติมให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการเลือกซื้อประกันชีวิตและสุขภาพ ย่อมเป็นผลดีกับลูกค้า ทั้งสำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ให้ได้มีความคุ้มครองที่เพียงพอ ทั้งนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพของเอไอเอ เรามีแบบประกันที่หลากหลายครอบคลุมความต้องการของทุกช่วงชีวิตโดยมุ่งเน้นตอบสนอง Long-term Financial Needs เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น สอดคล้องกับคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นwww.citibank.co.th/citicorp-insurance

Go To Lead


กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เชิญชวนร่วมกิจกรรม “AXASolidarityResponse”
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยนางแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้บริหาร และพนักงานร่วมใจแสดงความขอบคุณต่อบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับโควิด-19 กับกิจกรรม “#AXASolidarityResponse” ที่จัดขึ้นโดยกลุ่มแอกซ่า เพื่อร่วมสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกไป และบริษัทฯ ขอเชิญชวนทุกท่านโพสต์แสดงความขอบคุณต่อบุคลากรทางการแพทย์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Instagram Twitter และ LinkedIn พร้อมติดแฮชแทก #AXASolidarityResponse และ #KTAXA โดยทุกๆ 1 โพสต์จะเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคมูลค่า 5 ยูโร (หรือประมาณ 175 บาท) เพื่อสนับสนุนหน่วยรักษาพยาบาลผู้ป่วย 1,200 แห่ง ใน 60 ประเทศทั่วโลก และ 6 โรงพยาบาลในภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย หรือสามารถบริจาคเพิ่มเติมผ่าน https://fundraise.one-o-one.eu/projects/axa-101 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2563 บริษัทฯ ขอสนับสนุน อยู่เคียงข้าง เป็นเพื่อนคู่คิดแก่ท่าน และมุ่งหวังให้ทุกท่านมีสุขภาพดี และเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ โทร 1159 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

Go To Lead


การบินไทย เร่งฟื้นฟู'ติดปีก' ฝ่าวิกฤต
นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า ราคาหุ้น บมจ.การบินไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งการขายหุ้นการบินไทยในส่วนของกระทรวงการคลัง เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะขายให้นักลงทุนรายเดียว คือ กองทุนรวมวายุภักษ์ เพื่อลดสถานะการบินไทยออกจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การบริหารงานคล่องตัวขึ้น เนื่องจากกองทุนวายุภักษ์เป็นนิติบุคคล ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ คลังลงทุนในกองทุนวายุภักษ์เพียง 15% ประเด็นขายหุ้นราคาต่ำกว่าต้นทุนที่ซื้อมานั้น เป็นเรื่องที่บอร์ดกองทุนวายุภักษ์จะพิจารณาสภาพคล่องอยู่ได้ถึงตอนยื่นศาล สภาพคล่องระยะสั้นของการบินไทยปัจจุบันยังมีอยู่ และระยะสั้นอยู่ได้ถึงขั้นตอนการยื่นศาลล้มละลายกลาง เพื่อเข้าสู่แผนฟื้นฟู เมื่อศาลเห็นชอบและแต่งตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟู ผู้บริหารแผนจะเข้ามาดูแลทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องการเจรจากับเจ้าหนี้

Go To Lead


'ซัมมิท แคปปิตอล-แรบบิท ไฟแนนซ์' ขยายฐานลูกค้าผ่านออนไลน์
นายฮิเดโตโมะ ฟูจิวาระ ประธานบริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันซึ่งเป็นยุคดิจิทัล ดิสรัปชัน บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของช่องทางการประชาสัมพันธ์บนสื่อออนไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในการรับข่าวสารเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เรามีเป้าหมายที่จะทำให้แบรนด์ ‘ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง’ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้บริโภคมากขึ้น รวมถึงมีความตั้งใจจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและง่ายขึ้น โดยได้เตรียมพร้อมให้บริการ Home Delivery การจัดการเรื่องเอกสารถึงที่บ้านของลูกค้า เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และหลังจากได้รับการอนุมัติสินเชื่อ ลูกค้าสามารถไปรับรถจักรยานยนต์ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายที่เป็นพันธมิตรกับซัมมิท แคปปิตอล ที่อยู่ใกล้บ้าน เราจึงเห็นว่าการใช้ช่องทางสื่อออนไลน์ที่แข็งแกร่งของแรบบิท ไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการทางการเงินออนไลน์ จะช่วยเพิ่มศักยภาพของแผนการดำเนินธุรกิจระหว่าง ซัมมิท แคปปิตอล กับร้านค้าผู้แทนจำหน่ายพันธมิตรให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เราจะทดลองให้บริการดังกล่าวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน หากได้รับการตอบรับที่ดีก็มีแผนจะขยายบริการไปทั่วประเทศ
นายไมเคิล ชไตรเบิล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แรบบิท อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ แรบบิท ไฟแนนซ์ กล่าวว่า แรบบิท ไฟแนนซ์ เป็นแพลตฟอร์มให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับบริการด้านการเงินออนไลน์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย ความร่วมมือกับซัมมิท แคปปิตอล ในครั้งนี้จะเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่การเป็นพันธมิตรธุรกิจในหลายด้าน เป้าหมายของเราคือเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางการขายแบบออฟไลน์ของซัมมิท แคปปิตอล ให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างไกลมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างช่องทางการขายใหม่สำหรับลูกค้าทางออนไลน์ ศักยภาพด้านสื่อและการเข้าถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ของแรบบิท ไฟแนนซ์ จะช่วยในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของซัมมิท แคปปิตอล ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล”

Go To Lead


เน้นเก็บหัวมันฯ ครบอายุ ช่วยเปอร์เซ็นต์แป้งสูง ขายได้ราคา
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา (สศท.5) เพื่อติดตามโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มันสำปะหลังในพื้นที่ ตำบลโคกเพชรพัฒนา อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ พบว่า เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังมากว่า 30 ปี และเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่มันสำปะหลังตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งโครงการแปลงใหญ่ช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มบริหารจัดการร่วมกัน ทั้งการผลิตและการจำหน่าย มีตลาดรองรับแน่นนอน สามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตเพิ่มขึ้น เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่มันสำปะหลังของจังหวัดชัยภูมิ ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ ทั้งในการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในการปลูกมันสำปะหลัง การผลิตปุ๋ยหมักและปุ๋ยชีวภาพ ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีลดลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง รวมถึงสนับสนุนเครื่องสับหัวมันสำปะหลัง สำหรับแปรรูปเป็นมันเส้นสะอาด เป็นการเพิ่มมูลค่ามันสำปะหลังและช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าการขายหัวมันสำปะหลังสด นอกจากนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนในช่วงของสถานการณ์ที่ราคามันสำปะหลังลดลง รัฐบาลจึงได้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูก มันสำปะหลัง ปี 2562/63 โดยกำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2562/63 หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25 % กิโลกรัมละ 2.50 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน ช่วงเวลาขึ้นทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นมา ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2562 - 31 ธันวาคม 2563

Go To Lead

  --  
iClickNews.com