Go to www.iclicknews.com
World-ASEAN News

'ชุมชน'ริมคลองประเวศฝั่งเหนือ ขยายเครือข่ายสีเขียว Baania Pulse บริการวิเคราะห์ข้อมูล Social Media
กสิกรไทย' สร้าง' งาน “Data Alchemist” TMB 'ชวน' ขาช้อปใช้จ่ายผ่านบัตรที่ King Power
'อลิอันซ์' พันธมิตรหลักประกันภัยแข่งขันโอลิมปิก 'ดัน' OTOP Select
DITP 'หนุน' การค้าOnline ไทย-จีน เสี่ยวหมี่ 'วางแผน'เชิงกลยุทธ์
LHML ทุ่ม 6,000 ล้าน'รุ เดินหน้า 'เปิด' ประมูลปิโตรเลียม
ลดพื้นที่ปลูกยาง 3 จังหวัดชายแดนใต้

'ชุมชน'ริมคลองประเวศฝั่งเหนือ ขยายเครือข่ายสีเขียว
นางวัลยา วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า คณะทำงานติดตามผลการดำเนินโครงการเครือข่ายกรุงเทพฯ สีเขียว ร่วมกับสำนักงานเขตประเวศ บูรณาการติดตามผลการดำเนินโครงการกลุ่มเครือข่ายชุมชน ณ ชุมชนริมคลองประเวศฝั่งเหนือ เขตประเวศ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเครือข่ายให้มีการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และขยายผลไปยังกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ เพื่อสร้างเครือข่ายให้มีความเข้มแข็ง และเป็นต้นแบบที่ยั่งยืนตามเป้าประสงค์ของโครงการ
นายสมาน โตหัวป่า ประธานชุมชนริมคลองประเวศฝั่งเหนือ ได้กล่าวกับคณะทำงานฯ ว่า หลังจากที่ได้รับรางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี 2560 แล้ว ทางชุมชนยังคงดำเนินงานพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในชุมชนอย่างต่อเนื่อง และได้ต่อยอดการดำเนินโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมขยายเครือข่ายไปยังชุมชนใกล้เคียงและโรงเรียน ในด้านการจัดการปัญหาขยะ ภายใต้โครงการเครือข่ายกรุงเทพฯ สีเขียว โดยจัดตั้งร้านศูนย์บาทศูนย์สตางค์ เพื่อรับซื้อขยะ นำขยะไปแลกสินค้า มีการคัดแยกขยะที่ต้นทาง ช่วยสร้างวินัยให้กับประชาชนการทิ้งขยะให้ถูกที่มีการตั้งตู้น้ำดื่มเพื่อลดใช้ขวดพลาสติกภายในชุมชน นอกจากนี้ ได้รณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันดูแล ไม่ปล่อยน้ำเสียจากบ้านเรือนลงคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งปัจจุบันชุมชนมีชื่อเสียงในการเป็นแหล่งเรียนรู้การเจียระไนพลอย โดยจัดตั้งเป็นชมรมบ้านเจียระไนพลอย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงและการท่องเที่ยวในชุมชน และในการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้สอดแทรกการรณรงค์ประชาสัมพันธ์การลดรับลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติกทุกครั้ง เพื่อให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Go To Lead


Baania Pulse บริการวิเคราะห์ข้อมูล Social Media
นายวีรวัฒน์ รัตนวราหะ ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาเกี่ยวกับ Big Data ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในรูปแบบ Comprehensive Marketplace และ Data Platform รายแรกของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดบริการ Baania Pulse ซึ่งเป็น Deep Social Analytics Platform ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ อย่างเป็นทางการ โดยการพัฒนา Unstructured Data ที่มีอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มาจัดการอย่างเป็นระบบและวิเคราะห์โดยทีม Data Siencetist และ Data Analytics ทำให้ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ร่วมกับ Structured Data มีความครบถ้วน ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันการสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์มีมากกว่า 10 ล้านคอมเมนต์ต่อวัน ซึ่งถือเป็น Unstructured Data ที่มีอยู่อย่างมหาศาล แต่เรายังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถจัดการข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นหมวดหมู่และนำมาวิเคราะห์เจาะลึกเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง Baania Pluse เป็นเครื่องมือที่ทำให้การเข้าถึงผู้บริโภคในสื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ในเวลาอันสั้น โดยใช้เทคโนโลยีที่ผสมผสานหลายศาสตร์ รวมถึงใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อปรับกระบวนการการทำ Keyword Optimization ให้ได้ข้อมูลเชิงลึก ในด้านพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค รวมกระแสตอบรับต่างๆ ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง หรือการจัดการเรื่องของภาพลักษณ์องค์กรและสินค้า
สำหรับบริการของ Baania Pulse จะประกอบไปด้วย การติดตามทุกความเห็น ความเคลื่อนไหวของแบรนด์ ตรวจสอบความรู้สึก ความคิดเห็น และพึงพอใจของลูกค้า รวมไปถึงการเปรียบเทียบคู่แข่งทางการตลาด และกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ตรวจสอบความนิยมของโปรโมชั่น แคมเปญการตลาด หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ผู้ประกอบการนำเสนอออกสู่ตลาด วิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ นอกจากนี้ระบบอัจฉริยะยังสามารถแยกกลุ่มลูกค้าตามระดับความเข้าถึง และความเป็นไปได้ที่จะเป็นลูกค้า รวมถึงบริการวิเคราะห์ หากลุ่มเป้าหมายที่สามารถเป็นลูกค้าให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้อย่างแม่นยำ Baania Pulse ได้ตรวจสอบพฤติกรรมการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อและขายที่อยู่อาศัยทั้งบ้านและคอนโดมิเนียมในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ว่า กลุ่มคนที่โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการซื้อบ้านมีข้อความกังวลในเรื่องของการขอสินเชื่อ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากธนาคารมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ และอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นได้ในอนาคต ประกอบกับ ภาระหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้ถูกปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อได้

Go To Lead


กสิกรไทย' สร้าง' งาน “Data Alchemist”
นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีบิ๊กดาต้า เป็นข้อมูลเกี่ยวธุรกรรมการเงินประเภทต่าง ๆ จำนวนมหาศาล และเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาศึกษาเพื่อเพิ่มความเข้าใจลูกค้า ตลอดจนใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์นำไปสู่การพยากรณ์และนำเสนอวิธีการใหม่ ๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจ เพิ่มความสามารถการแข่งขัน แสวงหาโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้แก่ธนาคารในระยะยาว และสามารถเพิ่มประสิทธิผลและลดต้นทุนการทำธุรกิจได้ ดังนั้นธนาคารจึงจัดตั้ง 2 ฝ่ายงานใหม่ ภายใต้สายงานบริหารยุทธศาสตร์องค์การ เพื่อสร้างความสามารถสูงสุดด้าน Data Analytics ให้กับองค์กร ได้แก่ Enterprise Data Analytics Department (EA) เป็นศูนย์กลางดูแลการสร้างความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Analytics Use Case) ของธนาคาร สรรหาและจัดสรรทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูล ติดตามและขยายผลให้มีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ (Business Data Analytics) อย่างแพร่หลายจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร รวมทั้งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งกับหน่วยงานของธนาคารและลูกค้าของธนาคาร เพื่อสนับสนุนการวางกลยุทธ์ของธนาคารที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
Digital Lending Department (DL) รับผิดชอบการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากหลายฐานข้อมูล เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในราคาที่เหมาะสมกับระดับความสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย (Personalized Risk Based Pricing) ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และประสิทธิผลให้ธนาคาร พร้อมลดความเสี่ยงด้านเครดิต ดูแลเรื่องการสร้างรูปแบบการปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Lending Platform) ให้เกิดการดำเนินการเบ็ดเสร็จบนแอปพลิเคชัน K PLUS เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้าในยุคดิจิทัล ซึ่งลูกค้าสามารถทราบผลอนุมัติและได้รับเงินเข้าบัญชีภายใน 1 นาที รวมทั้งพัฒนาบริการ Lending Service Platform เพื่อแสวงหารายได้จากช่องทางใหม่ ๆ ให้แก่ธนาคาร นอกเหนือจากนั้น ธนาคารมีแผนสรรหา และพัฒนาบุคลากรด้าน Data Analytics ให้มีการยกระดับงานด้านนี้ให้มีความพิเศษ น่าสนใจ และแตกต่างจากองค์กรอื่นๆ โดยเพิ่มตำแหน่งงาน Data Alchemist ที่เน้นการผสมสานการใช้บิ๊กดาต้า เข้ากับเทคนิค Advanced Analytics ในการหาสูตรเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยทำงานร่วมกับหน่วยธุรกิจแบบไร้รอยต่อ ภายใต้ Concept: Turning Data into Gold; the Ultimate of Advanced Analytics โดยมองว่าโอกาสและความท้าทายทางธุรกิจที่ธนาคารเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ให้บุคลากรด้าน Data Analytics ของประเทศได้เข้ามาเรียนรู้ พัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถของตัวเองแบบก้าวกระโดด โดยธนาคารจะมีการปรับแผนการพัฒนาศักยภาพ ตลอดจนดูแลการจัดการเรื่องการเติบโตทางอาชีพ ให้มีความเข้มข้น ชัดเจน และเหมาะสมกับความสามารถของพนักงานกลุ่มนี้

Go To Lead


TMB 'ชวน' ขาช้อปใช้จ่ายผ่านบัตรที่ King Power
บัตรเครดิตทีเอ็มบีชวนขาช้อปสนุกกับการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ King Power รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18,000 บาท/บัตร ตลอดรายการ (ชำระเต็มจำนวน) เพียงมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 100 บาท หรือมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 700 บาท หรือมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 70,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 2,100 บาท หรือมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 4,000 บาท จำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 18,000 บาท/บัตร ตลอดรายการ ที่ King Power ทุกสาขา (ยกเว้น ท่าอากาศยานหาดใหญ่และท่าอากาศยานเชียงใหม่) ระหว่างวันที่ 1 ก.ย.-31 ต.ค.61
ลงทะเบียน SMS เพื่อรับสิทธิ์ พิมพ์ TMBKG ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต TMB 12 หลักสุดท้ายส่งมาที่ 4806026 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ TMB Contact Center โทร.1558 หรือ www.tmbbank.com

Go To Lead


'อลิอันซ์' พันธมิตรหลักประกันภัยแข่งขันโอลิมปิก
นายโอลิเวอร์ เบเทอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อลิอันซ์ เปิดเผยว่า ผมรู้สึกตื่นเต้นที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในชุมชนนักกีฬาและบรรดาผู้ที่มีใจรักในการเล่นกีฬาและการทำงานเป็นทีม นอกเหนือจากการเป็นพันธมิตรกับ คณะกรรมการพาราลิมปิกสากล (International Paralympic Committee – IPC) แล้ว การขยายพันธมิตรสู่ IOC ในครั้งนี้จะทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้มากขึ้นกว่าเดิม และมีโอกาสมากขึ้นในการนำเสนอความเชี่ยวชาญด้านการประกันภัยของเราให้กับพวกเขาผ่านช่องทางดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์ของ IOC เราเชื่อว่าโลกของเราจะน่าอยู่มากขึ้นกว่านี้ หากผู้คนทั้งหลายมีความกล้าหาญที่จะทิ้งความแตกต่างไว้ข้างหลัง และหันมายืนหยัดร่วมกันเพื่อร่วมกันสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับตัวเองและสังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่

Go To Lead


'ดัน' OTOP Select
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งพัฒนารูปแบบและสร้างโอกาสทางการตลาดรูปแบบใหม่แก่ผลิตภัณฑ์ OTOP 3-5 ดาว และ OTOP Select เน้นนโยบายการตลาดเพื่อการท่องเที่ยว (Tourism Marketing) ใช้การตลาดนำการผลิต และผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด (Demand Driven) สร้างอัตลักษณ์ประจำถิ่นเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมทั้ง กระจายสินค้า OTOP ที่ได้คัดสรรแล้วไปจำหน่ายยังสถานีที่ต่างๆ เช่น สนามบิน ห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติ ฯลฯ เพื่อขยายตลาด กระตุ้นยอดขาย สร้างภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างการจดจำให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่น และเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้มีความเข้มแข็ง”

Go To Lead


DITP 'หนุน' การค้าOnline ไทย-จีน
นางสาวจีรนันท์ หิรัญญสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยว่า DITP วางแผนยุทธศาสตร์เชิงรุก การค้าไทย-จีน โดยสร้างเสริมยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ การตลาด เจาะรายมณฑล เน้นเมืองรองที่เศรษฐกิจเติบโตสูงและกำลังขยายความเจริญไปเมืองท่าสำคัญต่างๆ เราเน้นการจับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ อาทิ กลุ่มอาหารฮาราล ผู้สูงอายุ กลุ่มแม่และเด็ก ที่มีลูกมากกว่า 1 คน และกลุ่ม Super Rich
ด้านยุทธศาสตร์ช่องทางการค้า E-Commerce มีการเสริมกำลังคน ด้าน Digital ส่งเสริมการค้า Tradition เชื่อมโยงเส้นทาง Logistic, One Belt One Road เราใช้ทุกช่องทาง สำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในจีน มีอัตราการเติบโตสูงมาก มีการลงทุน เทคโนโลยี ฟินเทค บิ๊ก ดาต้า และ AI สูงมาก รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน Border E-Commerce, Smart City,Start Up ปัจจุบันผู้นำด้าน E-Commerce ในจีน ได้แก่ Baidu, Alibaba, Tencent การซื้อขายออนไลน์ ส่วนใหญ่ ได้แก่ การซื้อสินค้า ตั๋วเครื่องบิน และที่พัก เป็นต้น DITP เน้นการส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยส่งออกมาจีน อาทิ ข้าว ผลไม้ และส่งเสริมการค้า ออนไลน์ เน้น Digital Content, Animation การจับคู่ธุรกิจระหว่างไทย-จีน ส่วนโครงการปี 2019 เราจะเชิญ Blogger เดินทางมาประเทศไทย เพื่อมาชมผลไม้ไทย เป้าหมายของเรา เน้นการขยายผู้ประกอบการไทยมาลงทุนในจีน โดยผู้ประกอบการควรศึกษา E-Commerce ต้องรู้พฤติกรรมผู้บริโภค จำนวน 802 ล้านคนในจีน และเน้นนวัตกรรม ดีไซน์ และการเพิ่มมูลค่าสินค้า เป้าหมายปี 2024 การค้าไทย-จีน มูลค่าการค้า 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Go To Lead


เสี่ยวหมี่ 'วางแผน'เชิงกลยุทธ์
นายเล จุน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเสี่ยวหมี่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี เราได้วางแผนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรและเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารรุ่นต่อไป โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ เราตั้งใจที่จะขยายโอกาสที่ดีไปสู่ผู้บริหารรุ่นใหม่ และพิสูจน์ฝีมือพวกเขา และเพื่อเป็นการวางรากฐานให้เป็นองค์กรที่มีความยืดหยุ่นและมีความเชื่อมั่นกล้าคิดกล้า อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นและยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายในอนาคต ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เสี่ยวหมี่ ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนจำกัด มีพนักงานกว่า 2,000 คน ด้วยรายได้มากกว่า 4.75 ล้าน ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสำเร็จที่ต่อเนื่องและความมั่นใจในอนาคตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เสี่ยวหมี่ ได้จัดลำดับการบริหารภายในองค์กรและการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ รวมถึงสร้างโอกาสที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่และพนักงานที่มีความสามารถได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในอนาคต เสี่ยวหมี่ ได้ก่อตั้ง 2 หน่วยงานใหม่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายบริหารในสำนักงานใหญ่ โดยหน่วยงานนี้รับผิดชอบในการคัดเลือกพนักงาน, การเลื่อนขั้น, การฝึกอบรม, การประเมิณผลงาน ตลอดจนถึงการจ่ายค่าจ้างให้กับพนักงานระดับกลางและระดับบริหารในแต่ละแผนก ส่วนแผนกให้คำปรึกษาทางด้านกลยุทธ์จะช่วยวสนับสนุนประธานบริหารในด้านการวางกลยุทธ์และดูแลการดำเนินกลยุทธ์ของแต่ละหน่วยธุรกิจ

Go To Lead


LHML ทุ่ม 6,000 ล้าน'รุ
นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยกับ หนังสือพิมพ์ ไอคลิกนิวส์ดอทคอม (www.iclicknews.com) โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา โรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นอาคารสูง 32 ชั้น จุดเด่น คือ โลเคชั่นและการดีไซน์ที่หรูหรา ภายใต้คอนเซปส์ “A Journey of Discovery” เดินทางสู่มุมพักผ่อนอันสวยงามหลากหลายด้วยพื้นที่ภายในบริเวณโรงแรมที่ถูกออกแบบตกแต่งอย่างสุดประทับใจควรค่าแก่ความทรงจำและการถ่ายภาพสวยๆ ไปฝากครอบครัวและพรรคพวกเพื่อนฝูง โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ตั้งอยู่เหนือ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา บริเวณวงเวียนโลมาใจกลางพัทยาเหนือ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางจากทั่วโลก ที่นี่เพียบพร้อมด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายสำหรับผู้มาเยือน โดยจำนวนห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe) และห้องสวีท (Suite) ทั้ง 396 ห้อง ตั้งอยู่ตั้งแต่ชั้น 11 ขึ้นไป ทุกห้องพักออกแบบให้เห็นวิวทะเลทั้งหมดด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติและระเบียงส่วนตัว ภายในออกแบบและตกแต่งสไตล์คลาสสิคเน้นโทนสีน้ำเงินเข้ม-สีฟ้าน้ำทะเลผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ห้องพักทุกห้องประดับด้วยกลุ่มดวงดาว ซึ่งมีประกายระยิบระยับเหนือเตียงที่พักสร้างการพักผ่อนในวันแสนสบายและการหลับที่เป็นสุขพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักอย่างครบครัน ห้องพักราคาเริ่มต้น 4,000 -10,000 บาท หากเป็นช่วงไฮซีซัน ราคาห้องพักจะเพิ่มจากช่วงปกติ

Go To Lead


เดินหน้า 'เปิด' ประมูลปิโตรเลียม
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าที่จะเปิดรับซองประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ ทั้งแหล่งเอราวัณและบงกช โดยพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ยังมีข้อข้องใจเกี่ยวกับการประมูลดังกล่าว สามารถเข้ามาขอรับฟังข้อมูลจากกระทรวงได้ ประเด็นที่กลุ่มผู้ข้องใจมีการเสนอมา เราก็ขอเชิญชวนให้เข้ามาสอบถามกับกระทรวงได้เลย ซึ่งเราก็เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นเพื่อทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่เราก็ยืนยันว่าการเปิดประมูลครั้งนี้ยังดำเนินต่อไป เนื่องจากยังต้องใช้ระยะเวลาที่จะวิเคราะห์และประเมินคุณสมบัติผู้ที่ยื่นประมูลด้วย ทั้งคุณภาพ เทคนิกในการดำเนินงาน รวมถึงข้อเสนอทางด้านพาณิชย์เรื่องราคา และผลประโยชน์ โดยจะใช้เวลาพิจาณากว่า 2 เดือนเพราะเป็นการลงทุนระดับหลายแสนล้าน จึงต้องมีความรอบคอบอยู่แล้ว

Go To Lead


ลดพื้นที่ปลูกยาง 3 จังหวัดชายแดนใต้
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผลการติดตามโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมการลดพื้นที่ปลูกยาง ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 จังหวัดสงขลา (สศท.9) ได้ร่วมติดตามผลการดำเนินงาน พบว่า มีเกษตรกรได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 573 ราย ซึ่งจะสามารถลดพื้นที่ปลูกยางได้ 3,105 ไร่ และสามารถลดปริมาณผลผลิตยางเข้าสู่ระบบได้ถึง 153 ตัน/ปี สำหรับผลการดำเนินงาน ณ เดือนสิงหาคม 2561 ขณะนี้ มีเกษตรกรที่ดำเนินการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางแล้ว 436 ราย พื้นที่ 1,796 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 58 และคาดว่าเกษตรกรที่เหลือจะดำเนินการเสร็จ ภายในเดือนกันยายนนี้ พร้อมกันนี้เกษตรกรได้เข้ารับการอบรมตามแผนพัฒนาอาชีพตามศักยภาพแล้ว 377 ราย คิดเป็นเป็นร้อยละ 66 เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์การพัฒนาอาชีพต่อไป นอกจากนี้ เกษตรกรได้ร่วมวิเคราะห์วางแผนการผลิตตามกิจกรรมศักยภาพของตนเอง โดยส่วนใหญ่มีการวางแผนปลูกพืช ได้แก่ ทุเรียน มะพร้าว กล้วย หมาก และผัก ถึงร้อยละ 95 ส่วนอีกร้อยละ 5 วางแผนการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเกษตรกรเริ่มทำตามแผนการผลิตแล้ว ร้อยละ 74 และอยู่ระหว่างการปรับสภาพพื้นที่ ร้อยละ 26

Go To Lead

  --  
iClickNews.com